คราบน้ำตาบนแก้มเนียนของรัญชน์ในวินาทีนี้... คืออาวุธที่เชือดเฉือนหัวใจของเดือนคณะวิศวะให้แหลกละเอียดคามืออย่างแท้จริง
ความเงียบงันในห้องพักสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงดันอากาศที่บีบเค้นจนแทบหายใจไม่ออก คินยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้น มือหนาที่เคยกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเมื่อครู่ตอนนี้แบออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววดุดันและเย่อหยิ่งเสมอเวลาอยู่ต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับไหวระริกสะท้อนภาพร่างโปร่งของคนที่นั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่บนโซฟาด้วยความรู้สึกผิดที่โถมซัดเข้ามาดั่งคลื่นสึนามิ
"รัน..."
เสียงเรียกที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอของคินแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงความเจ้าเล่ห์เพทุบายของพี่ว้ากปีสามเลยสักนิด มันคือเสียงของคนที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป และเขารู้ดีว่าความผิดพลาดทั้งหมดในครั้งนี้มันเริ่มต้นมาจากความปากแข็งและอีโก้ที่ค้ำคออยู่
รัญชน์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แพขนตางอนเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นและพร้อมจะฟาดฟันกับเขาทุกวินาที บัดนี้กลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย รอยยิ้มหยันที่มุมปากของคนตรงหน้าบาดลึกยิ่งกว่าของมีคม
"พอใจหรือยังล่ะครับ... คุณคิน" รัญชน์เค้นเสียงหัวเราะแห้งแล้งออกมา "สะใจหรือยังที่ได้เห็นผมพังไม่เป็นท่าแบบนี้ ได้เห็นผมร้องไห้สมใจอยากแล้วใช่ไหม?"
"พี่ไม่ได้..."
"อย่ามาแทนตัวเองด้วยสรรพนามนั้นเลยครับ มันน่าขยะแขยง" รัญชน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวที่พยายามฝืนสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเศษเสี้ยวสุดท้ายของศักดิ์ศรี "ในเมื่อคุณคิดว่าผมมันก็แค่ของเล่นแก้เบื่อ เป็นตัวตลกที่คุณจะเข้ามาปั่นหัวเล่นยังไงก็ได้... แล้วคุณจะมาทำหน้าตาแบบนี้ใส่ผมทำไมล่ะครับ?"
คำพูดทุกคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงบนหัวใจของคินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความอดทนที่ถูกขีดเส้นตายไว้ขาดผึ่งลงในวินาทีนั้นเอง
พรึ่บ!
คินก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างโปร่งด้วยความเร็วที่รวดเร็วจนรัญชน์ไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวแล้วออกแรงดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนรัญชน์เซถลาลุกขึ้นยืนปะทะกับแผงอกกว้าง รัญชน์ตกใจเบิกตากว้าง พยายามจะบิดข้อมือหนีและผลักไสร่างสูงออกไป แต่มีหรือที่แรงของคนตัวเล็กกว่าจะสู้แรงของนักกีฬาฟุตบอลคณะวิศวะได้
"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงวะ!" รัญชน์ตวาดลั่น พยายามทุบกำปั้นลงบนอกแกร่ง
"ไม่ปล่อย!" คินสวนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ดวงตาคมดุจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังรื้นน้ำตาอีกครั้ง "ถ้าพี่ปล่อย... รันก็จะเดินหนีพี่ไปอีกใช่ไหมล่ะ? รันจะทำเหมือนว่าเรื่องระหว่างเรามันไม่มีตัวตนอีกใช่ไหม!"
"ก็ใช่ไง! เพราะตัวตนของคุณมันมีแต่สร้างปัญหา! คุณไม่เคยเชื่อใจผม คุณเอาแต่ใช้อารมณ์ตัดสิน แล้วคุณก็..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคินหมดความอดทนที่จะฟังคำตัดพ้อเหล่านั้น เขาใช้ความรวดเร็วปิดกั้นริมฝีปากที่เอาแต่ต่อว่าเขาด้วยริมฝีปากของตัวเอง
สัมผัสแรกไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือความรuุนแรงที่เจือปนไปด้วยความคลั่งรัก ความโกรธขึง และความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย รัญชน์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างไร้การตั้งตัว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกผสมปนเปไปกับรสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตา
"อื้อ..."
รัญชน์พยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีแผ่นหลังกว้างเพื่อประท้วง แต่คินกลับใช้มือใหญ่อีกข้างรวบท้ายทอยของคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ตรึงให้รับสัมผัสจากเขาได้อย่างเต็มที่ นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมนุ่ม ปรับองศาการจูบให้ลึกล้ำและเร่าร้อนยิ่งขึ้นเพื่อทลายกำแพงความเย่อหยิ่งของคนตรงหน้า
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันท่ามกลางความเงียบ รัญชน์พยายามจะฮึดสู้โดยการกัดริมฝีปากหนาเพื่อให้อีกฝ่ายเจ็บจนยอมปล่อย แต่คินกลับไม่สะทกสะทราน เขายิ่งได้ใจและฉวยโอกาสแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลง คินผ่อนจังหวะให้ช้าลงและนุ่มนวลขึ้น ราวกับต้องการใช้ลมหายใจและสัมผัสนี้ปลอบประโลมความเจ็บปวดทั้งหมดที่เขาก่อขึ้น รัญชน์ที่เคยพยศเริ่มหมดแรงต้านทาน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเคืองที่สะสมมานานนับแรมเดือนราวกับถูกละลายหายไปกับรสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
เรียวขาของรัญชน์เริ่มอ่อนยวบยาบจนต้องใช้มืออีกข้างจิกเกร็งลงบนเสื้อช็อปสีเข้มของคินเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว คินรับรู้ถึงความอ่อนแอที่กำลังพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขา ร่างสูงจึงช้อนตัวอุ้มรัญชน์ขึ้นแนบอกโดยอัตโนมัติ ร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจก่อนจะต้องรีบเกี่ยวแขนโอบรอบลำคอหนาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ
ตึง!
แผ่นหลังของรัญชน์แนบชิดลงกับความเย็นเฉียบของบานประตูห้องนอน คินตามมาประกบแนบชิด ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากกัน คินมอบจูบที่ลึกซึ้งและเว้าวอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับคนอดอยากที่เพิ่งได้พบเจอกับโอเอซิสกลางทะเลทราย
รัญชน์หลับตาลงรับสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มพร่าเลือน เล่ห์เหลี่ยมและกำแพงที่สร้างไว้พังทลายลงราบคาบต่อหน้าผู้ชายคนนี้ หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นแรงเป็นจังหวะเดียวกับคิน ความเงียบงันในห้องพักถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ
นี่คือรอยจูบที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ นอกจากความรู้สึกที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ... ความรู้สึกที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขากesกันและกันมากแค่ไหน
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและลึกซึ้งจนก2ก้าวล่วงเกินขอบเขต
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งคินและรัญชน์ต้องสะดุ้งเฮือกผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต
"ไอ้คิน! มึงอยู่ข้างในหรือเปล่าไอ้คิน! เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้นะโว้ย อาจารย์ตามหาหัวข้อโปรเจกต์มึงให้วุ่นแล้ว!"
เสียงของเพื่อนสนิทพระเอกตะโกนลั่นห้องพร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกที่กำลังดังขึ้นเรื่อยๆ!
ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้นักเขียน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ
วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 11
รอยจูบที่ไม่มีคำอธิบาย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!