"ถอยไป ราเวน... อย่าให้เลือดของเจ้าต้องแปดเปื้อนบนหิมะที่ไม่ควรได้รับมันเลย"
ไคเลนคำรามต่ำ เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงทรวงอกของเอลาร่าที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลังร่างสูงใหญ่ของราชาแวมไพร์ นัยน์ตาสีเหลืองอำพันของผู้นำฝูงมนุษย์หมาป่ากวาดมองไปรอบข้าง ฝูงสมุนจำนวนสิบกว่าชีวิตแยกเขี้ยวขู่คำราม ทว่าราเวนกลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลักจากหินออบซิเดียน เขายกมือขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อห้ามไม่ให้ทหารองครักษ์ของตนก้าวออกมา
"สงครามที่เจ้าพยายามจะจุดชนวนน่ะ ไคเลน..." ราเวนเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ามันคือทางออก? หรือเป็นเพียงการดิ้นรนเพื่อกลบฝังความอ่อนแอในใจที่เจ้ามีต่อ... สิ่งที่ไม่มีวันเป็นของเจ้า"
ราเวนหันกลับมามองเอลาร่าเพียงเสี้ยววินาที สายตาที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึกกลับแฝงไปด้วยความห่วงหาที่เขาก็เพิ่งจะยอมรับกับตัวเองได้ในวินาทีนี้ เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงความเป็นเจ้าของเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการยึดเหนี่ยวเพื่อไม่ให้โลกของเขาสลายไป
"ฉันจะไม่ไปกับเขา" เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอแม้จะสั่นพร่าแต่หนักแน่นราวกับผาหิน "ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่าง ฉันไม่ใช่สมบัติที่ใครจะมาช่วงชิงไปจากที่นี่"
ไคเลนหัวเราะร่วน เสียงนั้นแหลมคมบาดลึกเข้าไปในบรรยากาศ "เธอพูดแบบนั้นเพราะถูกอาคมลวงใจของมันครอบงำไว้ต่างหาก เอลาร่า! เลือดในกายเธอมันเรียกร้องหาพวกฉัน... พวกเราคือผู้ถูกเลือก ไม่ใช่ไอ้ปีศาจดูดเลือดที่มองเธอเป็นเพียงกุญแจไขพลังอำนาจ"
"ผิดแล้ว" ราเวนตอบกลับทันควัน ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต "ข้าไม่ได้มองนางเป็นกุญแจ แต่นางคือเหตุผลที่ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่... หลังจากที่ต้องตายไปนานนับศตวรรษ"
ราเวนกระชากเอลาร่าเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายของชายหนุ่มที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาสูงผสมกับกลิ่นโลหิตจางๆ อบอวลอยู่รอบตัวเธอ ความใกล้ชิดในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ทำให้หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางวงล้อมของศัตรู ราเวนโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดกับใบหูของเธอ ความอบอุ่นที่พ่นออกมาทำให้เอลาร่าขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"จำเอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... จงอย่าละสายตาไปจากข้า" ราเวนกระซิบเสียงต่ำ "แม้แต่ในความตาย ข้าก็จะฉุดเจ้ากลับมา"
เขาสะบัดมือขวา ปรากฏคมดาบที่สร้างจากพลังงานความมืดพุ่งทะยานออกมา ราเวนพุ่งตัวเข้าใส่ฝูงมนุษย์หมาป่าด้วยความเร็วที่เหนือการมองเห็นของมนุษย์ทั่วไป ฉากการต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงกรงเล็บกรีดอากาศ และเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งดังระงมไปทั่วหุบเขา เอลาร่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นราเวนต่อสู้ พลังของเขาช่างทรงพลังและน่าสะพรึงกลัว แต่นั่นคือพลังที่ปกป้องเธอ
ในจังหวะที่ไคเลนอาศัยความเพลี่ยงพล้ำ พุ่งตัวหมายจะเข้าประชิดตัวหญิงสาว ราเวนก็พลิกตัวกลับมาทันท่วงที เขาคว้าลำคอของไคเลนไว้ได้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะเหวี่ยงร่างที่ใหญ่โตกว่ากระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนรากไม้สะเทือน
"เจ้าข้ามเส้นเกินไปแล้ว" ราเวนคำราม ดวงตาสีเลือดวาวโรจน์ "หากเจ้าต้องการเลือดของข้า ก็จงมาเอาไป... แต่อย่าได้แตะต้องสิ่งที่ข้าหวงแหนยิ่งกว่าวิญญาณของตัวเอง"
เมื่อความโกลาหลเริ่มสงบลงชั่วคราว ฝ่ายฝูงมนุษย์หมาป่าเริ่มถอยร่นเพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่ราเวนแผ่ออกมา ความมืดมิดในค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ธรรมชาติ แต่เป็นความมืดที่ราเวนเรียกใช้จากขุมนรกเพื่อปกป้องคนรัก ราเวนเดินกลับมาหาเอลาร่าที่ยืนตัวสั่นท่ามกลางไอเย็น มือของเขาที่เปื้อนเลือดเช็ดคราบเปื้อนบนแก้มของเธออย่างแผ่วเบา
"ข้าขอโทษ..." ราเวนเอ่ย เสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "ข้าเคยตั้งใจจะปิดบังความรู้สึกนี้ไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าต้องเจ็บปวดกับวังวนของสงคราม แต่ในตอนนี้ ข้าไม่ต้องการมีความลับใดๆ กับเจ้าอีกต่อไปแล้ว"
เอลาร่าขยับเข้าไปใกล้ มือเรียวบางสัมผัสที่หน้าอกของเขา สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมา เธอเงยหน้ามองคนตรงหน้า ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน
"ฉันไม่เคยกลัวสงคราม... ฉันกลัวเพียงแค่การต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยไม่มีคุณ"
ราเวนไม่รอช้า เขาโอบรัดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น บดจูบลงบนริมฝีปากนุ่มอย่างดูดดื่มและร้อนแรง เหมือนเป็นการระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่ผ่านมารสจูบนั้นทั้งดิบเถื่อนและอ่อนหวานในคราเดียวกัน ราวกับเป็นการทำพันธสัญญาเลือดที่ยากจะพรากจากกันได้อีก
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางซากปรักหักพังแห่งสนามรบ เสียงปรบมือแผ่วเบาดังมาจากความมืดหลังก้อนหินใหญ่ ราเวนชะงักและกระชากเอลาร่ามาไว้ข้างหลังทันที ไคเลนที่ควรจะพ่ายแพ้ไปแล้วกลับมายืนขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้า
"ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจจริงๆ" เสียงแหบพร่าของผู้มาใหม่คนหนึ่งดังขึ้น เอลาร่าใจหายวาบเมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยเดินก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับโซ่ตรวนสีเงินในมือ "แต่ดูเหมือนพวกท่านจะลืมไปว่า... พิธีการส่งตัวเจ้าสาวในคืนจันทร์อาถรรพ์นั้น ไม่ได้จบลงด้วยการจูบหรอกนะ แต่มันจบลงด้วยการหลั่งเลือดสังเวยที่แท้จริง"
ราเวนเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้น "เป็นไปไม่ได้... เจ้าตายไปแล้วไม่ใช่หรือ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในค่ำคืนแห่งรอยร้าวนี้กับผมนะครับ หวังว่าท่านจะเตรียมใจรับมือกับตอนต่อไป เพราะความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์นี้กำลังจะกัดกินทุกอย่างจนไม่เหลือชิ้นดี ภาคินทร์เที่ยงคืน ครับ
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 21
ค่ำคืนที่ไม่มีความลับ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!