"ข้าไม่ได้ต้องการเห็นความสงสารในแววตาของเจ้าหรอกนะ เอลาร่า... สิ่งที่ข้าต้องการคือความจงรักภักดี หรืออย่างน้อยที่สุด ก็อย่าได้มองข้าด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองดูปีศาจที่ไร้หัวใจเช่นนี้เลย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของราเวนดังก้องอยู่ในห้องโถงกว้างที่ประดับด้วยกระจกบานสูง เขายืนหันหลังให้หญิงสาว ร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทสีดำสนิทดูเคร่งขรึมและทรงพลังราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย หากแต่ในวินาทีนี้ เอลาร่ากลับสัมผัสได้เพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งแกร่งนั้น
"ถ้าท่านไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายเหล่านั้น... แล้วทำไมข้าถึงต้องเจอจดหมายพวกนี้ในห้องทำงานของท่านล่ะ ราเวน?"
เอลาร่าถามพลางโยนกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าแก่ เนื้อหาในนั้นคือกำหนดการสังหารหมู่ฝูงมนุษย์หมาป่าในดินแดนเหนือ ซึ่งเธอมั่นใจว่ามันคือฝีมือของคนของเขา ราเวนหันกลับมาอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีแดงฉานดุจโลหิตวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะจางหายไปเป็นความว่างเปล่าที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวาบ
"มันคือเรื่องของสงครามเอลาร่า เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าโลกนี้มันโหดร้ายเพียงใด"
"ไม่เข้าใจงั้นหรือ?" เธอแค่นหัวเราะ เสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวด "ท่านไม่ได้ต้องการปกป้องข้า ท่านแค่ต้องการใช้ข้าเป็นหมากในกระดานเพื่อขยายอำนาจ! ที่ผ่านมา... รอยจุมพิตที่ท่านมอบให้ ความห่วงใยที่ท่านแสดงออก ทุกอย่างมันคือการแสดงเพื่อหลอกล่อให้ข้าตายใจใช่ไหม!"
ราเวนก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตา กลิ่นอายของความตายและมวลดอกไม้ราตรีพุ่งเข้าจู่โจมประสาทสัมผัส เอลาร่าผงะถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ แต่ราเวนกลับยกมือขึ้นทาบผนังเพื่อกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่ดูอันตราย
"เจ้ามองข้าเช่นนั้นจริงๆ หรือ?" เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะผิวแก้มที่กำลังแดงระเรื่อด้วยความโกรธ "เจ้าคิดว่าความสัมพันธ์ของข้ากับเจ้า... เป็นเพียงแค่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์งั้นหรือ"
"ข้าไม่รู้... ข้าไม่รู้อะไรอีกแล้ว" เธอเบือนหน้าหนี สายตาสั่นระริก "ตั้งแต่วันที่ข้าพบรอยเลือดบนมือท่านในคืนนั้น ข้าก็เริ่มสงสัยว่าที่ข้าคิดว่าคือความรัก มันอาจเป็นเพียงพันธนาการของปีศาจที่กำลังสูบกินวิญญาณของข้าไปทีละน้อย... ปล่อยข้าไปเถอะราเวน"
คำว่า 'ปล่อยข้าไป' ราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงบนหัวใจของราชาแวมไพร์ เขาไม่ได้โกรธ แต่ความเยือกเย็นในแววตาของเขากลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าไฟที่ลุกโชน เอลาร่ารู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่สั่นไหวอยู่รอบตัวราเวน สัมผัสที่เขามักจะใช้ปลอบประโลมเธอบัดนี้กลับกลายเป็นความกดดันที่ทำให้อากาศในห้องเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก
"เจ้ากำลังตีตัวออกห่างจากโชคชะตาที่ถูกจารึกไว้ เอลาร่า... เจ้าไม่มีวันหนีข้าพ้น"
เขากดจุมพิตลงบนต้นคอของเธออย่างแรง เน้นย้ำความเป็นเจ้าของจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดและวาบหวามในเวลาเดียวกัน มันคือรอยจุมพิตที่เต็มไปด้วยความรักที่บิดเบี้ยวและกระหายอยากจะครอบครองทุกอณูวิญญาณ
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังปะทะกันอย่างรุนแรง ประตูบานใหญ่ของห้องโถงก็ถูกกระแทกจนเปิดออก ไคเลนก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนเลือดและรอยยิ้มเย้ยหยัน ในมือของเขามีสร้อยคออัญมณีสีน้ำเงินที่เอลาร่าทำหายไปเมื่อหลายวันก่อน ราเวนผละออกจากเอลาร่าทันที ดวงตาสีโลหิตจ้องมองศัตรูหัวใจด้วยความเคียดแค้น
"แกกล้าดียังไงถึงย่างกรายเข้ามาถึงที่นี่ ไคเลน!" ราเวนคำราม ลำคอของเขาขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังอำนาจที่เตรียมระเบิดออก
ไคเลนหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปสบตากับเอลาร่าที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังราเวน "ฉันไม่ได้มาเพื่อสู้กับแก ราเวน... แต่ฉันมาเพื่อบอกในสิ่งที่แม่สาวน้อยคนนี้ยังไม่รู้ ว่าเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวนางน่ะ... แท้จริงแล้วเป็นของใครกันแน่"
เอลาร่าเบิกตากว้าง หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่อเห็นไคเลนชี้ปลายดาบมาที่เธอ ราเวนพุ่งตัวเข้าหาศัตรู แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักค้างเมื่อเสียงแหลมสูงของบางสิ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง... เสียงที่เอลาร่าจำได้ดีว่าเป็นเสียงของสร้อยคอที่ควรจะพังทลายไปแล้ว แต่มันกลับเปล่งแสงสีม่วงอาถรรพ์ออกมาจนทั่วทั้งห้องสั่นสะเทือน!
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันเปราะบางในบทนี้นะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 17
รอยร้าวในหัวใจ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!