"บอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้ไปกับยัยรุ่นน้องคนนั้น! ฟังกันก่อนสิครับตัวเล็ก..."
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความร้อนรนเล็กน้อยดังขึ้นที่หน้าลิฟต์คอนโดมิเนียมชั้นสิบห้า ทว่าเจ้าของชื่อ 'ตัวเล็ก' กลับเชิดหน้าขึ้น เชิงเทินความดื้อรั้นฉาบไว้บนใบหน้าหวานที่ตอนนี้บึ้งตึงเสียจนน่าหยิก ต้นหนาวกอดอกแน่น ถอยหลังกรูดหนีร่างสูงใหญ่ของสิงห์ที่พยายามสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยแววตาสำนึกผิดแบบที่ต่อให้คนตาบอดก็ยังสัมผัสได้
"ไม่ต้องมาเรียกผมว่าตัวเล็กเลยนะพี่สิงห์!" ต้นหนาวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงตวัดสูงด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ "แล้วก็ไม่ต้องมาอธิบายอะไรทั้งนั้นแหละครับ ภาพมันฟ้องคาตาขนาดนั้น ยืนหัวเราะต่อกระซิกกันกระหนุงกระหนิงที่หน้าคณะวิศวะฯ นึกว่าผมตาบอดหรือไง!"
"โธ่... น้องหนาวครับ วันนั้นมันมีงานโปรเจกต์ภาควิชา น้องเขาแค่มารับเอกสารเบิกงบประมาณเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ สาบานให้ฟ้าผ่าเลยเอ้า!" สิงห์ยกมือขึ้นทำท่าวันยาตราระดับสายตา สีหน้าท่าทางจริงจังเสียจนคนมองเกือบจะใจอ่อน แต่ติดที่ว่าฟอร์มมันค้ำคออยู่
ต้นหนาวแค่นเสียง "ชิ" ในลำคอ เบือนหน้าหนีไปมองตัวเลขบนผนังลิฟต์ที่นิ่งสนิท "คำก็สาบาน สองคำก็ฟ้าผ่า พี่คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกลิเกคณะไหนเหรอครับ ถึงได้ขยันหยอดคำหวานแต่พฤติกรรมสวนทางกันแบบนี้ เลิกตามตื๊อผมสักทีเถอะครับ น่ารำคาญ!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เงียบลงทันที สิงห์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่น ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความไหววูบและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบที่เข้าปกคลุมทำให้หัวใจของคนตัวเล็กที่ยืนใจแข็งอยู่เริ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด
พี่สิงห์ไม่เคยเงียบใส่เขาแบบนี้นานเกินสามวินาที... ปกติจะต้องมีมุกกวนประสาทสวนกลับมาทันควันตลอด
"รำคาญเหรอครับ..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเจือความตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด ร่างสูงลดมือลงข้างลำตัว ไหล่กว้างตกลู่ลงเล็กน้อยเหมือนเด็กโดนดุ "ที่พี่พยายามอธิบาย ที่พี่ตามง้อตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้... สำหรับหนาวมันคือน่ารำคาญใช่ไหมครับ"
ต้นหนาวเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอยเมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายชัดเจน เขารู้... เขารู้ดีว่ารุ่นพี่ข้างห้องคนนี้ไม่ได้เจ้าชู้แบบที่ปากว่า และเขาก็รู้ว่าตัวเองกำลังใช้อารมณ์เหนือเหตุผล แต่ศักดิ์ศรีมันดันค้ำคอจนไม่กล้าเอ่ยคำว่า *'ขอโทษ'* ออกไป
"ก็... ก็พี่ทำตัวน่าหมั่นไส้ก่อนทำไมล่ะครับ" ต้นหนาวเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างลังเล "ใครใช้ให้ไปยืนใกล้เด็กคนนั้นขนาดนั้นเล่า..."
สิงห์ถอนหายใจยาวพรืด ก่อนจะขยับเข้าไปประชิดตัวรวดเร็วจนต้นหนาวถอยหลังชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ ร่างสูงกักตัวเขาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ก้มลงมองสบตาในระยะประชิดที่ทำเอาลมหายใจสะดุด
"หึงก็บอกว่าหึงสครับ ทำไมต้องปากแข็งด้วยล่ะหืม?" สิงห์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนกลับมาเจ้าเล่ห์แกมอบอุ่นดังเดิม แววตาระยิบระยับขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อลามไปถึงใบหู
"ใครหึง! ใครหึงกันครับพี่สิงห์ มโนไปกันใหญ่แล้ว!" ต้นหนาวโวยวายเสียงดังลั่น ผลอกว้างออกเต็มแรงแต่คนตัวโตกว่ากลับปักหลักนิ่งราวกับภูเขา "หลบไปเลยนะ! ผมจะไปเรียน มัวแต่มาคุยไร้สาระอยู่ได้ เดี๋ยวก็สายพอดี!"
"ไม่หลบครับ จนกว่าหนาวจะยอมหายงอนและไปกินข้าวเช้ากับพี่" สิงห์ยิ้มกริ่ม ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ไม่งั้นพี่จะยืนขวางตรงนี้แหละ ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น"
"พี่สิงห์! นี่มันเด็กอมมือชัดๆ นิสัยไม่ดีเลยนะ!"
"ยอมรับว่าเป็นเด็กก็ได้ครับ... แต่เป็นเด็กที่รักแฟนมากนะครับ"
ตึ้บ!
ประโยคสุดท้ายทำเอาต้นหนาวสมองประมวลผลแทบไม่ทัน เลือดในกายสูบฉีดพุ่งขึ้นมาร้อนผ่าวที่ใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นปิดแก้มตัวเองไว้แน่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึงกับคำว่า 'แฟน' ที่หลุดออกมาจากปากคนกะล่อน
"ใครแฟนพี่! พูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวผมก็ฟ้องยัยมะลิซะหรอก!"
"ฟ้องเลยครับ ให้มะลิมันถ่ายรูปพวกเราตอนนี้ไปลงโซเชียลเลย พี่จะได้ประกาศให้โลกรู้ซะทีว่าหนาวน่ะ... เป็นของพี่สิงห์คนนี้คนเดียว"
ในจังหวะที่ต้นหนาวกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนตามสไตล์ ประตูลิฟต์ด้านหลังก็ 'ติ๊ง' ดังขึ้นพร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาพอดี
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะสวีทหวานชื่นของคู่รักข้างห้องหรือเปล่าเนี่ย พอดีชั้นนี้มีคนมาส่งพัสดุ... เอ๊ะ หรือว่ามาส่งพรีเวดดิ้งกันแน่คะเนี่ย?" ยัยมะลิ เพื่อนสนิทตัวแสบยืนกระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่เตรียมพร้อมกดถ่ายรูปตลอดเวลา
ต้นหนาวหน้าถอดสี รีบมุดตัวลอดใต้แขนของสิงห์หนีออกมาทันทีด้วยความเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
"มะลิ! แกมาได้จังหวะนรกมากนะ!" ต้นหนาวแหวใส่เพื่อนสนิทเสียงดัง
"อ้าว ก็ฉันเป็นห่วงเพื่อนรักนี่นา เห็นยืนงอนกันข้ามวันข้ามคืน นึกว่าความสัมพันธ์จะล่มปากอ่าวซะแล้ว" มะลิหัวเราะคิกคัก ยักคิ้วหลิ่วตาให้สิงห์ที่ยืนยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีอยู่ข้างหลัง
"ไม่ต้องมาแซวเลย!" ต้นหนาวหน้าแดงแจ๋ สะบัดหน้าหนีเตรียมจะเดินหนีเข้าลิฟต์ แต่จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนของสิงห์ก็ดังขึ้น 'ติ๊ง' ท่ามกลางความเงียบ
สิงห์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าก็ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมและแววตาที่ไหววูบอย่างน่าประหลาด
ต้นหนาวชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวของรุ่นพี่หนุ่มก็เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว
"มีอะไรเหรอครับพี่สิงห์?" ต้นหนาวเอ่ยถามด้วยความลังเล
สิงห์เงยหน้าขึ้นสบตาช้าๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความลังเลและความกังวลที่ปิดไม่มิด ก่อนที่นิ้วเรียจะกดพิมพ์ข้อความตอบกลับบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว
"เปล่าครับ..." สิงห์ฝืนยิ้มบางๆ ที่ดูฝืนที่สุดเท่าที่ต้นหนาวเคยเห็นมา "ไม่มีอะไร... แค่เรื่องงานที่คณะนิดหน่อย"
แต่ทว่า... สายตาที่เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่งก่อนที่สิงห์จะคว่ำหน้าจอลง กลับทำให้หัวใจของต้นหนาวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*ชื่อผู้ส่งข้อความบนหน้าจอ... คือรุ่นน้องคนนั้นคนที่เขาเพิ่งจะอาละวาดใส่ไปเมื่อเช้า!*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่หัวใจของทั้งคู่กำลังสั่นคลอนนะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 30
พี่สิงห์ตามง้อไม่หยุด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!