เสียงฝีเท้าที่วิ่งสลับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องไปทั่วบันไดหนีไฟของหอพักหญิง อาคารพาณิชย์สูงแปดชั้นที่ระบบไฟสำรองมักจะพังไม่เป็นท่าในเวลาที่วิกฤตที่สุด คินในชุดเสื้อยืดสีดำยับยู่ยี่และกางเกงวอร์มตัวเก่งพุ่งตัวขึ้นมาถึงชั้นเจ็ดด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์เพิ่งตื่นนอนจะทำได้ หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุตี่ซี่โครงไม่ใช่เพราะความเหนื่อยหอบจากการวิ่งขึ้นบันไดเจ็ดชั้น แต่มันเป็นความร้อนรนที่กัดกินขั้วหัวใจตั้งแต่ได้ยินเสียงสายตัดไปพร้อมกับความมืดมิด
"ให้ตายสิ... รัน!"
คินสบถลอดไรฟัน มือหนากระชากประตูหนีไฟชั้นเจ็ดเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูเหล็กกระแทกผนังปูนเสียงดังสนั่น ทางเดินหน้าห้องพักมืดสนิทสนองรับกับคำบอกเล่าก่อนสายตัด มีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาหญิงห้องข้างเคียงไม่กี่ดวงที่เปิดลอดออกมาจากประตูที่แง้มไว้ด้วยความหวาดผวา
เขาก้าวฉับๆ ไปตามทางเดินโดยอาศัยแสงจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเองส่องนำทาง จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง 704—ห้องของรัญชน์
"รัน เปิดประตู!" คินเคาะประตูรัวเร็วด้วยความร้อนใจ พร้อมกับหมุนลูกบิดซ้ำๆ แต่พบว่ามันถูกล็อคจากด้านใน "รัน! ได้ยินฉันหรือเปล่า เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เงียบ... ไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับจากคนด้านใน ยิ่งความเงียบเข้าปกคลุม หัวใจของคินก็ยิ่งหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขากลัว... กลัวว่าคนปากเก่งแต่ขี้ระแวงคนนั้นจะสะดุดล้มหัวฟาดพื้นในความมืด หรือกลัวว่าจะมีใครฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ไฟดับนี้เข้ามาทำร้ายรัน
แต่ในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะถอยหลังเพื่อถีบประตูห้องให้พังเปรี้ยง เสียงคลิกเบาๆ ของกลอนประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่แง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าหวานที่ขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดปนความตกใจเล็กน้อย
"จะเคาะหาพระแสงอะไรเล่าคุณ! หูหนวกหรือไง ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้..."
รันยังไม่ทันได้บ่นจบประโยค ร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนร้อนใจอยู่หน้าห้องก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงเข้าไปปะทะแผงอกกว้างอย่างแรง แรงกระแทกนั้นทำให้ลมหายใจของรันสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อถูกสวมกอดไว้แน่นจนจมูกชนเข้ากับลาดไหล่แข็งแรงของอีกฝ่าย
"นาย... ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ!" รันพยายามดันอกอีกฝ่ายออก แต่คินกลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วร่างในอ้อมกอดจะหายวับไปกับความมืด
"รู้ไหมว่าฉันเกือบหัวใจวายตายอยู่หน้าห้องเธอเนี่ยหะ!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากของคินสั่นพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงดุอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเกรี้ยวกราด "โทรศัพท์บอกไฟดับแล้วสายก็ตัดไป... เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำให้ฉันประสาทกิน!"
รันชะงักไป ปลายจมูกที่ชนอยู่กับเสื้อยืดของคินได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการวิ่งขึ้นบันได ความโกรธที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจใต้แผงอกนั้นที่ยังคงเต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ มันเต้นแรงเสียจนรันรับรู้ได้ถึงความตื่นตระหนกที่อีกฝ่ายมีต่อความปลอดภัยของตัวเอง
คนปากร้ายคนนี้... วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเจ็ดชั้นเพราะเป็นห่วงเขาอย่างนั้นเหรอ?
"ก็... ก็แค่ไฟดับโทรศัพท์แบตหมดเครื่องมันเลยดับเองป่ะเล่า ไม่เห็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่โตเลย" รันแกล้งทำเป็นเสียงแข็งกลบเกลื่อนความไหววูบในอก พยายามดันไหล่กว้างออกเบาๆ "ฉันปลอดภัยดี เห็นไหม? เลิกกอดแล้วถอยไปได้แล้ว คนอื่นมองหมดแล้วมั้ง"
คำพูดของรันทำให้คินได้สติ เขายอมคลายอ้อมแขนออกช้าๆ แต่สายตาคมกริบยังคงกวาดสำรวจใบหน้าและเนื้อตัวของคนตรงหน้าอย่างละเอียดในความมืดที่มีเพียงแสงไฟฉายจากมือถือสาดส่องกระทบ เมื่อมั่นใจว่ารัญชน์ไม่ได้มีรอยขีดข่วนหรือบาดเจ็บตรงไหน ลมหายใจผ่อนคลายจึงถูกพ่นออกมาทางจมูกโด่ง
"ปากเก่งได้ตลอด" คินเอื้อมมือไปเคาะหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าฉันรู้ว่าเธอปลอดภัยดีแต่แค่นั่งทำหน้ามึนอยู่ในห้องมืดๆ ฉันคงไม่ต้องเหนื่อยวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟเจ็ดชั้นจนขาแทบหักหรอก"
"ใครใช้ให้นายวิ่งขึ้นมาเล่า อยากเป็นฮีโร่เองทำไมล่ะ" รันเชิดหน้าขึ้นเถียง พลางเบี่ยงตัวหลบสายตาคมคลาวนั้นที่มองมาด้วยประกายแสงบางอย่างที่ทำเอาใจสั่น "แล้วนี่... จะยืนคุยกันหน้าห้องอีกนานไหม มืดจะตายอยู่แล้ว เข้ามาข้างในก่อนสิ หรือจะยืนเฝ้าฉันยันเช้าตรงนี้?"
คินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาในความมืด "ชวนเข้าห้องผู้ชายตอนดึกๆ แบบนี้... ไม่กลัวฉันกินเธอหรือไงรัน?"
"เชิญกินตามสบายเลยคุณ ถ้าคิดว่าฟันตัวเองเหนียวพอจะเคี้ยวคนปากจัดอย่างฉันลง" รันสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมเสียเปรียบ ก่อนจะหันหลังเดินนำเข้าห้องไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบโต้
ภายในห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดมีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน รันเดินไปหยิบเทียนหอมอโรมาที่วางอยู่บนชั้นมาจุดเพื่อให้แสงสว่างรำไร แสงสีส้มอ่อนๆ จากเปลวเทียนสั่นไหวตามแรงลมเบาๆ สาดส่องกระทบใบหน้าหวานที่กำลังยุ่งอยู่กับการหาที่วางเทียนให้ปลอดภัย คินก้าวตามเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างเบามือ แล้วยืนกอดอกพิงผนังมองคนตัวเล็กเดินวนไปวนมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พรั่งพรูขึ้นมาในใจ
ภาพของรัญชน์ในแสงเทียนแบบนี้... ช่างชวนให้หัวใจกระวนกระวายเสียเหลือเกิน
"มองอะไรเล่า มีอะไรติดหน้าฉันหรือไง" รันหันมาเจอสายตาคมที่จ้องเขม็งไม่วางตา ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซะเพื่อทำลายความเงียบที่เริ่มสร้างบรรยากาศแปลกๆ ขึ้นระหว่างเขaทั้งสอง
"มองคนที่ชอบทำตัวน่าห่วง แต่ปากดีไม่เคยเปลี่ยน" คินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าว ขายยาวๆ เดินเข้ามาในระยะประชิดจนรันต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "รู้ตัวไหมรัน... ช่วงนี้เธอทำฉันเสียศูนย์ไปหลายรอบแล้วนะ"
"ฉันไปทำอะไรให้นายเสียศูนย์ไม่ทราบ นายต่างหากที่ชอบหาเรื่องมากวนประสาทฉันก่อนตลอด" รันเงยหน้าขึ้นเถียง ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดและแสงเทียนสลัวๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด
"ก็เพราะเธอนั่นแหละ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ขณะที่มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างกระแสไฟอ่อนๆ วาบไปทั่วผิวเนื้อ "ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่สายตาฉันมันมองใครไม่ได้อีกเลยนอกจากเธอ..."
รันชะงักกึก ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ คำพูดราบเรียบแต่จริงจังของคนตรงหน้าทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองสั่งให้ถอยหนีและหาคำพูดมาสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกมนต์สะกด
ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากห้องข้างๆ ขัดจังหวะความเงียบงันและอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง รันสะดุ้งสุดตัวผลักอกคินให้ออกห่างด้วยความตกใจ ขณะที่คินสบถออกมาอย่างหัวเสียที่ถูกมารผจญมาขัดจังหวะสำคัญเข้าอย่างจัง
"อะไรวะเนี่ย!" คินหันไปมองประตูห้องด้วยความหงุดหงิด
แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร เสียงประกาศผ่านโทรโข่งจากนิติบุคคลของหอพักก็ดังลั่นกังวานไปทั่วตึกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
*"ประกาศๆ ครับ ตอนนี้มีนักศึกษาคณะวิศวะกลุ่มหนึ่งกำลังรวมตัวกันอยู่หน้าหอพัก และมีข่าวลือหนาหูเรื่องเดือนคณะแอบมานอนค้างที่หอพักหญิงชั้นเจ็ด! ขอให้นักศึกษาที่เกี่ยวข้องรีบเคลียร์พื้นที่ด่วนครับ ทางหอพักไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกค้างคืนเด็ดขาด!"*
คินเบิกตากว้างขึ้นทันที หันขวับกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
ซวยแล้ว... ข่าวลือเรื่องเขากับรันไม่ได้เป็นแค่เรื่องซุบซิบในกลุ่มเพื่อนสนิทเสียแล้ว แต่มันกำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่โตที่คนทั้งหอพักกำลังจับตาดูอยู่ และตอนนี้... ฝูงกองเชียร์ตัวดีจากคณะวิศวะก็กำลังยกพลมาถึงหน้าหอพักแล้วด้วยซ้ำ!
รันส่งสายตาคาดโทษมาให้ทันทีราวกับจะบอกว่า 'นี่คืองานของนาย นายต้องรับผิดชอบ!' ขณะที่คินทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ ออกมาในความมืด พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระหน่ำรัวจากด้านนอกที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาประสานเสียงกันลั่นตึก!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเกียร์รักให้กันเสมอนะคะ!)
วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 17
ความสัมพันธ์ที่คนเริ่มจับตา
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!