รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 19

การพิสูจน์รักด้วยเลือด

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เจ้าไม่มีวันได้นางไป ไคเลน... ตราบใดที่หัวใจของข้ายังเต้นอยู่ แม้มันจะเป็นเพียงหัวใจที่ตายด้านไปแล้วก็ตาม” น้ำเสียงทุ้มต่ำของราเวนแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดขี่ขณะที่เขาใช้ร่างกำยำกำบังเอลาร่าไว้ด้านหลัง กรงเล็บของหมาป่าอัลฟ่าอย่างไคเลนเพิ่งจะฝากรอยแผลลึกไว้ที่หัวไหล่ซ้ายของเขา กลิ่นคาวเลือดที่ผสมกับกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของเอลาร่าอบอวลไปทั่วห้องโถงหินโบราณที่สั่นสะเทือนจากการปะทะ เอลาร่ามองดูหยาดเลือดสีแดงฉานที่ไหลรินอาบชุดสูทสีเข้มของราเวน หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและสงสาร ความเจ็บปวดที่นางไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากเขา—ชายผู้ที่เคยเย็นชาและมองนางเป็นเพียงเครื่องมือ—กำลังบีบคั้นทรวงอกของนางจนหายใจไม่ออก “ราเวน! ถอยไป!” เอลาร่าตะโกน เสียงของนางสั่นเครือแต่มั่นคง นางคว้าแขนเสื้อของเขาไว้ สัมผัสที่ปลายนิ้วผ่านไปถึงอุณหภูมิร่างกายที่กำลังเย็นเยียบลงอย่างรวดเร็วของเขา “อย่าแตะต้องตัวข้า เอลาร่า...” ราเวนแค่นยิ้ม มุมปากที่มีรอยเลือดปรากฏชัดช่างดูทรงเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน “เจ้าเป็นของข้า... เพียงผู้เดียว และข้าจะไม่ยอมให้ไอ้สุนัขจรจัดตัวไหนมาพรากสิ่งที่ข้าตีตราจองไว้” ไคเลนแสยะยิ้ม ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น เขาขยับกรงเล็บ เตรียมจู่โจมซ้ำ “ราชาไร้บัลลังก์ที่กำลังจะตายอย่างเจ้ายังคิดจะอวดเก่งอยู่อีกหรือ? สายเลือดผสมที่ไหลเวียนในกายของนางจะสยบแทบเท้าข้า... นางคือพลังที่จะทำลายอาณาจักรโสมมของเจ้า!” ราเวนไม่รอให้ศัตรูพูดจบ เขาพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตามนุษย์ ร่างของทั้งสองปะทะกันจนเกิดเสียงกระดูกกระทบกันดังสนั่น เอลาร่าเห็นภาพที่น่าเวทนาและงดงามไปพร้อมกัน—ความรักที่ถ่ายทอดผ่านการต่อสู้ การปกป้องที่แลกมาด้วยลมหายใจ วินาทีที่ไคเลนพลาดท่า ราเวนกระชากคอเสื้อหมาป่าหนุ่มแล้วเหวี่ยงจนร่างนั้นกระแทกกับผนังหินจนร้าว ทว่าราเวนเองก็ทรุดตัวลงเมื่ออาการบาดเจ็บสาหัสเริ่มกัดกินร่างกายนิรันดร์ เอลาร่าไม่รีรอ นางถลาเข้าไปประคองร่างที่อ่อนแรงของเขาไว้ในอ้อมแขน กลิ่นอายของความตายเริ่มแผ่ซ่าน “เจ้าช่างโง่เขลาเหลือเกิน...” ราเวนกระซิบข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะแก้มขาวนวล เอลาร่าสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ออกมาจากบาดแผลที่หัวไหล่ของเขา “ทำไมถึงยอมเจ็บตัวเพื่อข้า?” เอลาร่าไม่ได้ตอบด้วยคำพูด นางจดจ้องดวงตาสีเทาหม่นที่เริ่มขาดประกาย นางตัดสินใจในสิ่งที่สัญชาตญาณเตือนว่ามันคือดาบสองคม นางก้มลงกัดที่ปลายนิ้วตัวเองจนเลือดสีสดซึมออกมา ก่อนจะประทับรอยจุมพิตที่เปื้อนเลือดลงบนริมฝีปากที่เย็นชืดของราเวน กระแสพลังงานมหาศาลไหลผ่านจากร่างนางสู่เขา ราเวนเบิกตากว้าง ร่างกายที่เคยซีดเผือดเริ่มกลับมามีสีเลือดอีกครั้ง แผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่เริ่มสมานตัวด้วยความรวดเร็วที่ผิดธรรมชาติ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังได้รับพลังนั้น คมเขี้ยวของราเวนก็เผลอกดลงที่ต้นคอของนางด้วยสัญชาตญาณการครอบครอง สายฟ้าฟาดลงมานอกหน้าต่างหิน แสงสว่างจ้าเผยให้เห็นเงาร่างลึกลับที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองฉากอีโรติกที่ปนเปไปด้วยเลือดและความแค้น เอลาร่าและราเวนหยุดชะงัก ร่างกายของทั้งคู่ยังคงเชื่อมประสานกันด้วยแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน “ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์เหลือเกิน” เสียงหญิงสาวเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืด “ราชาแวมไพร์ที่ยอมแลกเลือดให้มนุษย์ และมนุษย์ที่กล้าแลกชีวิตเพื่อราชา... พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสายเลือดของพวกเจ้าจะหลอมรวมกันได้โดยไม่มีใครขัดขวาง?” เอลาร่าหันไปมองพบสตรีผู้สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของนางงดงามราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพ นางก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับดาบสีเงินที่สลักลวดลายอักขระโบราณ ราเวนที่เริ่มกลับมามีกำลังลุกขึ้นยืนตระหง่านบังหน้านางทันที ทว่ามือที่เขากำลังกุมกระชับดาบของเขากลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ “เจ้า... กลับมาทำไม?” ราเวนเค้นเสียงถาม “ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้า... และคืนนี้ เลือดที่เจ้าได้รับไป จะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ” หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและลุ้นไปกับชะตากรรมของพวกเขาในบทต่อไปนะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%