"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินออกจากห้องนี้ไปหาไอ้หมาป่าชั้นต่ำนั่นง่ายๆ อย่างนั้นหรือ เอลาร่า?"
เสียงทุ้มต่ำของราเวนดังก้องท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่คำรามอยู่เบื้องนอก กลิ่นอายของพายุที่โหมกระหน่ำปะทะกับหน้าต่างห้องโถงหินสั่นสะท้าน ราเวนก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวในจังหวะที่หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองรบ นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาฉายแววกระหายที่ถูกสะกดไว้ภายใต้ความหยิ่งผยอง
เอลาร่าถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังหินเย็นเฉียบ นางเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะหวั่นไหวกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้า "ข้าไม่ได้จะไปหาใครทั้งนั้น ราเวน... ข้าเพียงแต่ต้องการอิสระที่เจ้าพรากไปจากข้าเสียที"
"อิสระ?" ราเวนแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาคว้าข้อมือของนางตรึงไว้เหนือศีรษะ ความเย็นจากผิวสัมผัสของเขาตัดกับความร้อนรุ่มที่เริ่มก่อตัวขึ้นในห้อง "ในโลกของข้า ไม่มีคำว่าอิสระสำหรับสิ่งที่ข้าตีตราจองไว้แล้ว... โดยเฉพาะเจ้า"
สายฝนด้านนอกเริ่มสาดซัดเข้ามาตามช่องหน้าต่างที่เปิดแกล้มลมแรง กลิ่นอายของไอฝนผสมกับกลิ่นฟีโรโมนดิบเถื่อนของราชาแวมไพร์ทำให้นางแทบหยุดหายใจ ราเวนก้มลงกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาตัดกับความเย็นของหยาดฝนที่กระเซ็นมาโดนผิวเนื้อ "เจ้าไม่ได้สู้เพื่ออิสระหรอก เอลาร่า... เจ้ากำลังสู้กับความปรารถนาของตัวเองที่เรียกร้องหาข้าต่างหาก"
เขากดจูบลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างรุนแรงและเร่าร้อน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของหญิงสาว นางพยายามขัดขืนแต่กลับพบว่าร่างกายของตนทรยศต่อความคิด ยิ่งเขาบดเบียดร่างกายเข้าหา นางยิ่งรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
"หยุด... ราเวน..." เสียงของนางสั่นพร่าขณะที่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นของนางเริ่มหลุดรุ่ยจากการกระทำที่ไร้ความปราณีของเขา "เจ้ามันเห็นแก่ตัว... เจ้าต้องการเพียงพลังในเลือดของข้าเท่านั้น"
"ถ้าข้าต้องการแค่พลัง ข้าคงไม่ปล่อยให้เลือดในกายข้าเดือดพล่านยามได้กลิ่นกายเจ้าขนาดนี้" ราเวนผละออกมาจ้องมองนางด้วยแววตาที่สั่นไหวด้วยอารมณ์ดิบ ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นเผยออกมาเพียงชั่วครู่ "จงมองตาข้า... แล้วบอกมาว่านี่คือพลังของสายเลือด หรือเป็นเพราะหัวใจของเจ้าที่สั่งให้เจ้าต้องการข้า"
เขาไม่ได้รอคำตอบ แต่บดจูบลงบนริมฝีปากของนางอย่างหนักหน่วง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานที่เขาถวิลหามาเนิ่นนาน เอลาร่ากอดรัดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น สัมผัสของเขาปลุกเร้าสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายเลือดผสมของนางให้ตื่นขึ้น ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้
ท่ามกลางเสียงฝนที่โหมกระหน่ำ ราเวนอุ้มร่างบางขึ้นและพาเดินไปยังเตียงไม้โอ๊กขนาดใหญ่ เขาค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกช้าๆ ให้เกียรติในฐานะราชันย์แต่ก็เร่าร้อนราวกับไฟที่ไม่มีวันมอดดับ ผิวพรรณของทั้งคู่เสียดสีกัน ก่อให้เกิดประกายความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่วห้อง ทุกสัมผัสคือการช่วงชิงและส่งมอบ ทุกรอยจุมพิตคือการสลักวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว
"หากนี่คือจุดจบ... ก็ขอให้ข้าได้หลอมละลายไปพร้อมกับเจ้า" เอลาร่ากระซิบขณะที่ความรู้สึกวาบหวามถาโถมเข้าใส่ดั่งคลื่นยักษ์ ราเวนขยับตัวเข้าหานางด้วยความกระหายที่ถูกเติมเต็ม ความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางพายุฝนไม่ใช่เพียงการสมสู่ แต่เป็นการรวมวิญญาณสองสายเลือดที่เกลียดชังกันให้กลายเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่มีวันแยกออก
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังถึงจุดสูงสุด เสียงประตูก็ถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับแรงลมที่ปะทะเข้ามาในห้อง!
ร่างของไคเลนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู แววตาของผู้นำมนุษย์หมาป่าแดงก่ำด้วยโทสะ ขณะที่ในมือของเขากำลังกุมสร้อยคอที่สลักตราสัญลักษณ์บรรพกาลของเอลาร่าไว้แน่น
"ปล่อยนางซะ ราเวน... เพราะสิ่งที่เจ้ากำลังกอดอยู่นั่น ไม่ใช่นางที่เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังครอบครอง!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ราเวนชะงัก ร่างกายของเขายังคงแนบชิดกับเอลาร่าที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำพูดของศัตรูคู่อาฆาต
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นในบทนี้นะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์•ตอนที่ 14
ความปรารถนาที่ไม่อาจต้าน
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจุมพิตสลักวิญญาณใต้เงาจันทร์อาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!