วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 12

เราเป็นอะไรกัน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกดังแกร๊ก... พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของไอ้ทัพที่ดังทะลุเข้ามาในห้องซ้อมเชียร์ ทำให้บรรยากาศที่กำลังระอุอยู่ก่อนหน้านี้ชะงักกึกทันที รันสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวกับตีกลองเพล ระยะห่างระหว่างเราสองคนในตอนนี้มันอันตรายเสียจนเกือบจะหลอมละลายรวมเป็นร่างเดียวกัน ปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกันอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงตัวมารผ่อนส่งดังขัดจังหวะเสียก่อน "เฮ้ยไอ้คิน! มึงอยู่ข้างในป่ะเนี่ย... เชี่ย! ทำไมประตูล็อกวะ หรือว่ามึง..." เสียงฝีเท้าของไอ้ทัพหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงทุบปังๆ สองสามทีติดกัน คินสบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ฉายแววปรารถนาอย่างดิบเถื่อน ไหววับด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือของรันไว้แน่นแนบกับผนังห้อง ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นเสยผมลวกๆ ด้วยความหัวเสีย รันหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะอารมณ์ที่ยังไม่สงบ ร่างกายยังคงจดจำสัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่เพิ่งลูบไล้กรอบหน้าเมื่อครู่ ดวงตากลมโตตวัดมองคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง ทั้งโกรธ ทั้งเขิน และสับสนปนเปกันไปหมด "ปล่อยได้แล้วมั้งคะ... เพื่อนคุณเรียกจนจะพังประตูอยู่แล้ว" รันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงข้อมือตัวเองกลับจากการกุม คินไม่ยอมปล่อยทันที เขาก้มมองคนตัวเล็กที่ดื้อรั้นแม้ในสถานการณ์คับขัน สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากบวมเจ่อจากการโดนรังแกเมื่อครู่แวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่กำลังฉายแววคาดคั้น "ไม่ต้องสนใจมัน" คินตอบเสียงทุบต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนรันต้องเอียงคอหนีตามสัญชาตญาณ "หงุดหงิดว่ะ..." "หงุดหงิดอะไรของคุณ คิน! เราควรเคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อนนะ... ที่ทำเมื่อกี้ ที่ทำกับรันตลอดช่วงนี้... ตกลงเราเป็นอะไรกันแน่คะ?" คำถามที่อัดอั้นตันใจมานานถูกพรั่งพรูออกมา รันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกจูบตามอำเภอใจแล้วปล่อยผ่านไปเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว เราไม่ใช่พี่น้อง ไม่ใช่แค่คนรู้จัก และที่สำคัญ... มันเกินคำว่าเพื่อนร่วมคณะไปไกลลิบลิ่ว แต่ทว่าสถานะระหว่างเราสองคนมันคืออะไรกันแน่ ทำไมเขาถึงต้องทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ทำไมต้องคอยตามหึงหวง แต่พอล้ำเส้นเข้าจริงๆ กลับไม่เคยชัดเจนสักครั้ง คินชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววับด้วยประกายบางอย่างที่รันอ่านไม่ออก มันมีความลังเล ความกังวล และความอึดอัดฉายชัดอยู่หลังม่านตาคู่นั้น และนั่น... คือสิ่งที่ทำให้หัวใจของรันกระตุกวูบ ความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างเราในวินาทีนั้น มันบาดลึกยิ่งกว่าคำปฏิเสธเสียอีก "ไอ้คิน! กูรู้นะว่ามึงอยู่ในนั้น ออกมาเคลียร์เรื่องเอกสารงบประมาณเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย ถ้านานกว่านี้กูจะพังประตูเข้าไปจริงๆ ด้วย!" เสียงไอ้ทัพตะโกนเข้ามาอีกระลอก พร้อมกับเสียงเขย่าลูกบิดประตูอย่างแรงจนบานประตูไม้สั่นสะเทือน คินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขายอมปล่อยมือจากข้อมือของรันช้าๆ ถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ร่างสูงใหญ่ยืนค้ำหัวมองรันด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รันรีบยกมือขึ้นลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ แต่หัวใจกลับเย็นเฉียบลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นท่าทีที่นิ่งเงียบของอีกฝ่าย "เงียบทำไมคะ? แค่ตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอว่าเราเป็นอะไรกัน" รันเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างสมเพชตัวเอง "หรือว่า... ที่ผ่านมา รันมันก็แค่ของเล่นแก้เบื่อแก้เซ็งของเดือนวิศวะคนนี้แค่นั้นเอง" "อย่าพูดจาไร้สาระน่ารัน" คินขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงเข้มขึ้นด้วยความไม่พอใจ "ถ้าไม่ได้ไร้สาระ ก็ตอบมาสิคะ!" รันจ้องหน้าเขาเขม็ง ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวกระทั่งต้องกะพริบไล่ความอ่อนแอ "เป็นแฟนกันเหรอ? หรือแค่คนคุยแก้เหงา? หรือเป็นแค่คนโง่ที่ยอมให้คุณมาจูบเล่นตามใจชอบ?" "รัน!" คินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรันอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด มือหนายกขึ้นหมายจะคว้าไหล่บาง แต่วินาทีนั้นเอง... *แอ๊กกก—!* เสียงประตูห้องซ้อมเชียร์ที่ไม่ได้ล็อกกลอนด้านในสุดถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับร่างสูงของไอ้ทัพที่พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับกองกระดาษเอกสารในมือ "เฮ้ยคิน! มึงจะอู้งานชะ... อุ๊บส์!" ไอ้ทัพเบรกเอี๊ยดอ๊าดจนแทบหัวทิ่ม ดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทกับรุ่นน้องต่างคณะที่ยืนชิดติดกันจนแทบจะสิงร่าง บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดจนคนมาใหม่ถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อดยาก คินดึงมือกลับทันที เขาสบถคำหยาบออกมาเบาๆ ก่อนจะเสยผมด้วยความหัวเสียสุดขีดแล้วหันไปตวัดสายตาดุใส่เพื่อนสนิทที่เข้ามาขัดจังหวะชีวิตได้อย่างพอดิบพอดี รันฉวยจังหวะชุลมุนนี้ก้าวถอยหลังออกมาทันที สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวด้วยความเจ็บแปลบแปลกๆ จากความเงียบงันของคินเมื่อครู่ "คือ... กู... กูไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะสวีทนะเว้ย แค่จะมาตามเรื่องเอกสารเฉยๆ" ไอ้ทัพหัวเราะแห้งๆ ทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนสายตาดุดั่งพญามารของคินมองมา รันไม่รอให้บรรยากาศน่าอึดอัดนี้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคินที่กำลังมองมาด้วยแววตาซับซ้อนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นที่ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก "ในเมื่อคุณยังตอบไม่ได้ว่าเราเป็นอะไรกัน... งั้นก็ไม่ต้องตอบค่ะ" รันเว้นวรรคจังหวะหายใจเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความสดใสปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เพราะต่อจากนี้... รันจะถือว่าเรา 'ไม่เคยเป็นอะไรกันเลย' ทั้งนั้นค่ะ" พูดจบ รันก็หันหลังเดินชนไหล่ไอ้ทัพพรวดพราดออกไปจากห้องซ้อมเชียร์ทันที โดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองคนด้านหลังอีกเลย "รัน!" เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังมาอย่างร้อนรน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ทำท่าจะก้าวตามมา แต่รันเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรุนแรง น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาอย่างน่าหงุดหงิดแต่ก็ต้องกลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา ทว่า... ก่อนที่รันจะเดินพ้นพ้นประตูทางเดินยาวของตึกคณะ คินกลับพุ่งตามมาคว้าข้อศอกเธอไว้ได้ทัน พร้อมกับแรงกระชากเบาๆ ให้ร่างของเธอลอยเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูที่ทำให้รันต้องหยุดชะงักกึก... "อย่าท้าทายกูนะรัน... เพราะถ้ามึงทำให้กูหลุดจากจุดนี้ไปได้เมื่อไหร่ มึงจะไม่มีวันได้เดินหนีแบบนี้อีกแน่" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" นะคะ รักที่สุดค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%