“หากเจ้าคิดว่าความตายคือการชดใช้ที่งดงามที่สุด... ข้าก็พร้อมจะกระชากวิญญาณเจ้ากลับมาทรมานในนรกของข้าอีกครั้ง ราเวน!”
เสียงคำรามแหบพร่าของไคเลนยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ แม้ดวงตาของราเวนจะยังลืมขึ้นไม่เต็มที่ ความเจ็บปวดจากการถูกคมเขี้ยวอาบยาพิษเงินสลักฝังลึกที่หัวใจราวกับจะแผดเผาเขาให้มอดไหม้ แต่ทว่า... ความร้อนแรงที่ต่างออกไปกลับแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากพิษร้าย แต่มันคือสัมผัสอบอุ่นที่คุ้นเคย สัมผัสที่โอบล้อมกายเขาไว้ในห้วงภวังค์แห่งความตาย
ราเวนสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายที่เคยแข็งทื่อราวกับรูปปั้นสลักเริ่มขยับไหว ความมืดมิดที่เคยกดทับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นเลือดที่คุ้นเคย กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ... เอลาร่า
เขาลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวในชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจนเห็นใบหน้าเนียนละเอียดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและหยาดเลือด นางไม่ได้ขยับไปไหน นางยังคงนั่งอยู่ข้างกายเขา กุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายออกเพียงนิด เขาก็จะสลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านไปตลอดกาล
“ท่านฟื้นแล้ว...” เอลาร่าพึมพำ เสียงของนางสั่นเครือ ราวกับแก้วที่กำลังจะแตกร้าว “อย่าทิ้งข้าไปอีก... ได้โปรด อย่าทิ้งข้าไว้ลำพังในโลกที่ไร้ซึ่งท่าน”
ราเวนพยายามยกมือขึ้นลูบใบหน้าของนาง ความสับสนในใจที่เคยมีมลายสิ้น ความทรงจำที่ไหลย้อนกลับมาไม่ได้มีเพียงเรื่องของอำนาจหรือการล้างแค้น แต่มันคือความเข้าใจในนิยามของ 'คู่แท้' ที่เขาเคยเพิกเฉยมาตลอดหลายศตวรรษ เขาไม่ได้ต้องการครอบครองนางเพื่อพลังอำนาจอีกต่อไป แต่เขาต้องการนางเพื่อเติมเต็มเศษเสี้ยววิญญาณที่ขาดหายไปต่างหาก
“เจ้าไม่ใช่เบี้ยหมาก... เอลาร่า” ราเวนเอ่ย เสียงของเขาแหบพร่าทว่ากังวานด้วยความจริงใจ “เจ้าคือส่วนหนึ่งของชีวิตข้า เป็นลมหายใจที่ข้าโหยหา... แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด”
เขารั้งร่างบางเข้าหาตัว สัมผัสที่บรรจบกันนั้นช่างเปี่ยมไปด้วยความหมาย ราเวนไม่ลังเลที่จะประทับจูบลงบนหน้าผากเนียน สัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยคำมั่นสัญญาที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยายใดๆ ราวกับว่าเลือดในกายของเขากำลังหลอมรวมกับนางเป็นหนึ่งเดียว พลังที่เคยกระจัดกระจายกลับมาไหลเวียนอย่างสมดุล รอยสลักแห่งพันธสัญญาบนแผ่นหลังของนางส่องประกายสีเงินยวงสะท้อนกับแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของปราสาทร้าง
แต่ทว่า ความสงบสุขนั้นช่างแสนสั้น
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นจากความมืดภายนอกห้องโถง กลิ่นสาปหมาป่าที่รุนแรงและเต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งตรงเข้ามา ราวกับพายุที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ราเวนผละจากเอลาร่า สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ความอ่อนล้าจะยังคงหลงเหลืออยู่ แต่บัดนี้เขามีเหตุผลที่ต้องปกป้องมากกว่าสิ่งใด
“ไคเลน...” ราเวนเรียกชื่อศัตรูคู่อาฆาตด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เยือกเย็นจนน่าสะพรึง
“ถึงเวลาปิดฉากเรื่องโง่เขลานี้เสียที ราชาผู้หลงระเริง” ไคเลนก้าวออกมาจากเงามืด ร่างกายกำยำของเขามีรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านพ้นมา แววตาของผู้นำมนุษย์หมาป่าไม่ได้มีความปราณีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย “เจ้าคิดว่าพลังของนางจะช่วยชีวิตเจ้าได้ตลอดไปหรือ? ผิดแล้ว... เพราะในวินาทีที่ข้าฉีกกระชากหัวใจเจ้าต่อหน้านาง พันธะทุกอย่างก็จะจบลง!”
เอลาร่าลุกขึ้นยืนขวางหน้าชายผู้เป็นที่รัก สองมือของนางสั่นเทาแต่สายตากลับแน่วแน่ ราเวนรั้งไหล่ของนางไว้เบาๆ เป็นเชิงบอกให้ถอยไปข้างหลัง เขาไม่ได้กลัวตาย แต่สิ่งที่เขากลัวคือการสูญเสียโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตที่เหลือเคียงข้างนาง
“เจ้าไม่มีวันเข้าใจหรอก ไคเลน” ราเวนแสยะยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งแผ่พลังงานสีดำมืดมิดออกมารอบกาย “เพราะเจ้ามันก็แค่สัตว์ป่าที่หิวโหยอำนาจ แต่สำหรับข้า... ข้าได้ครอบครองสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าอาณาจักรใดๆ แล้ว”
ทันใดนั้น บานประตูห้องโถงที่ปิดตายก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงกรีดร้องของเหล่าอสูรรับใช้ดังก้องไปทั่วทั้งปราสาท แต่ไม่ใช่จากฝีมือของไคเลน... หากแต่เป็นร่างลึกลับในชุดคลุมสีเงินที่เดินเข้ามาอย่างใจเย็น ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของทั้งสองฝ่าย
ผู้มาใหม่หยุดฝีเท้าลง แล้วเปิดผ้าคลุมเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ผิดปกติ แต่ดวงตานั้นกลับเต็มไปด้วยความโบราณและล่วงรู้ทุกสิ่ง นางยื่นมือที่สวมแหวนหินสีเลือดออกมาข้างหน้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทุกอย่างในห้องหยุดชะงัก
“ความรักที่เจ้าแลกมาด้วยเลือดกำลังจะพังทลายลง เพราะมีบางสิ่งที่พวกเจ้าลืมไป... เลือดผสมไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นคู่แท้ แต่มีไว้เพื่อสังเวยกุญแจสู่ประตูมิตินี้ต่างหาก!”
ราเวนเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยสลักบนข้อมือของหญิงแปลกหน้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏขึ้นบนร่างกายของเอลาร่าในยามนี้...
ภาคินทร์เที่ยงคืนจะรอพบทุกท่านในตอนจบที่เดิมนะครับ
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 28
แสงสว่างหลังเงามืด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!