รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 20

การดูแลที่อ่อนหวาน

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
"อย่าขยับครับราเวน... ถ้าไม่อยากให้แผลที่ไหล่นั่นฉีกขาดไปมากกว่านี้" เสียงกระซิบของเอลาร่าเจือความสั่นเครือเล็กน้อย ขณะที่ปลายนิ้วเรียวบางของเธอแตะลงบนรอยแยกของผิวเนื้อที่ถูกคมเขี้ยวอาบยาพิษของพวกมนุษย์หมาป่าฝากรอยไว้ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นหอมเย็นของดอกราตรีที่อบอวลอยู่ในห้องบรรทมกว้างขวาง มันเป็นกลิ่นที่บอกสถานะของราชาแวมไพร์ผู้ทรงอำนาจ ทว่าในยามนี้ ร่างที่เคยดูแข็งแกร่งดุจหินผากลับกำลังนั่งนิ่งให้เธอทำแผลด้วยความยินยอมอย่างน่าประหลาด ราเวนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำลึกและแหบพร่า ดวงตาสีโลหิตที่เคยเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองใบหน้าหวานที่ก้มต่ำลงด้วยความตั้งใจ เขาไม่ได้มองแผลที่หัวไหล่เลยแม้แต่น้อย เขากำลังมองเรือนผมที่ปรกหน้าผากของหญิงสาวผู้ที่เขาพยายามกักขังไว้ในกรงทองแห่งโชคชะตา "เจ้ากลัวข้าจะตายหรือเอลาร่า?" เขาถามพลางขยับกายเข้าหาเธอช้าๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างของกันและกัน "หรือเจ้าแค่กลัวว่าถ้าไม่มีข้า... ใครจะปกป้องเจ้าจากคมเขี้ยวของไคเลนที่จ้องจะตะครุบเจ้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน" เอลาร่าชะงักมือที่กำลังแตะน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนรอยแผล เธอเงยหน้าขึ้น สบสายตากับเขาตรงๆ ในแววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดหวัง แต่มันกลับมีความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความร้าวรานบางอย่าง "ฉันกลัว..." เธอสารภาพออกมาเบาๆ เสียงของเธอสั่นพร่าขณะที่ปลายนิ้วไล้ผ่านรอยแผลที่กำลังสมานตัวอย่างช้าๆ ด้วยพลังแห่งราชัน "ฉันกลัวว่าวันหนึ่ง... เมื่อรอยจุมพิตที่ท่านประทับไว้เริ่มเลือนหายไป ท่านจะมองเห็นฉันเป็นเพียงเครื่องมือในการปลดล็อกพลังของท่านจริงๆ ไม่ใช่ใครคนอื่นที่ท่านหวงแหนมากพอที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยง" ราเวนขมวดคิ้วแน่น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของเธอไว้ สัมผัสของเขาเย็นเยียบแต่กลับส่งกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่างเอลาร่า เขาบีบเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับจะยืนยันตัวตน "เจ้ามันโง่เขลาเอลาร่า" ราเวนพึมพำ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากสัมผัสกัน "เจ้าคิดว่าอำนาจที่ข้าโหยหามานับพันปี มันจะมีค่ามากกว่าความรู้สึกที่ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสอีกครั้งงั้นหรือ? เลือดของเจ้าไม่ได้มีค่าแค่เพราะมันคือกุญแจ แต่มันมีค่าเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจที่ตายไปแล้วของข้า... กลับมาเต้นในจังหวะของเจ้าอีกครั้ง" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความกดดันที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่พุ่งพล่านจนอากาศรอบกายดูจะเบาบางลง เอลาร่าสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นรัวอยู่ภายใต้ทรวงอกหนา เธอวางมือลงบนแผ่นอกของเขา รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนที่ไร้ชีวิตนี้ "หากนี่คือความลวงที่ท่านสร้างขึ้นเพื่อเก็บข้าไว้..." เอลาร่ากระซิบข้างใบหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับผิวคอที่ซีดเผือดของเขา "ฉันก็จะยอมเป็นคนโง่ที่หลงอยู่ในความลวงนั้นจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดไป" ราเวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิกตัวกดร่างบางลงบนเตียงกว้างอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยอารมณ์ที่พุ่งสูง เขาไม่ได้เพียงต้องการครอบครอง แต่มันคือการประกาศอาณาเขตเหนือวิญญาณของเธอ เอลาร่าไม่ได้ขัดขืน เธอหลับตาลงปล่อยให้สัมผัสของเขาพรมจูบลงบนลำคอระหงและลาดไหล่ กลิ่นหอมจางๆ จากกายเธอทำให้อสุรกายในตัวเขาแทบคลุ้มคลั่ง ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากระเบียงด้านนอก ความรู้สึกที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยกลิ่นสาบของหมาป่าโชยเข้ามาพร้อมกับแรงกดดันที่มหาศาล ราเวนหยุดชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับนักล่าที่พบเหยื่อ ประตูระเบียงถูกผลักออกอย่างแรงจนบานหน้าต่างสั่นสะเทือน ร่างของชายหนุ่มร่างกำยำที่มีกลิ่นอายของป่าชื้นและอำนาจดิบเถื่อนก้าวเข้ามา เงาของเขาทอดยาวทับร่างของทั้งสองบนเตียง "ปล่อยเธอซะ ราเวน... เพราะคืนนี้คือคืนจันทร์อาถรรพ์ และพันธสัญญาที่เจ้าทำไว้กับเลือดของนางกำลังจะจบสิ้นลงด้วยมือของข้า!" ไคเลนยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ในความมืด เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่เสียงฝีเท้าที่ตามหลังมานับสิบนั้นทำให้ราเวนรู้ทันทีว่า... เวลานี้ไม่ใช่เวลาของการดูแลที่อ่อนหวานอีกต่อไป แต่มันคือเวลาของสงครามที่กำลังจะพรากทุกอย่างไปจากเขา ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผมนะครับ หวังว่าหัวใจของทุกท่านจะยังเต้นแรงไปกับชะตากรรมของพวกเขาในตอนต่อไป ภาคินทร์เที่ยงคืนครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%