วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 28

ยอมแพ้ให้หัวใจ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงสัญญาณชีพจรที่ดังสม่ำเสมอในห้องฉุกเฉิน มันบีบเค้นหัวใจของรัญชน์จนแทบแหลกสลาย ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเป็นฉากๆ ร่างสูงของเดือนคณะวิศวะที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาจากอุบัติเหตุตรงหน้า เสื้อช็อปสีเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและรอยเปื้อนของกาว... เกียร์ตัวสำคัญที่พกติดตัวไว้ตลอดเวลา ร่วงหล่นอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ เคียงข้างร่างที่หมดสติของคนที่ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แล้ว... ใครล่ะ... คือคนที่นอนอยู่ข้างในห้องฉุกเฉินเวลานี้กันแน่? คำถามนั้นดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน รัญชน์ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูบานเลื่อนอัตโนมัติราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ปลายนิ้วเรียวที่มักจะใช้จับปากกาเซ็นเอกสารทางธุรกิจอย่างมั่น คง ตอนนี้กลับสั่นเทาจนห้ามไม่อยู่ ความหยิ่งทะนงและกำแพงความรู้สึกที่เขาสสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง พังทลายลงไม่เป็นท่าในวินาทีที่แพทย์หนุ่มเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ญาติ... ของคุณคณินใช่ไหมคะ?" "ครับ... เอ่อ... ผมเป็น... คนใกล้ชิดเขาครับ" รัญชน์เกือบจะหลุดคำว่า 'เพื่อนสนิท' ออกไป แต่พอนึกถึงความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและสถานะ 'คู่กัด' ที่คั่นกลาง เขาก็ต้องกลืนคำนั้นลงคอไปพร้อมกับก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในอก "คนไข้ปลอดภัยแล้วนะคะ โชคดีที่กระดูกไม่หักและอวัยวะภายในไม่ได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง แต่... มีแผลฉีกขาดค่อนข้างลึกที่ศีรษะและแขนขวา ต้องเย็บหลายเข็ม รวมถึงเสียเลือดไปพอสมควร ตอนนี้เราย้ายคนไข้ไปที่ห้องพักฟื้น V.I.P. แล้วค่ะ" ถ้อยคำรายงานของแพทย์ทำให้ลมหายใจที่ถูกกัก ไว้หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบาง รัญชน์ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบบนเก้าอี้พลาสติกหน้าห้องฉุกเฉินอย่างไร้เรี่ยวแรง ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนหายใจแทบไม่ออก ถ้าวันนั้นเขาไม่ดื้อรั้นเดินออกไปคนเดียว ถ้าวันนั้นเขาฟังคำเตือนของคิน เรื่องบ้าๆ แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น... และที่สำคัญที่สุด คนที่ควรจะนอนเจ็บอยู่ตรงนั้น มันควรจะเป็นเขา ไม่ใช่ผู้ชายปากร้ายคนนั้น สิบนาทีต่อมา รัญชน์ก้าวเข้ามาในห้องพักฟื้นสีขาวสะอาดตา กลิ่นอายของความเจ็บป่วยลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศเงียบงัน บนเตียงผู้ป่วยขนาดใหญ่ ร่างสูงของคณินนอนหลับตาพริ้ม ใบหน้าหล่อเหลามีรอยฟกช้ำและแผลขูดขีด บริเวณศีรษะถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาดตัดกับเส้นผมสีเข้ม ส่วนแขนขวาถูกดามและพันไว้อย่างแน่นหนา ภาพความดิบเท่ แบดบอย และความกวนประสาทที่เคยเห็นทุกวี่วัน มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนแอที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกตาคู่นั้น รัญชน์ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เตียงช้าๆ ราวกับกลัวว่าเสียงฝีบก้าวจะไปรบกวนการพักผ่อนของอีกฝ่าย เขาดึงเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียง สายตากวาดมองสำรวจร่องรอยบาดแผลด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเจ็บปวด โล่งใจ และ... โหยหา "นายมันโง่ที่สุดเลย คิน..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบแผ่วเบา มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาที่วางอยู่บนผ้าห่มไว้อย่างทะนุถนอม ผิวสัมผัสอุ่นจัดทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีลมหายใจ "ทำไมต้องเอาตัวมาบังฉันไว้ด้วยเล่า... ถ้านาย เป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ฉันจะ... ฉันจะทำยังไง..." เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมาพร้อมกับหยดน้ำใสที่ร่วงหล่นลงบนหลังมือของคนเจ็บ รัญชน์ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ชอบกวนประสาท แกล้งให้เขาโมโห และคอยตามตื๊ออยู่ตลอดเวลา จะมีความหมายกับหัวใจของตัวเองมากขนาดนี้ กำแพงที่สร้างขึ้นมาอย่างแน่นหนา พังทลายลงราบคาบด้วยความจริงใจที่เดิมพันด้วยชีวิตของอีกฝ่าย "ใคร... ใครร้องไห้ขี้มูกโป่งแถวนี้วะ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ รัญชน์สะดุ้งสุดตัว รีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าคนเจ็บที่เพิ่งสลบไสลไปเมื่อครู่ กำลังลืมตาขึ้นมองเขาด้วยแววתาแพรวพราว แม้จะมีรอยเจ็บแปลบที่มุมปากตอนขยับยิ้มก็ตาม "นาย... ฟื้นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!" รัญชน์รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยกลบเกลื่อนความอ่อนแอ "ตื่นมาก็ปากดีเลยนะ คณิน!" "ก็เสียงคนแถวนี้มันน่ารำคาญ ยืนบ่นอยู่ข้างหูตั้งนาน ใครจะไปหลับลงล่ะครับ" คินพยายามขยับตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียง แต่ความเจ็บที่แผลทำให้เขาเผลอซี๊ดปากออกมาด้วยความเจ็บปวด "เฮ้ๆ นอนนิ่งๆ ไปเลยนะ! อย่าเพิ่งขยับสi" รัญชน์ลนลานลุกขึ้นไปประคองร่างสูงให้นั่งพิงหมอนอย่างเบามือ ความห่วงใยฉายชัดผ่านทางแววตาจนปิดไม่มิด "เจ็บแผลตรงไหนหรือเปล่า เดี๋ยวฉันไปตามหมอให้นะ..." "ไม่ต้อง..." มือหนาอีกข้างที่ยังใช้งานได้ปกติ คว้าข้อมือเรียวของรัญชน์เอาไว้แน่น แรงดึงเบาๆ ทำให้ร่างโปร่งเซถลาเข้าไปใกล้เตียง จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา "อยู่เฉยๆ แล้วมองหน้าฉันนี่... รัน" ดวงตาคมกริบของเดือนวิศวะมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า ไม่มีแววตาเจ้าเล่ห์หรือความกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความจริงใจและความอบอุ่นที่ส่งผ่านออกมาอย่างชัดเจน "นาย... ดึงฉันทำไม ปล่อยนะ" รัญชน์พยายามเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ไม่ปล่อย... รอบนี้ฉันจะไม่ปล่อยเด็ดขาด" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สั่นเครือเล็กน้อย "ตอนที่ฉันเห็นอุบัติเหตุพุ่งเข้ามาหานาย... สิ่งเดียวในหัวฉันตอนนั้น ไม่ใช่เรื่องเกียร์ ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีวิศวะอะไรทั้งนั้น... แต่ฉันคิดแค่ว่า *ฉันยอมตายแทนคนตัวเล็กตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด*" ถ้อยคำสารภาพที่ออกมาจากใจจริง ทำให้รัญชน์รู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางอก ความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดพวยพุ่งขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าวอีกครั้ง "นายมันบ้า... ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยวะ คิน..." รัญชน์กัดริมฝีปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้น "นายเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ นายบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ ไม่ใช่หรือไง..." "ไอ้บ้าเอ๊ย..." คินถอนหายใจยาวด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างแผ่วเบา "ถ้าเกลียด... ฉันคงไม่ตามตื๊อ ตามจีบ ตามกวนประสาทนายทุกวันแบบนี้หรอกรัน นายต่างหากที่ซื่อบื้อ ดูไม่ออกหรือไงว่าฉันคลั่งรักนายจนแทบจะบ้าอยู่แล้วเนี่ย" "คิน..." "ยอมรับเถอะน่า..." คินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ทำเอารัญชน์แทบละลาย "ยอมแพ้ให้หัวใจตัวเองซะที... แล้วมาเป็นแฟนกับวิศวะคนนี้, นะครับคนดี?" คำถามที่มาพร้อมกับรอยยิ้มละลายใจ ทำเอาสติของรัญชน์กระเจิงไปไกล ความลังเลทั้งหมดปลิวหายไปกับสายลม เขารู้ดีว่าหัวใจของตัวเองยกให้ผู้ชายคนนี้ไปนานแล้ว... นานก่อนที่อุบัติเหตุครั้งนี้จะเกิดขึ้นเสียอีก ริมฝีปากบางกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่อีกฝ่ายรอคอย รอยยิ้มหวานกำลังจะแย้มขึ้นบนใบหน้า **แกร็ก!** เสียงเปิดประตูห้องพักฟื้นดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับตะกร้าผลไม้และเสียงทักทายสดใส "อ้าว! ไอ้คิน ฟื้นแล้วเหรอวะเพื่อน! กูซื้อผลไม้มาเยี่ยม... เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกมึงหรือเปล่าเนี่ย?" รัญชน์สะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากร่างของคินทันทีด้วยความเขินอาย ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่คินหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่เข้ามาผิดจังหวะเวลาซะเหลือเกิน แต่ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกใจกับผู้มาใหม่ สายตาของรัญชน์บังเอิญเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคินที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งหน้าจอสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลก... เป็นภาพถ่ายและข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของรัญชน์เย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว *"ยินดีด้วยนะที่รอดมาได้... แต่ความจริงเรื่องอุบัติเหตุครั้งนี้ นายคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงๆ งั้นเหรอ, คณิน?"* รัญชน์หันขวับกลับมามองหน้าคินที่กำลังเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาทั้งสองคู่สบกันนิ่งท่ามกลางความเงียบที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง... โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%