"เจ้าไม่มีวันหนีพ้นคมเขี้ยวของข้าไปได้ เอลาร่า... เลือดของเจ้ามันร่ำร้องหาความตายมานานเกินไปแล้ว"
ไคเลนคำรามก้อง เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงกระดูกดำ มันไม่ได้เป็นเพียงเสียงของมนุษย์หมาป่า หากแต่เป็นเสียงของสัตว์ร้ายที่กระหายการทำลายล้าง ร่างกำยำในชุดหนังขาดวิ่นของเขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หอบหายใจอย่างหนักหน่วง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสาบป่าที่อบอวลไปทั่วโถงวิหารโบราณทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดใจ
เอลาร่าถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับแท่นหินเย็นเฉียบ เธอหอบหายใจถี่ สายตาจับจ้องไปที่ร่างของราเวนที่ทรุดตัวลงอยู่ไม่ไกล ดวงตาสีรัตติกาลของราชาแวมไพร์ผู้ไร้เทียมทานในยามนี้กลับหม่นแสงลง เลือดสีเข้มไหลซึมจากบาดแผลที่หัวไหล่ เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดและความหวงแหน... ราวกับจะบอกลา
"อย่าแตะต้องเขา..." เสียงของเอลาร่าสั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยพลังบางอย่างที่ตัวเธอเองก็ยังไม่เข้าใจ มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นจากส่วนลึกของวิญญาณ
ไคเลนหัวเราะร่วน ก้าวเท้าเข้าหาเธอช้าๆ สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขาสั่งให้เขาขย้ำเหยื่อตรงหน้าให้แหลกคามือ "ความรักหรือ? น่าสมเพชสิ้นดี ราเวนกำลังจะตาย และเจ้า... ก็จะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ข้าจะใช้สังเวยแด่ความมืดมิด"
ทันทีที่มือหนาหยาบกร้านของไคเลนเอื้อมมาคว้าข้อมือของเอลาร่า ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นผ่านร่างหญิงสาว ทุกอย่างรอบตัวพลันหยุดนิ่ง ดวงตาของเอลาร่าที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบราวกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำในยามค่ำคืน
"ข้าบอกว่า... อย่าแตะต้องเขา!"
เสียงของเอลาร่ากังวานก้องไปทั่ววิหาร ไม่ใช่เสียงของเด็กสาวผู้อ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นเสียงของผู้ปกครองสายเลือดดึกดำบรรพ์ที่ตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน
รอยสักโบราณที่ต้นคอของเธอเรืองแสงสีเงินยวงลามเลียไปทั่วลำคอและแขน พลังงานมหาศาลระเบิดออกรอบตัวเธอ ผลักร่างของไคเลนกระเด็นไปกระแทกกับเสาหินจนแตกกระจายอย่างรุนแรง ชายหนุ่มผู้น่าเกรงขามในยามแรกบัดนี้ทำได้เพียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อผิวหนังของเขาเริ่มถูกแผดเผาด้วยไอพลังสีเงินที่เอลาร่าปลดปล่อยออกมา
"นี่มันพลังบ้าอะไรกัน!" ไคเลนพยายามตะเกียกตะกายหนี แต่ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวถอยหลัง กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันมหาศาล
เอลาร่าลอยตัวขึ้นเหนือนพื้นดิน เส้นผมปลิวไสวไปตามแรงลมที่หมุนวนรอบกายเธอ ดวงตาคู่สวยจ้องมองศัตรูด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะกัดกินทุกชีวิต เธอสะบัดมือเพียงครั้งเดียว อากาศรอบตัวไคเลนก็บิดเบี้ยวจนน่ากลัว ร่างของเขาลอยเคว้งคว้างและถูกกระชากด้วยแรงที่มองไม่เห็นจนกระดูกหักลั่น
"เจ้าคิดจะทำลายสมดุลของโลกนี้ด้วยความแค้น... งั้นเจ้าก็จงกลับคืนสู่ความว่างเปล่าเสียเถิด"
เธอยกมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังงานสีเงินมหาศาลรวมตัวกันเป็นดาบแห่งแสงขนาดใหญ่ ก่อนที่เธอจะตวัดมันลงมาเบื้องล่าง พื้นวิหารสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนหินเพดานถล่มลงมาเป็นฉากหลัง เสียงกรีดร้องของไคเลนดับวูบไปพร้อมกับฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย ความตายที่เงียบเชียบและเด็ดขาดถูกพัดผ่านไปเพียงชั่วพริบตา
เมื่อฝุ่นจางหาย ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงัด เอลาร่าทิ้งตัวลงสู่พื้น ร่างกายของเธออ่อนแรงลงจนเกือบจะทรุดฮวบ ทว่าก่อนที่ร่างของเธอจะสัมผัสกับพื้นเย็นเยียบ อ้อมแขนแข็งแกร่งของราเวนก็มารับเธอไว้ได้ทันท่วงที
ราเวนมองหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่น เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวหนังของเธอ พลังที่แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกสั่นสะท้าน
"เอลาร่า... เจ้าเป็นอะไรไป" ราเวนเอ่ยเสียงแผ่ว พลางกระชับกอดเธอแน่นขึ้น
เอลาร่าค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเธอยังคงหลงเหลือประกายสีทองจางๆ เธอมองสบตาเขาด้วยความสับสนและหวาดกลัวต่อพลังในตนเอง "ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจ... แต่ข้าควบคุมมันไม่ได้เลยราเวน"
ในจังหวะที่ราเวนกำลังจะเอ่ยคำปลอบโยน ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านสันหลังของทั้งคู่ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก้าวเข้ามาจากเงามืดหลังแท่นบูชาที่พังทลาย
"ตื่นขึ้นมาได้งดงามมาก... สายเลือดบรรพกาลที่ข้าเฝ้ารอคอยมาตลอดนับพันปี"
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากทองคำที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาหยิบชิ้นส่วนของสร้อยคอที่แตกกระจายบนพื้นขึ้นมาถือไว้ด้วยนิ้วที่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
ราเวนชะงักกึกทันทีที่เห็นใบหน้าของชายผู้นั้น หัวใจของเขาร่วงวูบไปถึงตาตุ่ม เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่ศัตรูที่คาดคิด... แต่เป็นคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับอดีตที่เขาฝังลึกเอาไว้ใต้ผืนดินแห่งนี้มานานแสนนาน
"ท่านพ่อ... ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร!"
หวังว่าตอนที่ 25 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นไปกับพลังที่แท้จริงของเอลาร่านะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 25
พลังที่ตื่นขึ้น
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!