“ติวเตอร์จำเป็นงั้นเหรอ? ตลกสิ้นดี”
รันแค่นหัวเราะพลางโยนสมุดจดฟิสิกส์ลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาในห้องสมุดเสียงดัง ‘ปึก’ จนนักศึกษาโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามองด้วยสายตาตำหนิ ทว่าคนตัวเล็กหาได้สนใจไม่ เธอกอดอกแน่น จ้องมองชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่พร้อมจะปะทะเต็มที่
คินไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขายังคงนิ่งงัน แววตาคมกริบใต้กรอบคิ้วเข้มจดจ้องข้อความในมือถือสลับกับใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า ความตกใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่ดูน่ากลัวกว่าเดิม
“นี่คือคำสั่งจากคณบดี” คินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “และฉันเองก็ไม่ได้อยากจะเอาเวลาอันมีค่ามานั่งสอนคนที่ไม่รู้เรื่องวิศวกรรมพื้นฐานอย่างเธอหรอกนะ ถ้าไม่ติดว่า...”
“ถ้าไม่ติดว่าอะไร?” รันสวนกลับทันควัน “ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อรักษาโปรเจกต์งานอาสาของคณะเธอก็พูดมาเถอะ อย่ามาทำเป็นปากแข็งเลยคณิน”
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาวางโทรศัพท์มือถือคว่ำหน้าลงกับโต๊ะ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาจนรันต้องเอนหลังหนี กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือกลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันเครื่องและบุหรี่จางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจของรันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
“เธอรู้ทันไปหมดแบบนี้... ก็น่าเบื่อเหมือนกันนะ” คินยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ เรามีเวลาสามชั่วโมงต่อวัน เย็นนี้เริ่มบทเรียนแรกที่ตึกวิศวะ”
“ตึกวิศวะ? ฝันไปเถอะ! ฉันจะเรียนที่ห้องสมุดกลางเท่านั้น” รันปฏิเสธเสียงแข็ง ใครจะอยากไปอยู่ในถิ่นเสืออย่างตึกวิศวะที่รายล้อมไปด้วยผู้ชายที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อเธอ
“ที่นั่นคนพลุกพล่านเกินไป สมาธิเธอไม่มีทางดีขึ้นหรอก” คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงใหญ่กว่ารันหลายเท่ากดทับรัศมีรอบกายของเธอจนรู้สึกอึดอัด “และอีกอย่าง... กฎของฉันคือ 'ต้องเชื่อฟัง' ถ้าเธอขัดใจฉันแม้แต่เรื่องเดียว ฉันจะรายงานอาจารย์ว่าเธอไม่มีความตั้งใจจะปรับปรุงตัว”
“คุณมันเผด็จการ!”
“เพิ่งรู้เหรอ?” คินก้มลงมากระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าทว่าเย็นเยียบ “เกลียดกันให้พอเถอะรัญชน์ เพราะต่อจากนี้ไป เธอต้องเห็นหน้าฉันมากกว่าเห็นหน้าตัวเองในกระจกเสียอีก”
รันขบกริมฝีปากแน่นจนซีด ความรู้สึกทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดตีรวนอยู่ในอก เธอเกลียดท่าทางถือดีของเขา เกลียดดวงตาคู่คมที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปในความคิดของเธอได้ทุกอย่าง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความใกล้ชิดเมื่อครู่ทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอแทบกระเจิง
ตลอดช่วงบ่ายในห้องเรียนบริหาร รันไม่มีสมาธิเลยแม้แต่น้อย ข้อความในมือถือเมื่อตอนเที่ยงยังคงตามมาหลอกหลอน
*‘ถ้าอยากรู้ว่าทำไมพี่ชายเธอถึงโดนไล่ออกจากคณะวิศวะกลางคัน... ก็มาคุยกับฉันที่ห้องชมรมตอนสี่โมงเย็น’*
นั่นคือข้อความที่ทำให้คินชะงักไปเมื่อเช้า และนั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้รันจำต้องยอมรับข้อเสนอการติวเตอร์จากศัตรูหัวใจอย่างเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอต้องรู้ความจริงเรื่องพี่ชายให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยการทนฟังคนปากจัดอย่างคินพ่นคำดูถูกใส่กี่ครั้งก็ตาม
เวลา 16:00 น. ตรง รันก้าวเท้าเข้าไปในตึกวิศวะด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความกลัวกับความมุ่งมั่น บรรยากาศในโถงทางเดินเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของหนุ่มๆ วิศวะที่มองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกประหลาด
เมื่อถึงหน้าห้องชมรมประตูไม้บานใหญ่ถูกแง้มเอาไว้เพียงเล็กน้อย รันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ทว่าสิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่ห้องเรียนติวเตอร์ที่ควรจะเป็น...
ภายในห้องมืดสลัว แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกับร่างของคินที่ยืนอยู่กลางห้อง เขากำลังยืนหันหลังให้เธอ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่ง ในมืออีกข้างถือรูปถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งมีรอยไหม้เกรียม
“มาแล้วเหรอ” คินเอ่ยโดยไม่หันมามอง “นึกว่าเธอจะกลัวจนไม่กล้าโผล่หัวมาซะแล้ว”
“เลิกเล่นลิ้นสักที บอกฉันมาว่าพี่ชายฉันเกี่ยวข้องอะไรกับที่นี่” รันเดินเข้าไปใกล้ ความกล้าหาญที่สั่งสมมาหายวับไปเมื่อเห็นสีหน้าของคินตอนที่เขาหันกลับมา
ดวงตาของคินเปลี่ยนไป... มันไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังหรือท่าทางหยอกล้อเหมือนปกติ แต่มันกลับเต็มไปด้วย ‘ความสมเพช’ และ ‘ความเวทนา’ ที่เขามีให้เธอ
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรันอย่างรวดเร็ว กักตัวเธอไว้กับโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือหนาเอื้อมมาเชยคางรันขึ้น บังคับให้เธอสบตากับเขา
“เธอคิดว่าพี่ชายเธอเป็นคนดีนักหรือไงรัญชน์?” คินกระซิบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “เธอยังไม่รู้อะไรเลย... ว่าก่อนที่เขาจะออกไป เขาทำอะไรไว้กับตระกูลของฉันบ้าง”
“คุณหมายความว่าไง!” รันพยายามสะบัดหน้าหนี แต่คินกลับยิ่งกดมือแน่นขึ้น
“อยากรู้ความจริงไหมล่ะ?” คินยิ้มกว้าง แต่มันเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รันเคยเห็นมา “ได้... แต่เราต้องแลกเปลี่ยนกัน เธอต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างตั้งแต่วินาทีนี้... แม้ว่าสิ่งที่ฉันสั่ง จะทำให้เธอต้องกลายเป็นคนของฉันตลอดไปก็ตาม”
ก่อนที่รันจะได้โต้ตอบ เสียงประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับรันราวกับแกะ
“ปล่อยน้องสาวฉันนะคิน... เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัน!”
รันเบิกตากว้างเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู ในขณะที่คินเพียงแค่ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งเรียบ แล้วกระซิบคำสุดท้ายที่ทำให้รันชาวาบไปทั้งร่าง
“สายไปแล้วรัญชน์... เกมนี้มันเริ่มขึ้นแล้ว และคนที่จะเป็นคนปิดเกม... ก็คือฉันคนเดียวเท่านั้น”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เกียร์เปื้อนกาวใจเสมอมานะคะ
วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 2
เกลียดกันให้พอ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!