"เจ้าคิดว่าเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า มันมีค่าพอที่จะต่อรองกับข้าเชียวหรือ เอลาร่า?"
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพายุที่ถูกกักขังไว้ในห้องโถงกว้างดังก้องขึ้น ราเวนก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวเหมือนจะขาดช่วงไป เอลาร่าถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับบานหน้าต่างกระจกสีที่เย็นเยียบ เงาจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทำให้ดวงตาของแวมไพร์หนุ่มดูเรืองรองด้วยอำนาจมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว
"ข้าไม่ได้ต่อรอง..." เอลาร่าเค้นเสียงตอบ มือบางกำชายกระโปรงจนยับย่น ความกลัวแล่นพล่านไปตามเส้นเลือด แต่นางพยายามอย่างยิ่งที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคู่นั้น "ข้าแค่กำลังเตือนท่าน ว่าเลือดผสมอย่างข้า ไม่ใช่สมบัติที่ท่านจะยึดครองได้ตามใจชอบ"
ราเวนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช เขาเอื้อมมือขึ้นมาเชยคางนางไว้ด้วยสัมผัสที่เย็นจัดดุจน้ำแข็ง แต่กลับแผ่ซ่านความร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กายของหญิงสาว
"งั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้น เรามาลองพิสูจน์กันดูไหมล่ะ" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูของนาง "ว่าในฐานะผู้ถูกครอบครอง เจ้าจะทำอย่างไรให้ข้าพอใจได้บ้าง... เพื่อแลกกับอิสรภาพที่เจ้าเพ้อฝันถึง"
เอลาร่าตัวแข็งทื่อ ยามที่นิ้วเรียวยาวของเขาไล้ไปตามแนวลำคอระหง ความสั่นสะท้านที่นางไม่สามารถควบคุมได้เริ่มก่อตัวขึ้น ราเวนไม่ได้ใช้กำลังบังคับ แต่เขากำลังใช้กลวิธีทางจิตวิทยาที่เหนือชั้นกว่า เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ ราวกับจงใจให้นางได้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสมรภูมิเก่าแก่ ซึ่งมันยิ่งขับเน้นถึงความร้ายกาจของชายตรงหน้า
"คุกเข่าลง..." คำสั่งนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนขาของนางอ่อนยวบลงกับพื้นหินอ่อน
เอลาร่าหอบหายใจถี่ สายตาของนางไม่สามารถละไปจากดวงตาคมกริบของเขาได้ ราเวนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสดที่ตั้งอยู่กลางห้อง เขากางขาออกกว้างเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องรอยแห่งความเป็นบุรุษที่ตื่นตัวผ่านเนื้อผ้า เขามองนางด้วยแววตาท้าทายที่รอคอยการจำนน
"จำไว้เอลาร่า... หากเจ้าอยากรู้ว่าเลือดในกายเจ้ามันพิเศษเพียงใด เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะรับใช้ราชาของเจ้าให้ถึงที่สุด"
นางขยับกายเข้าไปหานิ่งๆ แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะที่ขอบเข็มขัดของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและกลิ่นโลหะคาวหวนที่อบอวลอยู่ในกายเขาทำให้นางรู้สึกมึนเมา ราเวนกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อนางปลดสายเข็มขัดของเขาออก แรงดึงดูดระหว่างทั้งสองกลายเป็นสนามพลังแม่เหล็กที่รุนแรงจนแม้แต่เงาบนผนังยังไหววูบ
ทว่า ในวินาทีที่เอลาร่ากำลังจะทำตามคำสั่งนั้น จู่ๆ กลิ่นสาบของสัตว์ป่าที่คุ้นเคยก็โชยมากับสายลมที่พัดผ่านเข้ามาในห้อง ราเวนชะงัก สายตาที่เคยจดจ่ออยู่กับนางตวัดไปมองที่บานหน้าต่างบานใหญ่ทันที
"ไคเลน..." ราเวนสบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกละเอียดก็ดังสนั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างกำยำในชุดคลุมสีเทาที่พุ่งเข้ามากลางห้องด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ไคเลนหยุดยืนอยู่ระหว่างราเวนและเอลาร่า กรงเล็บที่ยาวแหลมของเขาฝังลงบนพื้นหินจนแตกร้าว ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น
"เจ้าคิดว่าจะเก็บกักนางไว้ได้นานแค่ไหน ราเวน?" ไคเลนคำราม เสียงนั้นต่ำลึกจนพื้นดินสั่นสะเทือน "สายเลือดที่ไหลอยู่ในกายของนาง... คือคำสาปที่จะกลืนกินเจ้าทั้งเป็น!"
ราเวนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างจนเสื้อผ้าของเขาพริ้วไหวราวกับมีลมพายุหมุนรอบตัว "ถอยไปไอ้หมาป่าชั้นต่ำ ก่อนที่ข้าจะกระชากหัวใจเจ้าออกมาประดับผนังปราสาท"
เอลาร่าที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นรู้สึกถึงความปั่นป่วนในสายเลือดของนางที่เริ่มตอบสนองต่อการมาของไคเลน นางรับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวนางเอง และดูเหมือนว่า... สิ่งที่ราเวนต้องการจะครอบครองนั้น ไม่ใช่แค่ตัวนาง แต่มันคืออำนาจในการปกครองเหนือเผ่าพันธุ์ทั้งหมดที่กำลังจะตื่นขึ้นในไม่ช้านี้
ไคเลนหันมามองเอลาร่า สายตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังเหมือนที่มองราเวน แต่มันกลับแฝงไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดบางอย่างที่นางคาดไม่ถึง
"หนีไปกับข้าเดี๋ยวนี้ เอลาร่า..." ไคเลนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "เจ้าไม่มีทางรู้เลยว่าชายที่อยู่ข้างหลังเจ้านี้... เป็นคนฆ่าพ่อของเจ้าเมื่อสิบปีก่อน!"
ราเวนที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่หยุดกึก ใบหน้าที่นิ่งเฉยของเขาเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ แต่เอลาร่าที่ได้ยินประโยคนั้นกลับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของราเวนที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ความลับที่ถูกฝังไว้ใต้เถ้าถ่านกำลังจะถูกเปิดเผย... และจุดจบของจุมพิตแรกที่เพิ่งเริ่มต้น กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเลือดที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความปรารถนาที่อันตรายนี้ครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 4
รสสัมผัสที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!