วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 27

นาทีวิกฤต

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนเตียงนอนยังคงสว่างวาบ ภาพถ่ายโคลสอัปของรัญชน์ที่ก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของฉันเมื่อยามเย็นถูกตรึงไว้ด้วยข้อความคุกคามที่อ่านแล้วกระแสเลือดในกายเย็นเฉียบ... *‘อย่าคิดว่าความลับในอดีตจะหายไปไหน เพราะตอนนี้ฉันกำลังมองดูเธออยู่... รัญชน์’* ฉันกำมือถือในมือแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด หัวใจเต้นกระหน่ำรัวรากลองศึก ความกลัวไม่ได้เกาะกุมจิตใจฉันนานนัก ความโกรธและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดต่างหากที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ ใครกันที่เล่นสกปรกแบบนี้? และเป้าหมายที่แท้จริงของมันคืออะไรกันแน่? แต่ทว่า... ความคิดทั้งหมดในหัวกลับถูกกระชากให้ขาดวิ่นลงในเสี้ยววินาที เมื่อเสียงเรียกเข้าแผดเสียงแหลมขึ้นทำลายความเงียบงัดสติของฉันให้หลุดกระเจิง เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏบนหน้าจอ พร้อมกับเสียงปลายสายที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันเหมือนหยุดหมุนทันที "(คุณรัญชน์ใช่ไหมครับ? ทางเราโทรมาจากโรงพยาบาล... เจ้าของเบอร์นี้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ช่วงสี่แยกหน้ามหาวิทยาลัย อาการค่อนข้างสาหัส ตอนนี้กู้ภัยกำลังนำตัวส่งห้องฉุกเฉินครับ!)" เสียงของเจ้าหน้าที่กู้ภัยขาดหายไปช่วงหนึ่ง ทว่าชื่อของคนที่ประสบอุบัติเหตุก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของฉันซ้ำไปซ้ำมา... *รัน!* โลกทั้งใบดิ่งวูบลงเหว ร่างกายของฉันชาหนึบไปหมดอย่างไร้สาเหตุ สติสัมปชัญญะที่เคยประมวลผลอย่างเฉียบคมพังทลายลงในพริบตาเดียว ขาทั้งสองข้างก้าวไม่ออก สมองปฏิเสธที่จะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน แต่หัวใจกลับบีบตัวเข้าหากันแน่นจนเจ็บแปลบไปหมด ภาพรอยยิ้มกวนประสาท แว่นสายตาที่เขาชอบใส่เวลาอ่านหนังสือ และท่าทางปากแข็งแต่แอบห่วงใยทุกครั้งยามที่เราปะทะคารมกัน วิ่งวนเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ *ไม่ได้นะ... นายจะมาเป็นอะไรตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!* ฉันคว้ากระเป๋าเงินและกุญแจรถอย่างไร้ระเบียบ วิ่งฝ่าความมืดของห้องพักลงมาด้วยความเร็วสูงสุด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่รู้ตัวไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างไร้การควบคุม ความกลัวที่แท้จริงไม่ใช่การถูกคุกคามจากบุคคลปริศนาในรูปถ่ายอีกต่อไปแล้ว แต่คือความกลัวที่จะต้องสูญเสียผู้ชายกวนโอ๊ยคนนั้นไปตลอดกาลต่างหาก รถเก๋งคันเล็กพุ่งทยานออกจากคอนโดมิเนียมด้วยความเร็วเกินพิกัด สองมือที่จับพวงมาลัยสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ปลายทางคือห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใกล้กับมหาวิทยาลัย ระยะทางที่เคยใช้เวลาแค่สิบนาที กลับยาวนานราวมหาสมุทรที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในหัวของฉันมีแต่คำว่า *‘ขอร้องล่ะ... อย่าเป็นอะไรนะรัน’* วนเวียนซ้ำๆ จนแทบเป็นบ้า ทันทีที่ล้อรถแตะพื้นลานจอดรถของโรงพยาบาล ฉันก็ดับเครื่องและพุ่งตัวลงจากรถราวกับคนเสียสติ ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าแทบจะก้าวไม่เป็นจังหวะ วิ่งตะลุยผ่านประตูกระจกอัตโนมัติของห้องฉุกเฉินด้วยลมหายใจหอบกระชั้น กลิ่นอายยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันตึงเครียดของห้องฉุกเฉินพุ่งปะทะจมูก ทว่าสายตาของฉันกลับกวาดมองหาเป้าหมายเดียว ท่ามกลางความวุ่นวายของบุคลากรทางการแพทย์ ฉันเห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนยืนพิงผนังสีขาวอยู่ไม่ไกล แผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยสักรูปเกียร์วิศวกรรมจางๆ และท่าทางที่ยืนกระสับกระส่ายด้วยความร้อนรุ่มไม่แพ้กัน "คิน!" ฉันหลุดปากเรียกชื่อเขาออกไปเสียงดังลั่นทางเดินยาว จนคนที่ยืนหันหลังอยู่สะดุ้งสุดตัวและหันขวับกลับมามอง คันินในยามนี้ดูแตกต่างจากเดือนคณะวิศวะผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาคนเดิมโดยสิ้นเชิง เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเพราะเจ้าตัวใช้มือขยี้มันซ้ำๆ ด้วยความเครียด ดวงตาคมกริบแดงก่ำและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เสื้อผ้ามีรอยยับย่นจากการเดินทางด้วยความรีบเร่ง ทันทีที่เขาเห็นว่าเป็นฉัน ร่างสูงก็สาวเท้าเข้าประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็วราวกับลมพายุ "เธอมาได้ยังไง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความแหบพร่า ปราศจากความกวนประสาทที่เคยมี เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร้อนรุ่ม "ใครบอกเธอ?" "กู้ภัยโทรหาเบอร์ฉุกเฉินที่ติดอยู่กับตัวรัน... แล้วนายล่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เร็วนัก?" ฉันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือจนปิดไม่มิด พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมา "อาการมันเป็นยังไงบ้างหมอว่ายังไงบ้างรันอยู่ข้างในใช่ไหมคินบอกฉันซิ!" มือเรียวของฉันเอื้อมไปคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ ร่างตรงหน้าจะสลายหายไป คินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของฉันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความอัดอั้น "ฉันเพิ่งมาถึงก่อนเธอแป๊บเดียว... ไอ้หมอนั่นซิ่งมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ฝ่าฝนแล้วโดนรถบรรทุกตัดหน้าตรงทางแยก" คินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธขึงที่เจือปนความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "มันบ้าบิ่นชะมัด... ทั้งที่รู้ว่าถนนลื่นยังจะฝ่ามาอีก!" "แล้วตอนนี้ล่ะ... มันเป็นยังไงบ้าง?" ฉันถามย้ำ หัวใจบีบตัวแน่นจนเจ็บแปลบไปหมดเมื่อจินตนาการถึงภาพอุบัติเหตุอันรุนแรง "หมอยังไม่ออกมา..." คินตอบเสียงเครียด เขาหลบสายตาฉันเล็กน้อยก่อนจะใช้มือหนาขึ้นมาขยี้ผมตัวเองแรงๆ อีกครั้ง "แต่พยาบาลบอกว่าเสียเลือดมาก... ต้องผ่าตัดด่วน" คำว่า *‘ผ่าตัดด่วน’* ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจ ร่างกายของฉันเซถลาจนเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น โชคดีที่มือหนาของคินคว้าต้นแขนฉันไว้ได้ทัน แรงบีบจากฝ่ามือของเขาอบอุ่นและมั่นคงพอที่จะยึดเหนี่ยวฉันไว้ท่ามกลางโลกที่กำลังหมุนคว้าง "อย่าเพิ่งเป็นลมตรงนี้ ยัยตัวแสบ" คินเอ็ดเบาๆ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาที่มองฉันเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา "มันหนังเหนียวจะตาย... ไม่ยอมตายง่ายๆ เพื่อให้เธอมานั่งร้องไห้ฟูมฟายหรอกน่า" "นายจะไปรู้อะไรเล่า..." ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยไหลรินลงมาอาบแก้มอีกรอบ "ถ้ารันเป็นอะไรไปจริงๆ ฉันจะ... ฉันจะ..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ คินก็ดึงร่างของฉันเข้าไปสวมกอดไว้แนบอก อ้อมแขนกว้างที่เคยผลักไสและกักขฬะในยามปกติ ตอนนี้กลับโอบกอดฉันไว้อย่างแน่นหนาและอบอุ่นที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวเร็วดังแข่งกับเสียงหัวใจของฉันเอง "ไม่เป็นไร... มันจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น" คินกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นนิดๆ อย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน "ฉันอยู่นี่... ฉันจะไม่ยอมให้ไอ้เวรนั่นเป็นอะไรไปเด็ดขาด จนกว่ามันจะได้มาเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่อง" ฉันซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างไร้การฟอร์มใดๆ ในวินาทีนี้ ความกลัว ความกดดัน และความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดถูกระบายออกมาผ่านอ้อมกอดนี้ เคมีระหว่างเราผสมผสานกันท่ามกลางกลิ่นอายความตึงเครียดของโรงพยาบาล จนแทบจะหลอมละลายกำแพงความปากแข็งที่เคยสร้างไว้ทั้งหมด แต่ทว่า... ในจังหวะที่ฉันกำลังซึมซับความอบอุ่นเพื่อบรรเทาความหวาดกลัวในจิตใจนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและรวดเร็วก็ดังขึ้นที่ปลายทางเดิน พร้อมกับเสียงตะโกนหอบกระชั้นที่ทำให้ฉันและคินต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ "พี่คิน! คุณรัน!" เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้ฉันต้องหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก ร่างของเด็กหนุ่มปีหนึ่งคณะบริหาร—คนที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องฉุกเฉินตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่กู้ภัย—กำลังยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่ตรงหน้าประตู โดยมีสภาพเนื้อตัวมอมแมมและแขนข้างหนึ่งมีผ้าพันแผลเปื้อนคราบเลือดจางๆ รัญชน์... กำลังยืนมองหน้าฉันสลับกับคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและคำถามมากมายมหาศาล *แล้ว... ใครล่ะ... คือคนที่นอนอยู่ข้างในห้องฉุกเฉินเวลานี้กันแน่?* ________________________________________ *ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" มาจนถึงตอนนี้ เตรียมพบกับความจริงสุดระทึกในตอนหน้าด้วยกันนะคะ*
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%