กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บอุปกรณ์เก่าแก่ผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นแป้งยิปซัม ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนน่าอึดอัด แต่สิ่งที่ทำให้รัญชน์หายใจติดขัดยิ่งกว่า กลับไม่ใช่บรรยากาศของโรงเรียนชนบทที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มาออกค่ายอาสาพัฒนา... แต่เป็นฝ่ามือหนาที่ยังคงทาบทับอยู่บนผนังไม้กระดานข้างศีรษะของเขา กั้นขอบเขตไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้ต่างหาก
คณิน หรือ "ไอ้ตัวปัญหา" ประจำค่ายในสายตาของชาวบ้านและเด็กๆ กำลังยืนโน้มตัวลงมาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เจ้าตัวชอบใส่เวลาทำงานเอกสารค่าย กำลังพินิจพิเคราะห์ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของเขาอย่างถือวิสาสะ
"มองหน้าฉันแบบนี้... คิดอะไรอยู่ หรือว่ากำลังเสียดายที่เมื่อกี้มีคนมาขัดจังหวะซะก่อนล่ะ หื้ม รัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลดระดับเสียงให้กระซิบอยู่ข้างใบหู ทำเอาขนอ่อนลุกชันขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย รัญชน์เบี่ยงใบหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ แต่ปลายนิ้วเรียวก็อดไม่ได้ที่จะจิกเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก
ให้ตายเถอะ... นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกัน!
ทั้งที่พวกเราเพิ่งจะเคลียร์ปมความเข้าใจผิดเรื่องภาพถ่ายบ้าๆ ในมือถือของยัยดาวคณะบริหารคนนั้นไปหมาดๆ แต่คินก็ยังไม่วายหาเรื่องมาแกล้งเขาให้หัวใจทำงานหนักเล่นอยู่เรื่อย ตั้งแต่อาสาแบกกล่องอุปกรณ์ทาสีหนักอึ้งเดินตามเขาต้อยๆ ยันต้อนเขาเข้ามาในห้องเก็บของมุมตึกนี้ด้วยข้ออ้างเรื่อง "ตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์"
"ถอยไปเลยนะคิน นายจะมาใกล้เกินไปแล้วนะ อากาศในนี้ก็ยิ่งน้อยอยู่" รัญชน์เอ่ยเสียงแข็ง พยายามดึงมาดนิ่งขรึมแล้วใช้มือผลักอกแกร่งที่สวมเสื้อช็อปสีกรมท่าเปื้อนคราบสีน้ำให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว แต่คนตัวโตกว่ากลับนิ่งเฉย ราวกับแรงผลักของเขาเป็นแค่สะเก็ดไฟ
"น้อยตรงไหน อากาศออกจะบริสุทธิ์... หรือว่านายหายใจไม่ออกเพราะเขินฉันกันแน่ รัญชน์" คินยักคิ้วกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรัญชน์อยากจะหยิบกระป๋องสีใกล้ตัวมาสาดใส่หน้าสักที สองปีที่รู้จักกันมาในฐานะคู่กัดข้ามคณะ หมอนี่ไม่เคยแผ่วเลยสักครั้ง ยิ่งตอนที่คลั่งรักแล้วกลายร่างเป็นหมาเด็กขี้อ้อนปนเจ้าเล่ห์แบบนี้ ยิ่งรับมือยากเป็นร้อยเท่า
"ใครเขินนาย! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยคิน ฉันแค่รำคาญ... อื้อ!"
คำพูดปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ คนตรงหน้าก็ขยับเข้ามาประชิดอย่างไร้รอยต่อ ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่กรอบหน้าของเขา บังคับให้เงยขึ้นสบตาตรงๆ ดวงตาคู่นั้นไม่มีแววหยอกล้อเล่นสนุกเหมือนทุกที แต่มันกลับลึกล้ำและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รัญชน์อ่านไม่ออก... มันทั้งดุดันและโหยหาในเวลาเดียวกัน
"ปากแข็งชะมัด... เมื่อไหร่จะยอมรับความจริงสักทีวะ ว่านายก็ใจเต้นแรงไม่ต่างจากฉันเลย"
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมนต์สะกด ทำให้รัญชน์เผลอกลั้นหายใจ หัวใจในอกเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท เสียงเพลงจากลานกิจกรรมด้านนอกที่เด็กๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกันอยู่ในความเงียบ
บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่อันตราย เผลอไผลจนรัญชน์เกือบจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอของอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณอยู่แล้วเชียว หากไม่มีเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อดังแทรกเข้ามาเสียก่อน
"ไอ้คิน! อยู่ข้างในนี้เปล่าวะ อาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่องแผนงานทาสีอาคารเรียนพรุ่งนี้!"
เสียงของ "ธาม" เพื่อนสนิทในกลุ่มวิศวะดังแววมาจากหน้าห้อง ทำให้มนต์สะกดทุกลมหายใจสลายไปในพริบตา คินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย เขายอมผละตัวออกห่างจากรันช้าๆ แต่สายตาก็ยังคงทอดมองด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูต้อนรับเพื่อนสนิทที่ยืนทำหน้าสงสัยอยู่ด้านนอก
รัญชน์อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นก้าวสวนออกไปทันที ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเพื่อระบายความร้อน พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง
ให้ตายเถอะ... ทริปออกค่ายอาสาครั้งนี้ มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้วนะคะ!
แต่ทว่า... ความวุ่นวายยังไม่ทันได้จบลงแค่นั้น เมื่อรัญชน์เดินเลี่ยงมายังระเบียงทางเดินด้านหลังตึกเรียนเก่า เพื่อจะล้างหน้าล้างตาให้หายจากอาการใจสั่น สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างระหงของใครบางคนยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ตรงมุมมืด
เรือนร่างคุ้นตาภายใต้เสื้อยืดค่ายและกางเกงยีนส์เข้ารูป... "มีน" ดาวคณะบริหารคนสวยที่เคยมีประเด็นเรื่องรูปถ่ายในมือถือของคินเมื่อวันก่อน เธอกำลังจ้องมองมาที่รัญชน์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแค้นเคืองอย่างไม่คิดจะปิดบัง รอยยิ้มที่มุมปากของเธอมันช่างดูน่ากลัวและไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
รัญชน์ชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว
มีนไม่ได้เดินหนี แต่กลับค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมาให้ "คิดว่าได้ใจมากสินะ ที่คินเขาตามติดแกแจแบบนี้... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ รัญชน์ ของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้... อาจจะพังคามือแกเร็วกว่าที่คิดก็ได้นะ"
คำพูดขู่ขวัญที่เต็มไปด้วยพิษสงทำเอารัญชน์ต้องหรี่ตามองอย่างไม่เกรงกลัว เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกว่าเขาไม่ใช่เหยื่อที่จะมารังแกได้ง่ายๆ แต่ก่อนที่รัญชน์จะได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงฝีเท้าของใครอีกคนก็ดังใกล้เข้ามาจากทางด้านหลัง พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยทักขึ้นด้วยความห่วงใย
"รัน มาทำอะไรตรงนี้... ฉันตามหาตั้งนาน"
รัญชน์หันขวับกลับไปมองตามเสียงนั้นทันที ทว่า... วินาทีที่หันกลับไปสบตากับคนมาใหม่ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อพบว่าคนที่เดินตามมาสมทบ ไม่ได้มีแค่คินคนเดียว... แต่ยังมีบุคคลที่สามก้าวตามออกมาจากมุมมืดอีกฝั่งด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นบางอย่าง ซึ่งมันกำลังจะพลิกสถานการณ์ทุกอย่างให้กลายเป็นหายนะในชั่วพริบตา!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เติมพลังใจให้เกียร์เปื้อนกาวใจคนนี้เสมอนะคะ!
วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 14
ทริปคณะที่ทำเอาใจสั่น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!