“พี่จะทำอะไรน่ะ! ถอยไปเลยนะ!”
เสียงแหลมสูงของต้นหนาวเกือบจะกลายเป็นเสียงกรีดร้อง เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีน้ำเงินเข้มขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเขาชนเข้ากับกำแพงตึกคณะบริหาร กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตที่คุ้นจมูกทำเอาใจเจ้ากรรมสั่นจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
สิงห์ไม่ได้ขยับถอยตามคำสั่ง มือหนาข้างหนึ่งยันกำแพงกักขังคนตัวเล็กไว้ในอาณาเขตของเขา ส่วนอีกข้างถือแก้วกาแฟเย็นที่ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า... และรอยคราบสีน้ำตาลเข้มที่กระจายตัวเป็นวงกว้างบนอกเสื้อช็อปของเขา
“ผมก็แค่จะถามว่า... จะรับผิดชอบยังไงดีครับ?” สิงห์เลิกคิ้วกวนประสาท มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ต้นหนาวอยากจะเอื้อมมือไปหยิกให้เนื้อเขียว “กาแฟแก้วนี้ราคาไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่เสื้อตัวนี้... พี่รักเหมือนลูกเลยครับ”
“ก็พี่เดินมาชนหนูเอง! แล้วใครใช้ให้พี่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือล่ะ!” ต้นหนาวเถียงสวน หน้าแดงก่ำไม่รู้เพราะความโกรธหรือความประหม่าที่ถูกสายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้อง
“อ้าว กลายเป็นความผิดพี่เฉยเลย” สิงห์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทคนฟังได้อย่างดีเยี่ยม “เอาเถอะ... ในฐานะที่หนูเป็นคนทำหก งั้นวันนี้ช่วยไปเป็น ‘ลูกมือ’ ให้พี่ที่โรงงานวิศวะแทนการซักเสื้อก็แล้วกัน ถือว่าหายกัน”
“ไม่ไป! ใครจะไปยุ่งกับที่แบบนั้น ฝุ่นก็เยอะ งานก็หนัก!”
“ถ้าไม่ไป... พี่คงต้องโพสต์ประจานในเพจคณะว่าเด็กบริหารคนไหนทำกาแฟหกใส่รุ่นพี่ แล้วต้องมาชดใช้ด้วยการ ‘ซักเสื้อด้วยมือ’ ที่ห้องพี่แทนดีไหม?”
“พี่สิงห์! พี่มันคนหน้าไม่อาย!”
ต้นหนาวเม้มปากแน่น อยากจะกระทืบเท้าใส่รองเท้าผ้าใบของอีกฝ่ายให้หายแค้น แต่สายตาของสิงห์ที่มองมาอย่างท้าทายกลับทำให้เขาทำได้เพียงพ่นลมหายใจฮึดฮัด
ยัยมะลิที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ รีบยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตอนที่สิงห์ก้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูต้นหนาวด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเบอร์ ก่อนจะกดส่งเข้ากลุ่มแชตสภานักศึกษาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมพิมพ์กำกับว่า *‘ซีนนี้หลักฐานมัดตัวจ้า ใครเห็นก็รู้ว่าเขาจีบกัน!’*
...
ห้องทำงานในโรงงานวิศวะอบอ้าวไปด้วยไอร้อนจากเครื่องจักร ต้นหนาวนั่งทำหน้ามุ่ยอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ในมือถือประแจเบอร์ที่เขาก็ไม่รู้ว่าคืออะไร สิงห์ในสภาพที่ถอดเสื้อช็อปตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อยืดสีดำรัดรูปกำลังสาละวนอยู่กับการประกอบชิ้นส่วนรถโปรเจกต์ของภาควิชา
“ส่งประแจตัวนั้นมาหน่อยครับ” สิงห์แบมือโดยไม่ต้องหันมามอง
ต้นหนาวหยิบส่งให้แบบขอไปที แต่จังหวะที่มือสัมผัสกัน ไฟฟ้าสถิตบางอย่างดูเหมือนจะแล่นแปลบไปทั่วร่างจนต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกลวก
“มือเย็นจังนะ กลัวพี่หรือว่าตื่นเต้นครับ?” สิงห์ปรายตามองขณะรับอุปกรณ์
“กลัวพี่ทำหนูรำคาญจนอยากกลับบ้านน่ะสิ!” ต้นหนาวโต้กลับ แต่สายตากลับเผลอไปหยุดอยู่ที่ลำคอแกร่งที่มีหยดเหงื่อซึมอยู่ประปราย ความเป็นสุภาพบุรุษ (ที่แฝงความร้ายกาจ) ของคนตรงหน้าเริ่มทำให้หัวใจเขาสั่นคลอนเป็นครั้งที่ร้อยของวัน
“ถ้าพี่บอกว่า... ที่ให้มาวันนี้ เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ ล่ะ?”
สิงห์วางงานในมือลง แล้วหมุนเก้าอี้มาประจันหน้ากับต้นหนาว ระยะห่างเพียงแค่คืบทำให้ต้นหนาวได้กลิ่นอายความแมนที่แผ่ออกมาจนแทบจะกลั้นหายใจ
“พะ... พูดจาเพ้อเจ้ออีกแล้วนะพี่” ต้นหนาวเบือนหน้าหนี แต่ก็หลบสายตาคมคู่นั้นไม่พ้น
“ไม่เชื่อเหรอ?” สิงห์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนต้นหนาวต้องถอยหลังไปพิงโต๊ะเหล็ก “ถ้าไม่เชื่อ... งั้นลองดูนี่ไหม”
สิงห์หยิบโทรศัพท์ของต้นหนาวที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วปลดล็อกหน้าจออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชันแชต แล้วโชว์หน้าจอให้ดู
ข้อความล่าสุดที่ต้นหนาวพิมพ์ค้างไว้ แต่ยังไม่ได้กดส่งให้เพื่อนสนิท คือประโยคที่ว่า *‘แก... ฉันว่าฉันเริ่มแพ้คนกวนประสาทแบบพี่สิงห์เข้าแล้วว่ะ’*
“นี่มัน!” ต้นหนาวหน้าซีดสลับแดง รีบคว้าโทรศัพท์คืนมาด้วยความลนลาน
“พี่อ่านทันนะ... แล้วก็กดยืนยันการส่งให้แล้วด้วยครับ” สิงห์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ดูใจดีแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
“พี่ทำแบบนั้นได้ยังไง! หนูไม่ได้ตั้งใจจะส่งให้ใครนะ!” ต้นหนาวโวยวาย มือสั่นจนทำโทรศัพท์เกือบตกพื้น
“อ้าว... แต่ในแชตขึ้นว่า ‘อ่านแล้ว’ ทุกคนเลยนะ” สิงห์ชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่ตอนนี้มีการแจ้งเตือนเด้งรัวจากเพื่อนกลุ่มบริหารที่พร้อมใจกันพิมพ์ตอบกลับมาอย่างตื่นเต้น
ต้นหนาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความจากมะลิที่เด้งขึ้นมาว่า *‘กรี๊ดดดดด! ต้นหนาวแกยอมรับแล้ว! เตรียมตัวเป็นสะใภ้วิศวะได้เลย!’*
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างของ ‘คนแปลกหน้า’ ในชุดช็อปสีแดงเลือดนกที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย เขาเดินตรงเข้ามาหาสิงห์ด้วยท่าทางคุกคาม ก่อนจะเหลือบสายตามาที่ต้นหนาวแล้วแค่นหัวเราะ
“ดูเหมือนกูจะมาขัดจังหวะโปรเจกต์รักของมึงนะไอ้สิงห์ แต่คราวนี้... เรื่องใหญ่กว่านั้นว่ะ” ชายคนนั้นกล่าวพลางวางแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะด้วยแรงกระแทกที่ทำเอาต้นหนาวสะดุ้งสุดตัว “อาจารย์สั่งระงับโปรเจกต์รถคันนี้ เพราะมีคนไปแจ้งว่า... มีหลักฐานการทุจริตงบประมาณ และในเอกสารนี้... ชื่อมึงคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง”
สิงห์หุบยิ้มทันที แววตาสนุกสนานเปลี่ยนเป็นความนิ่งเฉยที่น่ากลัว เขาหันไปมองต้นหนาวด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
“ต้นหนาว...” สิงห์เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเรียบ “ออกไปจากที่นี่ตอนนี้... แล้วอย่าเพิ่งกลับเข้าตึกจนกว่าพี่จะบอกนะ”
ต้นหนาวตัวชาวาบ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณจนเขารู้สึกได้ว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความรักที่แฝงไปด้วยปมปริศนาของต้นหนาวและพี่สิงห์นะครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 2
ความซวยของน้องใหม่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!