"ผิดจังหวะหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ พี่มาผิดที่ค่ะ"
รันเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบของคนตัวเล็กจดจ้องไปยังชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางกะล่อนอย่าง 'พี่เมฆ' รุ่นพี่วิศวะตัวฉกาจที่เป็นอดีตบาดแผลในใจของใครหลายคนรวมถึงตัวเธอเอง รันไม่ได้สะทกสะท้านกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มนั่นแม้แต่น้อย แต่ทว่า... วงแขนแกร่งที่โอบรอบเอวเธออยู่กลับเกร็งแน่นขึ้นจนสัมผัสได้ถึงแรงปะทะของหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะดิบเถื่อนของคนข้างหลัง
"ไอ้เมฆ... มึงถอยไปก่อน"
เสียงของคินแหบพร่าและกดต่ำอย่างเหลืออด เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแบบคนขาดสติ แต่มันคือโทนเสียงของนักล่าที่กำลังข่มอารมณ์ไม่ให้กระโจนเข้าใส่เหยื่อ คินขยับตัวก้าวขึ้นมาขวางหน้าเธอเอาไว้ราวกับโล่ห์มนุษย์ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่คู่สนทนา หากแต่โฟกัสอยู่ที่ความปลอดภัยของคนในอ้อมแขน
"ทำไมต้องดุด้วยล่ะครับน้องคิน พี่ก็แค่มารื้อฟื้นความหลังกับ 'น้องรัน' เขาหน่อย" เมฆไหวไหล่พลางปรายตามองมาที่รันด้วยแววตาที่ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอาเจียน
รันกัดริมฝีปากแน่น เธอก้าวออกมาจากแผงอกของคินเล็กน้อย สบตาเมฆอย่างไม่เกรงกลัว "ความหลังของฉันกับพี่ มันจบลงตั้งแต่วันที่พี่เห็นฉันเป็นแค่ของเล่นแล้วค่ะ เพราะฉะนั้น อย่าพยายามเอาตัวมาขวางทางชีวิตคนอื่นให้มันต่ำไปมากกว่านี้เลย... พี่เมฆ"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในร้านกาแฟเงียบๆ แห่งนี้ เมฆชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้สวนกลับ คินก็ก้าวพรวดเดียวไปประชิดตัวอีกฝ่าย มือหนากระชากคอเสื้อรุ่นพี่คนนั้นอย่างจังจนเมฆเซถอยหลังไปกระแทกกับโต๊ะข้างๆ
"กูบอกให้ไปไง" คินเน้นย้ำทีละคำ "ถ้าไม่อยากให้เกียร์ที่คอต้องหลุดออกมาเพราะมือสกปรกของกู ก็ไสหัวไปซะ"
เมฆกระตุกยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะปัดคอเสื้อตัวเองเบาๆ แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความตึงเครียดที่ยังค้างคา
คินหันกลับมาหาเธอทันที สีหน้าของเขาตอนนี้ไม่ใช่คินคนปากร้ายที่เอาแต่กวนประสาท แต่เป็นคินคนที่มีแววตาไหววูบและเต็มไปด้วยความหวงแหน เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย
"รัน..."
"ปล่อยค่ะ" เธอสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว ความนิ่งของเธอกำลังทำให้คินไปไม่เป็น เขาที่เคยเป็นจอมบงการในชีวิตมหาลัย กลับกลายเป็นคนงุ่มง่ามเมื่อต้องรับมือกับกำแพงที่รันตั้งขึ้นมา
"รัน อย่าทำแบบนี้ดิ พี่อุตส่าห์..."
"อุตส่าห์อะไรคะ?" รันเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอว่างเปล่าจนคินใจหาย "คุณคิดว่าการที่คุณมาไล่คนนู้นคนนี้ หรือมาทำตัวปกป้องฉัน มันจะทำให้ฉันลืมเรื่องที่ผ่านมาได้เหรอ? คุณคิดว่าการรุกจีบแบบเอาแต่ใจของคุณ มันจะลบภาพความระแวงที่ฉันมีต่อผู้ชายทุกคนออกไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอคะ?"
คินนิ่งงันไป คำพูดของรันเหมือนเข็มแหลมที่ทิ่มแทงเข้ากลางอก เขาพยายามจะอธิบาย แต่ในหัวเขากลับว่างเปล่า สิ่งที่เขาทำมาตลอดคือการ 'รุก' โดยไม่เคยถามเลยว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นนั้นมันหนาและเปราะบางแค่ไหน
"พี่ไม่ได้จะทำแบบนั้น แต่พี่แค่อยากให้รู้ว่า... พี่ไม่ใช่ไอ้เวรนั่น พี่ไม่ได้จะมาเล่นกับใจใคร"
"งั้นก็พิสูจน์ให้ดูสิคะ" รันก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว "ไม่ใช่ด้วยคำพูด ไม่ใช่ด้วยการมาตามเฝ้า... แต่ด้วยการให้พื้นที่ฉันบ้าง ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็อย่ามาอ้างว่าคุณจริงจังเลย"
พูดจบเธอก็หันหลังเดินออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้คินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาอยากจะคว้าเธอไว้ อยากจะดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดแล้วบอกให้รู้ว่าเขาหวงเธอแค่ไหน แต่เขาก็ทำไม่ได้... เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเขาก้าวล้ำเส้นไปมากกว่านี้ กำแพงที่เขากำลังพยายามพังทลายลงมา อาจจะกลายเป็นคุกที่ขังเขาไว้ตลอดกาล
คินถอนหายใจยาวพลางเสยผมลวกๆ เขาตัดสินใจก้าวตามเธอออกไปในระยะห่างที่พอดี ไม่รุกล้ำ แต่ไม่หายไปไหน เขาไม่ได้อยากเป็นแค่คนมาจีบที่ต้องพ่ายแพ้ แต่เขาต้องการหัวใจของเธออย่างที่คนอย่าง 'คณิน' ไม่เคยต้องการอะไรจากใครมาก่อน
รันเดินเร่งฝีเท้าเข้าสู่บริเวณลานจอดรถของคณะบริหาร แสงไฟสลัวยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศดูอ้างว้าง เธอหยิบกุญแจรถขึ้นมาเตรียมจะไขประตู แต่จู่ๆ ก็มีมือปริศนาเอื้อมมาจากด้านหลัง แล้วล็อคข้อมือเธอไว้กับรถแน่น
"ฉันบอกว่าให้เว้นระยะไงคะ... คุณคิน!"
เธอยังไม่ทันจะหันไปตวาด ร่างสูงของคนที่เธอเพิ่งจะไล่ให้ไปไกลๆ ก็ก้มลงมาซบหน้าลงบนไหล่ของเธอ แรงกอดที่ไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่นจนเธอนิ่งอึ้งไป เขาไม่ได้พูดอะไร มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ
"ขอแค่นี้... แค่แป๊บเดียว ให้พี่ได้พักจากความปากร้ายของตัวเองบ้าง" คินพึมพำเสียงสั่นพร่า
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังเต้นผิดจังหวะเพราะความใกล้ชิดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของคินก็ดังขึ้น เขาผละออกเล็กน้อยแล้วหยิบมันขึ้นมาดู
ใบหน้าของคินเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ เขาหันมามองรันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจก่อนจะพูดด้วยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"รัน... พี่ว่าเราอาจจะต้องคุยกันเรื่องนี้ด่วนแล้วล่ะ"
คินยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอเห็น ข้อความนั้นส่งมาจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ แต่เนื้อหาในนั้นกลับทำให้รันตัวเย็นเฉียบจนแทบยืนไม่อยู่
*[รูปถ่ายของรันที่กำลังเดินเข้าห้องพักของเธอเมื่อตอนเย็น พร้อมข้อความว่า: "อย่าคิดว่าความลับในอดีตจะหายไปไหน เพราะตอนนี้ฉันกำลังมองดูเธออยู่... รัญชน์"]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงอยู่เคียงข้างและเอาใจช่วยความรักที่เปราะบางแต่ทรงพลังของรันและคินนะคะ!
วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 26
กำแพงที่สูงชัน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!