"เจ้ากำลังหลอกตัวเองอยู่ เอลาร่า... เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้า ไม่ใช่เลือดของมนุษย์ธรรมดาที่ใครจะมาหยิบฉวยไปครอบครองได้ตามอำเภอใจ แต่มันคือขุมพลังที่ถูกผนึกไว้เพื่อรอวันทวงคืนบัลลังก์ที่สูญหาย"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของราเวนดังก้องขึ้นในห้องโถงหินใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง นัยน์ตาสีแดงฉานดุจโลหิตของเขาสะท้อนเงาของหญิงสาวที่กำลังยืนสั่นสะท้านอยู่เบื้องหน้า เอลาร่าพยายามถอยกรูดหนีไปจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับผนังหินเย็นเฉียบ แต่ราเวนกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว กลิ่นอายของความตายและกุหลาบป่าที่หอมหวนจนน่าสะพรึงกลัวโอบล้อมรอบตัวเธอไว้จนไร้ทางหนี
"ท่านโกหก..." เอลาร่าเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเธอติดขัด "ข้าเป็นเพียงลูกผสมที่เกิดจากความผิดพลาดของเผ่าพันธุ์ ข้าไม่มีค่าพอที่จะเป็นกุญแจของใครทั้งนั้น"
ราเวนแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้น สัมผัสของเขาร้อนผ่าวจนผิวหนังของเธอแทบไหม้เกรียม "ถ้าข้าโกหก ไคเลนคงไม่ยอมแลกชีวิตคนทั้งฝูงเพื่อล่าตัวเจ้าหรอกนะ ความปรารถนาของมันไม่ใช่การครอบครองเจ้าในฐานะคู่ครอง แต่มันต้องการ 'เลือด' ของเจ้า... เลือดที่เปี่ยมไปด้วยพลังดึกดำบรรพ์เพื่อปลุกเหล่าบรรพบุรุษมนุษย์หมาป่าให้ตื่นขึ้นมาล้างโลก"
เอลาร่าเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสับสนและแรงขับบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก มันไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปตามเส้นเลือด ทุกครั้งที่เขาสัมผัสเธอ ราวกับพลังบางอย่างที่หลับใหลอยู่ลึกสุดใจกำลังสั่นไหวและพยายามจะระเบิดออกมา
"พิสูจน์สิ..." เธอท้าทายด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น "ถ้าข้ามีพลังนั้นจริง ทำไมท่านถึงไม่ฆ่าข้าแล้วชิงมันไปเสียตั้งแต่วันแรกที่พบกัน?"
มุมปากของราเวนกระตุกยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขาโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน "เพราะข้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่พลัง... แต่ข้าต้องการให้เจ้าเต็มใจมอบมันให้ข้าด้วยความเสน่หา เอลาร่า การบังคับขืนใจมันเป็นวิธีของสัตว์ป่าอย่างไคเลน แต่สำหรับข้า... ข้าต้องการทั้งกายและวิญญาณของเจ้าที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายเลือดของข้าเท่านั้น"
ฝ่ามือหนาของราเวนเลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่น ก่อนจะรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของเอลาร่าเต้นรัวราวกับกลองรบ กลิ่นกายของเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจจนยากจะต้านทาน แม้สติสัมปชัญญะจะบอกให้ผลักไส แต่สัญชาตญาณในร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อฝ่ามือของเขาเริ่มลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างถือสิทธิ์
"ปล่อยข้านะ..." เธอพึมพำ แต่ทว่าน้ำเสียงกลับแผ่วเบาและสั่นพร่า
"เจ้าก็รู้ว่าเจ้าทำไม่ได้" เขาขบเม้มที่ซอกคอขาวเนียนของเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่า "ยิ่งเจ้าขัดขืน เลือดในกายเจ้าก็ยิ่งเต้นเร่า เจ้าสัมผัสได้ใช่ไหม... ว่ามันกำลังร้องเรียกข้า"
ในจังหวะที่เอลาร่ากำลังจะหมดสิ้นหนทางต้านทาน จู่ๆ บานประตูหินหนักอึ้งก็ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เศษหินร่วงกราวลงมาพร้อมกับเสียงคำรามที่ดังก้องกังวานราวกับฟ้าผ่า ไคเลนยืนอยู่ท่ามกลางฝุ่นควัน ดวงตาสีเหลืองอำพันดุร้ายดุจสัตว์ป่าจ้องเขม็งมาที่ราเวนด้วยความอาฆาต
"ปล่อยนางซะ ราเวน! เจ้าไม่มีสิทธิ์แตะต้องสายเลือดที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์ข้า!" ไคเลนตะคอก ร่างกายของเขาสั่นไหวราวกับกำลังจะกลายร่าง ผิวหนังเริ่มมีขนสีเทาขึ้นหนาเตอะ
ราเวนไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาเพียงแค่กระชับอ้อมกอดเอลาร่าให้แน่นขึ้นก่อนจะหันไปสบตากับคู่แค้นด้วยสายตาเย้ยหยัน "เจ้ามาสายไปก้าวหนึ่งเสมอ ไคเลน... ตอนนี้เอลาร่าไม่ได้เป็นของใครหน้าไหนทั้งนั้น นอกจากข้า"
ทันใดนั้นเอง เอลาร่าก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลบขึ้นมาที่หน้าอก รอยปานรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่ของเธอเริ่มเปล่งแสงสีทองสว่างวาบออกมาผ่านเนื้อผ้า ความร้อนแรงนั้นทวีความรุนแรงขึ้นจนเธอหวีดร้องด้วยความทรมาน แต่แทนที่ราเวนจะตกใจ เขากลับแสดงสีหน้าพึงพอใจอย่างถึงที่สุด
"ในที่สุด... ปราการด่านสุดท้ายก็ได้พังทลายลงแล้ว" ราเวนพึมพำขณะมองรอยปานนั้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
ทว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกนั้น ไคเลนกลับลดอาวุธในมือลงและแสยะยิ้มที่ดูน่าขนลุก "เจ้าคิดว่านั่นคือพลังที่แท้จริงงั้นหรือ? หึ... เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมที่ถูกกำหนดไว้ ราเวน เมื่อนางตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งแรกที่นางจะทำ... ก็คือการกระชากหัวใจของเจ้าออกมาชิมดูว่ามันขมขื่นเพียงใด!"
เอลาร่าทรุดลงกับพื้น แสงสีทองจากไหล่ลุกลามไปทั่วแขนจนเส้นเลือดเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เธอเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของหญิงสาวผู้อ่อนหวานอีกต่อไป แต่เป็นสายตาของนักล่าที่หิวกระหาย
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับเหตุการณ์พลิกผันในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 10
ความจริงของสายเลือด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!