"ถ้านั่งเกร็งขนาดนั้น เอาไม้บรรทัดมาดามหลังด้วยไหมครับน้องต้นหนาว พี่เกรงว่ากระดูกสันหลังน้องจะพับครึ่งแล้วกลายเป็นกุ้งต้มสุกคาโต๊ะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววขบขันดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสิงห์ที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไร้พิธีรีตอง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปะปนกับความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟ ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มหลอดดูดชานมไข่มุกถึงกับสะดุ้งสุดตัว
ต้นหนาวรีบดึงสายตากลับมาจากโทรศัพท์มือถือ หน้าจอเครื่องนั้นยังคงสว่างวาบคาอยู่หน้าต่างแชตสีเขียวที่มีข้อความพรั่งพรูเป็นพรืด ข้อความสารภาพความในใจและความคลั่งรักที่ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างพิมพ์โต้ตอบกันเมื่อคืน… อ่านทีไรใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาถ่านมาจ่อใกล้ๆ ทุกที
"ใครเกร็ง ไม่มี๊! พี่สิงห์ตาฝาดแล้วครับ ผมแค่นั่งสมาธิรักษาร่างกายให้เป็นปกติเฉยๆ หรอกน่า" ต้นหนาวเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการดูดชานมรวดเดียวจนไข่มุกเกือบติดคอ
"อ๋อ นั่งสมาธิแต่หูแดงแจ๋ถึงใบหูเนี่ยนะ เรียกว่าสมาธิขั้นไหนครับเนี่ย บรรลุอรหันต์หรือว่ากำลังจะสติหลุดเพราะคิดถึงพี่กันแน่ หืม?" สิงห์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิดจนต้นหนาวต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจของเขาเกินไปแล้ว! ตั้งแต่คืนนั้นที่แชตเดือดพล่านจนเกือบเลยเถิดไปไกล ทั้งคู่ก็ทำตัวไม่ถูกมาตลอดตั้งแต่เช้า เจอกันที่ลิฟต์คอนโดก็ต่างฝ่ายต่างก้มหน้ามองพื้น พอมาเจอที่ร้านกาแฟใกล้คณะ ยัยมะลิเพื่อนตัวดีก็ดันมีธุระด่วนหนีหายไปปล่อยให้เขารับมือกับปีศาจเจ้าเล่ห์คนนี้ตามลำพังซะได้
"ใครคิดถึงพี่กัน หน้าตาอย่างพี่สิงห์เนี่ยนะ... ผมเอาเวลาไปท่องศัพท์บริหารธุรกิจยังจะมีประโยชน์กว่าร้อยเท่าพัน배เลยครับ" ต้นหนาวสะบัดหน้าหนีไปมองนอกกระจกใส พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ปากแข็งจังนะครับระวังเถอะ..." สิงห์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาวางโทรศัพท์มือถือคว่ำลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนกระทั่งลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นกาแฟลาเต้ลอยมาแตะจมูก "ปากแข็งแบบนี้ เดี๋ยวพี่ต้องพิสูจน์ซะหน่อยแล้วมั้ง ว่าข้างในใจจริงๆ ยังแข็งเหมือนปากหรือเปล่า"
"พิสูจน์อะไรของพี่ ถอยไปเลยนะ คนมองเต็มร้านแล้ว!" ต้นหนาวเอ็ดอุบ มือเรียวยกแก้วชานมขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการเขินอายที่ควบคุมไม่ได้ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองค้อนวงพักตร์หล่อเหลาที่ส่งยิ้มกวนประสาทกลับมาไม่หยุด
"ให้มองไปสิศรีครับ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา... หรือว่าน้องต้นหนาวกลัวว่าตัวเองจะทนความหล่อของพี่ไม่ไหว จนเผลอสารภาพรักรอบสองออกมาอีกล่ะครับ?"
"พี่สิงห์!" ต้นหนาวร้องลั่นหน้าแดงก่ำ ย้อนนึกถึงข้อความในแชตเมื่อคืนที่ตัวเองพิมพ์หลุดปากไปว่า *'ถ้าพี่สิงห์ยังมาทำตัวน่ารักใส่แบบนี้อีก ผมจะจีบพี่ก่อนจริงๆ ด้วยนะ!'* แล้วอยากจะเอาหัวมุดโต๊ะหนีความอายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ใครจะไปคิดว่าคนเจ้าเล่ห์คนนี้จะแคปหน้าจอเก็บไว้แถมยังเอามาหยิบยกแซวได้หน้าตาเฉย
บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยความหวานปนความป่วนตามสไตล์คู่กัดที่เริ่มเปลี่ยนสถานะ สิงห์มองท่าทีพะว้าพะวังของคนตัวเล็กด้วยแววตาที่ฉายความอบอุ่นและเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มมุมปากของเขาลดความกวนลงเหลือเพียงความจริงจังที่ทำเอาต้นหนาวใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
"โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วครับ" สิงห์ยอมถอยหลังกลับไปนั่งพิงพนักเกาะอกตามเดิม ปรับน้ำเสียงให้ทุ้มนุ่มนวลขึ้นจนต้นหนาวต้องแอบลอบมองด้วยความแปลกใจ "ที่พี่เดินมาหาเราวันนี้ ไม่ได้จะมาแซวเล่นอย่างเดียวหรอกนะ... พอดีมีเรื่องซีเรียสจะคุยด้วย"
"เรื่องซีเรียส? เรื่องอะไรครับ หรือว่าเรื่องโปรเจกต์งานคณะ?" ต้นหนาวขมวดคิ้ว ปรับโหมดเข้าสู่ความจริงจังตามสัญชาตญาณนักศึกษาคณะบริหาร
"ไม่ใช่เรื่องงานครับ..." สิงห์ส่ายหน้าช้าๆ สายตาคมคายคู่นั้นทอดมองตรงมาที่ดวงตากลมโตของต้นหนาวนิ่งสนิท ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น "แต่เป็นเรื่องของเรา... ที่พี่อยากให้เราตกลงกันให้ชัดเจนสักที ว่าตกลงแล้วสถานะระหว่าง 'พี่ข้างห้อง' กับ 'น้องต้นหนาว' ตอนนี้ มันควรเปลี่ยนเป็นคำว่า 'แฟน' ได้หรือยังครับ?"
กึก!
ราวกับมีสายฟ้าแลบแปล๊บเข้ามาในความเงียบงันชั่วขณะ ต้นหนาวนิ่งค้างไปทันที สมองประมวลผลคำว่า *'แฟน'* ซ้ำไปซ้ำมานับสบรอบ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มก่อนจะตีกลับขึ้นมาเต้นโครมครามจนแทบทะลุซี่โครง มือที่ถือแก้วชานมสั่นน้อยๆ จนไข่มุกข้างในกระฉอก
เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามฟอร์มปากแข็งเหมือนทุกที ทว่าก่อนที่เสียงโวยวายแก้เขินจะหลุดออกจากริมฝีปาก... หน้าจอโทรศัพท์มือถือคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะของสิงห์ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้า
สิงห์เหลือบสายตาไปมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มดุขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
ต้นหนาวสังเกตเห็นความผิดปกติทันที "ใครโทรมาเหรอครับ หรือว่ามีเรื่องด่วน?"
สิงห์ไม่ได้ตอบคำถามทันที เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาต้นหนาว สายตานั้นซ่อนความกังวลบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่วันนี้พลิกคว่ำกลายเป็นความอึดอัดในพริบตา
"ต้นหนาว..." สิงห์เอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น ผิดวิสัยคนกวนประสาทเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "คือว่า... คนที่โทรมาเนี่ย... คือคนที่พี่เคยบอกว่าไม่อยากเจอที่สุดในชีวิต..."
ขอบคุณที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายและใจฟูไปด้วยกันในทุกๆ ตอนนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 15
แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!