วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 15

ปกป้องในแบบของเขา

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
รอยยิ้มที่คลี่ออกตรงมุมปากของ ‘ธาม’ รุ่นพี่ปีสี่จากคณะเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนสุภาพบุรุษทั่วไปเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่มั่นอกมั่นใจว่าเหยื่อในกรงไม่มีทางหลุดรอดไปไหนได้ “บังเอิญจังนะครับน้องรัน... พี่เดินตามหาตั้งนาน ไม่คิดว่าจะมาหลบมุมอยู่ตรงนี้กับคนอื่น” ธามจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า ‘กับคนอื่น’ พลางกวาดสายตาคมปลาบไปยังร่างสูงใหญ่ของคินที่ยืนค้ำฟ้าแผ่รังสีอำมหิตอยู่ข้างกายรัญชน์ รัญชน์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อถอยห่างจากรัศมีคุกคามที่ไม่น่าไว้วางใจ เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำทักทายนั้นด้วยประโยคคมๆ ตามสไตล์คนสู้คน แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด ร่างสูงของเดือนคณะวิศวะกลับก้าวข้ามมาบังหน้าเขาไว้ครึ่งตัวอย่างแนบเนียน ไหล่กว้างของคินทำหน้าที่เป็นกำแพงมนุษย์สกัดกั้นสายลวนลามทางสายตาจากธามได้อย่างสิ้นเชิง “บังเอิญเหรอครับพี่?” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงเรียบเฉย แต่กลับทรงพลังจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา “แต่ผมว่ามันจงใจเกินไปหน่อยนะ... หรือว่าสายตาของพี่มันสั้นจนมองไม่เห็นป้ายห้ามเข้าเขตหวงห้ามวะครับ” ธามหุบยิ้มลงชั่วขณะ ดวงตาคู่คมฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อถูกเด็กปีสองตอกกลับด้วยประโยคเย้ยหยันต่อหน้าต่อตา “พี่ไม่ได้คุยกับน้องคินนี่ครับ... พี่กำลังคุยกับรันอยู่ น้องรันก็โตจนปีสองแล้ว คงมีปากมีเสียงพูดจาเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมา ‘เห่า’ แทนหรอกมั้ง” บรรยากาศในมุมอับของตึกคณะบริหารตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าปะทะกันในอากาศ รัญชน์เม้มปากแน่น ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความกรุ่นโกรธ เขาเกลียดที่สุดคือการถูกมองเป็นตุ๊กตาไร้ค่าที่ใครจะมาแย่งชิงหรือพูดจาดูถูกยังไงก็ได้ แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไปซัดหน้าไอ้รุ่นพี่ปากเสียสักหมัด... หมัดหนาของคินที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้างลำตัว กลับยกขึ้นมาขวางหน้าอกของรัญชน์ไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม คินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและน่ากลัวที่สุดเท่าที่รัญชน์เคยได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้ “หึ... พูดจาแบบนี้ แสดงว่ายังไม่รู้จักกะลาหัวของผมดีสินะครับ” คินก้าวเท้าเข้าไปประชิดธามทีละก้าวอย่างกดดัน ความดิบเถื่อนและมาดนิ่งขรึมที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อกาวน์ช็อปสีเข้มถูกปลดปล่อยออกมาจนธามต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “จำไว้ซะนะว่าคนของผม ต่อให้ผมจะแกล้ง ปากหมาใส่ หรือทำตัวน่ารำคาญใส่แค่ไหน... มันก็สิทธิ์ของผมคนเดียว ไม่มีเศษสวะที่ไหนมีสิทธิ์มาแตะต้อง หรือแม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ เข้าใจไหมครับ?” คำว่า ‘คนของผม’ กระแทกเข้ากลางใจของรัญชน์อย่างจัง จนหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบและเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ รัญชน์เบิกตากว้าง มองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหยัดปกป้องเขาด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเป นี่คิน... กำลังสารภาพอะไรออกมาทางอ้อมหรือเปล่า? หรือเขาแค่หวงก้างตามประสาผู้ชายปากร้ายที่ไม่อยากให้ใครมาหยามศักดิ์ศรีกันแน่? ธามหน้าเสียไปชั่วขณะ แต่ศักดิ์ศรีของรุ่นพี่ปีสี่ทำให้เขาต้องฝืนยิ้มเยาะกลับมา “หึ... แน่ใจเหรอวะว่าน้องรันเขาอยากเป็นคนของมึง? ดูท่าทางเขาแล้ว... เหมือนโดนขู่บังคับมากกว่ามั้ง” “จะโดนขู่หรือโดนบังคับ มันก็เรื่องของผมกับเขา... เกี่ยวอะไรกับหมาแถวนี้ไม่ทราบ?” คินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบขาดไม่เปิดโอกาสให้เถียงแม้แต่คำเดียว “ไสหัวไปก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วลืมไปว่าที่นี่มันมหาลัย ไม่ใช่สังเวียนหมาบ้า” ธามขบกรามแน่นจนสันนูน ดวงตาส่งสัญญาณอาฆาตมาที่คินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองรัญชน์ด้วยสายตาเสียดายแกมสมเพช แล้วจึงสะบัดหน้าเดินหนีหายไปในความมืดของทางเดินอีกฝั่ง เมื่อแผ่นลับของรุ่นพี่ตัวปัญหาลับตาไป ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้นอีกครั้ง รัญชน์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา เขากลืนก้อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของคนที่ยังยืนบังเขาไว้อยู่ “ปล่อยได้แล้วมั้ง... เขาไปแล้ว” รัญชน์เอ่ยเสียงเรียบพยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไป คินค่อยๆ ลดมือที่กั้นไวกลง ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างบาง ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจความเรียบร้อยบนใบหน้าของรัญชน์อย่างละเอียดถี่ถ้วนราวกับจะเช็คว่ามีรอยขีดข่วนตรงไหนหรือเปล่า “ทีหลัง... ถ้ามีคนมาจีบแบบนี้อีก หัดถอยให้ห่าง ไม่ใช่ทำหน้าท้าทายใส่เขาเข้าใจไหม?” คินเอ็ดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะดุ แต่แววตาข้างในกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด “ทำไมฉันต้องฟังนายด้วยเล่า? ฉันจะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใครมันก็เรื่องของฉัน นายเป็นใครถึงมาสั่ง!” รัญชน์เชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันทีตามสัญชาตญาณความปากเก่งที่ถูกกระตุ้น “เป็นผัว... เอ๊ย! เป็นคนดูแล” คินเกือบหลุดปากคำดิบเถื่อนออกมา แต่ก็เบรกตัวเองไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวรัญชน์จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังปูนเย็นเยียบ บังคับให้รัญชน์ต้องเงยหน้าสบตาเขาแบบเลี่ยงไม่ได้ “อย่ามาดื้อกับฉันนะรัน... เมื่อกี้ฉันเห็นนะว่านายส่งยิ้มหวานให้มัน” “ฉันไม่ได้ยิ้ม! นายตาฝาด!” “ตาไม่ฝาดหรอก... แต่ใจมันร้อน” คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำให้รัญชน์แทบหยุดหายใจ “จำไว้ว่าหลังจากนี้ ห้ามให้ไอ้หน้าไหนเข้าใกล้ระยะประชิดอีก ไม่งั้นฉันจะทำมากกว่าแค่ไล่ตะเพิด... เข้าใจไหมคะ?” รัญชน์หน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เขาเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวบนพวงแก้ม พลางพึมพำเสียงเบา “ใครอนุญาตให้มาสั่ง... อ๊ะ!” ยังไม่ทันที่รัญชน์จะได้เถียงต่อ จู่ๆ แสงไฟฉายสว่างวาบจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สาดส่องเข้ามาตรงซอกมุมอับที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงกระแอมกระไอของใครบางคนที่ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความหวานปนดุ “อะแฮ่ม! ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะสวีท... แต่พอดีมีเรื่องด่วนที่พวกนายต้องรู้โวย” รัญชน์สะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกคินให้ออกห่างทันที ทั้งสองคนหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกันด้วยความตกใจ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากเงาลับตา ก็ทำให้รอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของคินแข็งค้างในทันที ส่วนรัญชน์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด เมื่อพบว่าคนที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาขัดจังหวะในตอนนี้... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น **‘พี่รหัส’** ตัวแสบของเขาเอง ที่หอบเอาเอกสารลับบางอย่างมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กำลังจะทำลายแผนการทั้งหมดของคินพังทลายไม่เป็นท่า! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความคลั่งรักของนายคินนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%