รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 15

กับดักของไคเลน

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าราชาเลือดเย็นผู้นั้นจะปกป้องเจ้าได้ตลอดรอดฝั่ง เอลาร่า?” น้ำเสียงแหบพร่าของไคเลนกระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ไปตามแนวสันกรามของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ เอลาร่าสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามขยับกายถอยห่าง แต่พันธนาการจากไออุ่นของมนุษย์หมาป่ารอบกายกลับบีบรัดแน่นขึ้น กลิ่นอายของผืนป่าดิบชื้นและกลิ่นสาบของนักล่าตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงหินโบราณที่ถูกใช้เป็นจุดนัดพบกลางป่าลึก “ปล่อยข้านะ ไคเลน... ราเวนกำลังมา และเมื่อเขามาถึง เจ้าจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะอ้อนวอนขอชีวิต” เอลาร่ากัดฟันกรอด พยายามสะกดกลั้นความหวั่นไหวในดวงตา แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบ ไคเลนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังก้องสะท้อนไปตามผนังหิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานปี “ราเวนเหรอ? เขาก็แค่เศษซากประวัติศาสตร์ที่จมปลักอยู่กับความสูญเสีย เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เขาใช้เพื่อเติมเต็มความทะเยอทะยานที่หายไปต่างหากเล่า” เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินบนใบหน้าของเธอ “เจ้ารู้ไหมว่าพันธะคู่แท้ที่เขาพร่ำบอกเจ้า มันก็แค่คำลวงโลกเพื่อพันธนาการเลือดผสมเช่นเจ้าเอาไว้... เพื่อที่วันหนึ่ง เขาจะได้สูบกินพลังชีวิตของเจ้าจนหมดสิ้น” เอลาร่าชะงัก ลมหายใจขาดห้วง ความลังเลฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวย แม้เธอจะเชื่อมั่นในสัมผัสของราเวน แต่น้ำเสียงที่มั่นคงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของไคเลนกลับสั่นคลอนความมั่นใจของเธออย่างรุนแรง “ไม่... เจ้าโกหก” เธอเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น “ข้าไม่จำเป็นต้องโกหกคนตาย” ไคเลนยิ้มเหี้ยม เขาส่งสัญญาณมือเพียงชั่วครู่ ฝูงมนุษย์หมาป่าในร่างมนุษย์ที่ยืนล้อมรอบก็ขยับกายแยกออกเป็นสองฝั่ง ราวกับจัดฉากต้อนรับการมาถึงของใครบางคน ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น ราเวนก้าวเข้ามาในห้องโถงนั้น ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทดูโดดเด่นและเยือกเย็นราวกับเทพเจ้าแห่งความตาย ดวงตาสีทับทิมคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของเอลาร่าในเงื้อมมือของศัตรู “ปล่อยนางเสีย ไคเลน” เสียงของราเวนราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้น “ความแค้นระหว่างเราไม่ควรลากผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” “ความแค้นงั้นหรือ?” ไคเลนแค่นยิ้ม ดันตัวเอลาร่าให้ถอยไปด้านหลังด้วยท่าทีคุกคาม “นี่ไม่ใช่เรื่องของความแค้น แต่มันคือเรื่องของสมดุล ราเวน... หากเจ้าอยากได้นางคืนนัก ก็ต้องแลกด้วยสิ่งของที่เจ้าหวงแหนที่สุดในตอนนี้” ไคเลนล้วงหยิบกริชโบราณที่อาบด้วยอาคมสีเงินวาววับออกมา แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของหลังคาหินตกกระทบลงบนใบมีดจนเกิดประกายแสบตา ราเวนชะงักไปเล็กน้อย กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเกร็งขึ้นทันที “นั่นมัน...” ราเวนพึมพำ “ใช่... กริชที่พรากวิญญาณคนรักของเจ้าไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน” ไคเลนก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ปลายกริชจ่อไปที่ลำคอระหงของเอลาร่า “เจ้าเลือกว่าจะยอมถอยไป เพื่อให้พวกข้าพาตัวนางไปสู่อิสรภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุด หรือจะเสี่ยงให้ข้ากรีดเลือดนางตรงนี้... เพื่อแลกกับโอกาสในการล้างแค้นที่เจ้าโหยหามาทั้งชีวิต” เอลาร่ารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบของคมมีดที่สัมผัสผิวเนื้อ เธอหันไปสบตาราเวน พยายามส่งสัญญาณบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำตาม แต่ราเวนกลับนิ่งงัน แววตาของเขาที่เคยเยือกเย็นกลับไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่ “เจ้ากำลังวางกับดัก” ราเวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “เจ้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่สมดุล แต่เจ้าต้องการทำลายความรู้สึกสุดท้ายที่เหลืออยู่ในหัวใจข้า” “ถูกเผง” ไคเลนหัวเราะร่า “จงเลือกเสีย ราเวน... ชีวิตของเด็กสาวเลือดผสมที่เจ้าหลงใหล หรือจะยอมละทิ้งเกียรติยศราชาแวมไพร์แล้วคุกเข่าอ้อนวอนข้าต่อหน้าเหล่าข้าบริวารของเจ้าที่แอบมองอยู่หลังกำแพงนั่น!” ทันใดนั้น บานประตูไม้เก่าแก่ทางด้านหลังของห้องโถงกลับเปิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น เอลาร่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของหญิงสาวอีกคนปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน หญิงสาวปริศนาผู้นั้นสวมชุดขาวโพลนราวกับเจ้าสาวที่หลุดออกมาจากอดีต ใบหน้าของเธอถอดแบบมาจากภาพวาดในห้องลับของราเวน... ภาพวาดของคนรักคนแรกที่ตายไปเมื่อหลายศตวรรษก่อน! เอลาร่ารู้สึกราวกับโลกหมุนคว้าง หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นราเวนถอยกรูดไปด้านหลังด้วยความหวาดหวั่นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “เอลีน่า...?” ราเวนครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ร่างกายของเขาสั่นสะท้านจนกริชในมือไคเลนเกือบจะหลุดร่วง “เจ้าคิดว่านี่คือจุดจบงั้นหรือ เอลาร่า?” ไคเลนกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ราเวนไม่ได้กลับมาเพื่อช่วยเจ้า... เขาแค่กำลังกลับไปหาอดีตที่เขาไม่มีวันปล่อยวางได้ และตอนนี้... เจ้าคือส่วนเกินที่ต้องถูกกำจัดทิ้ง” ก่อนที่เอลาร่าจะทันได้ร้องทัดทาน หญิงสาวในชุดขาวก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับพลังงานมืดมิดที่ปะทุขึ้นทั่วห้องโถง ราเวนละสายตาจากเอลาร่าอย่างสิ้นเชิง เขาหันไปหาเงาร่างนั้นด้วยความโหยหาอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งให้เอลาร่าตกอยู่ในวงล้อมของคมมีดและเล่ห์เพทุบายของมนุษย์หมาป่าที่กำลังจะเผด็จศึกเธอในชั่วพริบตา หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นในบทนี้นะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%