รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 24

การตัดสินใจของเอลาร่า

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
"ถ้าแกกล้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะสาปให้วิญญาณของแกแตกสลายจนไม่เหลือแม้แต่ผงธุลีในนรก!" เสียงของราเวนแหบพร่าและสั่นสะท้านไปด้วยแรงโทสะ เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเอลาร่า ร่างกายที่เคยสง่างามของราชาแวมไพร์บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากกรงเล็บอาบเงินของไคเลน เลือดสีเข้มข้นหยดลงบนพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดัง 'ติ๋ง... ติ๋ง...' ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ไคเลนหัวเราะร่วน เสียงนั้นแหบแห้งเหมือนกิ่งไม้หัก มันขยับกรามกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวที่ยังเปื้อนเลือดของราเวน "ความลับที่แกปิดบังมานาน... แท้จริงแล้วแกไม่ได้ต้องการพลังของนางเพื่อครองบัลลังก์หรอกหรือราเวน? แกต้องการให้นางเป็นเกราะคุ้มกันความเป็นอมตะที่กำลังเน่าเฟะของแกต่างหาก!" เอลาร่ามองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่บีบรัด ราเวนกำลังอ่อนแรงลงทุกขณะ กลิ่นเลือดของเขาหอมหวานแต่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวด เธอรับรู้ได้ถึงสายเลือดดึกดำบรรพ์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ เลือดที่เป็นทั้งคำสาปและของขวัญเพียงหนึ่งเดียวที่จะหยุดยั้งสงครามนี้ได้ "หยุดเถอะ ไคเลน" เอลาร่าก้าวออกมาข้างหน้า เสียงของเธอราบเรียบแต่หนักแน่นดุจหินผา ราเวนหันขวับมามองด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ "ถอยไป เอลาร่า! อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ!" "ท่านช่วยข้ามามากพอแล้วราเวน" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มเศร้าสร้อย "ท่านปกป้องข้าจากความโหดร้ายของโลกใบนี้มานานเกินไป... ถึงเวลาที่ข้าจะต้องปกป้องหัวใจของข้าบ้าง" ไคเลนเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน "โอ้ ช่างซาบซึ้งใจอะไรเช่นนี้ จะยอมสละเลือดอันบริสุทธิ์นั่นเพื่อชายที่หลอกใช้แกงั้นหรือ?" เอลาร่าไม่ตอบคำถามนั้น เธอหยิบกริชอาคมที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา ความคมของมันกรีดผ่านผิวเนื้อที่ฝ่ามือของเธอทันทีโดยไม่ลังเล เลือดสีแดงสดที่เปล่งประกายคล้ายทองคำหลอมละลายไหลรินออกมา กลิ่นหอมหวานประหลาดพุ่งกระจายไปทั่วห้องโถงจนแม้แต่ไคเลนยังต้องหยุดชะงัก "นั่นมัน... กลิ่นเลือดของสายเลือดดึกดำบรรพ์" ไคเลนพึมพำ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ด้วยความกระหาย "ถ้าเจ้าต้องการพลังนี้ ก็เอาไปสิ" เอลาร่าเดินเข้าไปหาศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ต้องแลกด้วยการที่เจ้าจะต้องยอมถอยทัพและปล่อยตัวราเวนไปเสีย" "เอลาร่า! เจ้าทำอะไรลงไป!" ราเวนคำราม ร่างของเขาพยายามฝืนลุกขึ้นแต่กลับทรุดลงไปอีกครั้ง เลือดที่เสียไปทำให้อำนาจของเขาสั่นคลอน เอลาร่าหันกลับไปสบตากับราเวน นัยน์ตาของเธออ่อนโยนจนน่าใจหาย "สำหรับท่าน... ไม่ว่าอะไรข้าก็ยอมแลก ราเวน สำหรับสัมผัสของท่าน สำหรับเงาของท่าน... ข้าไม่ได้เสียสละหรอก ข้าแค่เลือกในสิ่งที่หัวใจข้าสั่ง" ไคเลนหัวเราะลั่น มันพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตะครุบเอลาร่า แต่ในวินาทีที่กรงเล็บของมันใกล้จะถึงลำคอของเธอ เอลาร่ากลับเอื้อมมือที่เปื้อนเลือดแตะลงบนหน้าอกของไคเลน แรงปะทะจากเวทมนตร์ในเลือดของเธอกระแทกร่างของผู้นำมนุษย์หมาป่าจนกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ เอลาร่าทรุดลงคุกเข่า ผิวพรรณของเธอเริ่มซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตกำลังไหลออกไปจากร่างผ่านบาดแผลที่ฝ่ามือ "เจ้าทำอะไรลงไป..." ไคเลนพ่นเลือดออกมา มันสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาหัวใจของมัน พลังของสายเลือดดึกดำบรรพ์ไม่ได้เป็นเพียงพลัง แต่เป็น 'พันธนาการ' "มันคือพันธสัญญาเลือด" เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับลม "ผู้ใดที่ได้รับเลือดของข้าด้วยความโลภ จะต้องถูกพันธนาการให้เป็นทาสรับใช้ของสายเลือดนี้ชั่วนิรันดร์" ราเวนคลานเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เขากอดร่างที่เย็นเฉียบของเอลาร่าไว้แนบอก หัวใจของเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน "ไม่... ไม่นะ เอลาร่า! เจ้าทำเรื่องโง่เขลาที่สุด! เจ้าแลกชีวิตตัวเองเพื่อกักขังคนพวกนี้เนี่ยนะ!" "ท่าน... รอดแล้ว" เธอพยายามยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเขา นิ้วมือสั่นเทา "แค่นี้ก็... พอแล้ว" ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือปราสาทที่เคยดำมืดเริ่มสั่นสะเทือน เสียงกึกก้องคล้ายเสียงสวรรค์พิโรธดังขึ้นจากเบื้องบน บานประตูยักษ์ที่ปิดตายมานานหลายศตวรรษกลับเปิดออกด้วยพลังงานมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยจากการกระทำของเอลาร่า เงามืดดำทะมึนเริ่มไหลรินออกมาจากรอยแยกของประตู เงานั้นไม่ใช่ศัตรูที่ไคเลนเรียกมา แต่มันคือสิ่งที่มีตัวตนอยู่ก่อนกำเนิดของทั้งแวมไพร์และมนุษย์หมาป่า... สิ่งที่บรรพบุรุษของราเวนพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต ราเวนเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดนั้น ร่างที่มีใบหน้าเหมือนกับเอลาร่าทุกประการ ทว่ากลับมีดวงตาสีดำสนิทไร้ซึ่งแววตาของความเป็นมนุษย์ "ในที่สุด... ข้าก็ได้กลับมา" เสียงของร่างนั้นดังขึ้น กังวานและเยือกเย็นจนราเวนต้องหยุดหายใจ "ขอบใจนะที่เปิดทางให้ข้า... แม่หนูน้อยผู้โง่เขลา" เอลาร่าพยายามจะมอง แต่หนังตาของเธอหนักอึ้งเกินกว่าจะฝืน ท่ามกลางความมืดมิดที่ใกล้เข้ามา เธอสัมผัสได้เพียงความเย็นเยียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่ร่างของราเวน... และนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง --- ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของราเวนและเอลาร่ามาจนถึงวินาทีที่ระทึกใจเช่นนี้นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%