“อย่ามองข้าด้วยสายตาเวทนาแบบนั้น... ไคเลน”
เสียงแหบพร่าของราเวนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉาบด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณโถงปราสาทที่พังทลาย ราชาแวมไพร์ผู้เคยสง่างามบัดนี้ทรุดกายลงกับพื้นหินเย็นเยียบ มือหนาที่เปื้อนไปด้วยโลหิตสีเข้มกุมบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก ซึ่งรอยกรงเล็บของมนุษย์หมาป่าได้ฝากรอยแผลลึกจนแทบมองเห็นถึงหัวใจที่เต้นแผ่วลงทุกขณะ
เบื้องหน้าของเขา ไคเลนยืนหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายของผู้นำฝูงมนุษย์หมาป่าเต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำและรอยไหม้จากการปะทะด้วยพลังเวทโบราณ ดวงตาสีอำพันของเขาที่เคยดุดันบัดนี้สั่นไหวด้วยความสับสนและความเจ็บปวดที่มิอาจปิดบังได้มิด
“เจ้าควรจะตายไปตั้งแต่ตอนที่ข้ากระชากวิญญาณของเจ้าแล้ว ราเวน... ทำไม?” ไคเลนคำราม เสียงนั้นสั่นพร่า เขาพ่ายแพ้ในสงครามแห่งอำนาจนี้แล้ว แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ากลับมิใช่ชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจ มันคือความว่างเปล่า
ราเวนแค่นยิ้ม มุมปากที่มีเลือดไหลซึมยกขึ้นเล็กน้อย “ความรัก... ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจได้ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าหรอก ไคเลน เจ้าชนะแล้ว เอาหัวใจของข้าไปสิ... แต่นั่นจะไม่มีวันทำให้เจ้าได้ครอบครองนาง”
เอลาร่าพุ่งตัวเข้ามาในวงล้อมของความตายนั้นทันทีที่ปราการเวทมนตร์สลายลง ร่างบางที่สั่นเทาของนางทรุดลงข้างกายราเวน กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้แวมไพร์หนุ่มเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดที่กัดกินร่างกายดูเหมือนจะมลายหายไปชั่วขณะเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากนาง
“ราเวน! ไม่นะ... อย่าทิ้งข้าไป” เสียงของเอลาร่าขาดห้วง มือเล็กๆ ของนางพยายามกดลงบนบาดแผลที่เลือดพุ่งทะลักออกมาไม่หยุด แววตาของนางเจ็บปวดลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยายใดๆ
ไคเลนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความเศร้าโศกอย่างประหลาด “ข้าไม่ได้ต้องการให้นางเห็นข้าในสภาพนี้... สภาพของผู้แพ้ที่ไม่มีค่าพอจะยืนเคียงข้างนาง” เขาหันหลังกลับช้าๆ ก่อนจะหายลับไปในเงามืดของค่ำคืน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนทรมาน
ราเวนมองตามแผ่นหลังนั้นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ดวงตาคู่สวยของเอลาร่า เขาเชยคางนางขึ้นเบาๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตา “อย่าร้องไห้... เอลาร่า เลือดของข้าอาจจะกำลังหมดไป แต่หัวใจของข้า... มันยังคงเต้นอยู่เพื่อเจ้าเพียงผู้เดียว”
“เจ้าจะรอด... เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน” นางกระซิบ ทั้งที่รู้ดีว่าบาดแผลจากกรงเล็บอาคมของมนุษย์หมาป่านั้นรักษายากเพียงใด
“ฟังข้านะ...” ราเวนจับมือของนางวางลงบนอกซ้ายของเขา สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นแผ่วลงจนแทบหยุดนิ่ง “เลือดผสมในตัวเจ้าคือกุญแจสำคัญ... หากข้าสิ้นใจ พลังของบรรพกาลจะตื่นขึ้น และเมื่อนั้น... คนที่ต้องการจะล่าเจ้าจะไม่ได้มีเพียงแค่มนุษย์หมาป่า แต่มันคือทุกอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด”
“ข้าไม่สน!” เอลาร่าตวาดเสียงสั่น “ข้าไม่สนว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ข้าแค่ต้องการเจ้า!”
ราเวนยิ้มอ่อนโยน ซึ่งเป็นภาพที่หายากยิ่งนักสำหรับราชาผู้เหี้ยมโหด เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้จนลมหายใจเย็นๆ รดรินใบหน้านาง “ข้ามีวิธี... วิธีที่จะผูกมัดวิญญาณของเราไว้ด้วยกันตลอดกาล แต่เจ้าต้องยอมรับผลของมัน...”
ความลังเลฉายชัดในแววตาของเอลาร่า นางรู้ดีว่าสิ่งที่เขาหมายถึงคือการทำพันธสัญญาเลือดขั้นสูงสุด—การแลกเปลี่ยนชีวิตและการดำรงอยู่ร่วมกันในฐานะอมตะ แต่มันคือเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเข้าโถงปราสาท ไม่ใช่เสียงของไคเลน และไม่ใช่เสียงของทหารแวมไพร์ตนใด มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจนอากาศรอบกายดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ร่างเงาดำทมิฬก้าวออกมาจากความมืดมิด มือของบุคคลลึกลับถือจี้ห้อยคอรูปลักษณ์ประหลาดที่เรืองแสงสีม่วงหม่น
“เจ้าไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเรื่องชีวิตของนางหรอก ราเวน...” บุคคลนั้นเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและก้องกังวานราวกับมาจากขุมนรก “เพราะคนที่ลิขิตสายเลือดของนางไว้ตั้งแต่ต้น... คือข้า”
เอลาร่าหันไปมองผู้มาเยือนคนนั้น และทันทีที่เห็นใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีดำ หัวใจของนางก็แทบหยุดเต้น มันไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่นางเคยได้รับคำเตือนว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่นางลืมตาดูโลก
ราเวนพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อปกป้องนาง แต่เขากลับพบว่าร่างกายของเขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ราวกับถูกพันธนาการด้วยเวทมนตร์โบราณที่ทรงพลังกว่าของเขาหลายเท่า เอลาร่ากรีดร้องออกมาเมื่อบุคคลนั้นยื่นมือมาหาช้าๆ และในวินาทีที่ปลายนิ้วเย็นเยียบสัมผัสที่ลำคอของนาง ทุกอย่างรอบกายก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินแสงจันทร์อาถรรพ์ไปจนสิ้น
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและแสงสว่างในตอนนี้นะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืนจะรอพบทุกท่านในตอนจบที่เดิมครับ
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 26
ชัยชนะที่แลกด้วยน้ำตา
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!