วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 21

คืนพระจันทร์เต็มดวง

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
แสงไฟนีออนจากระเบียงห้องพักสาดกระทบกรอบหน้าคมคายของคณินจนเกิดเงาทอดยาว บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นประกายไฟ รัญชน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่แววตาดุร้ายของอีกฝ่ายกำลังจดจ้องตรงมายังเธอราวกับเสือร้ายที่อดทนมานานเกินพอแล้ว “คิดจะหนีไปไหนอีก รัน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้เจือแววหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง มันแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกดทับไว้ สันกรามของเดือนคณะวิศวะขบแน่นจนนูนเด่น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละก้าวอย่างคุกคาม จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ปิดตายทุกเส้นทางถอยหนี “ฉัน... ฉันไม่ได้หนี” รัญชน์เชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวระคนหวาดหวั่นจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก มือบางพยายามดันแผงอกกว้างของคนตัวโตเอาไว้ แต่ความรู้สึกอบอุ่นและกลิ่นกายสะอาดที่คุ้นเคยกลับทำให้เรี่ยวแรงที่มีพาลจะหมดลงเสียดื้อๆ “ถอยไปนะคิน นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย” “ใช่... ฉันบ้า!” คณินสวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความอัดอั้นตันใจ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังห้องกักขังเธอไว้ในวงแขน ร่างหนาลนลานโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน “บ้าเพราะเธอคนเดียวนั่นแหละ รัญชน์!” คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับความจริงใจที่ปิดบังไว้ไม่มิด ทำให้คนฟังถึงกับชะงัก รัญชน์เบิกตากว้างเล็กน้อย สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมคายคู่นั้น ดวงตาที่มักจะฉายแววดุดันและกวนประสาทเสมอ แต่ในยามนี้มันกลับสะท้อนภาพความเจ็บปวดและความหวาดกลัว... หวาดกลัวว่าจะสูญเสียเธอไป “นายพูดอะไรของนาย...” เสียงหวานแผ่วเบาราวกับกระซิบ ความแข็งกร้าวเมื่อครู่ละลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคนตรง2เข้าเกลี่ยเส้นผมที่ระข้างแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทีดุดันเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “ฉันบอกว่าฉันรักเธอไง” คณินพ่นคำพูดที่เก็บงำไว้ในใจมาเนิ่นนานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย เขาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าไม่อยากยุ่ง แต่รู้ไหมว่าทุกครั้งที่เธอทำท่าเหมือนจะเดินหนีไปจากชีวิต... หัวใจฉันมันแทบจะหยุดเต้นอยู่แล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน รัญชน์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้น ตึงเครียด และความหวาดระแวงในอดีตค่อยๆ ถูกความจริงใจตรงหน้ากัดเซาะทีละน้อย เธออยากจะเถียง อยากจะกวนประสาทกลับไปเหมือนทุกทีเพื่อกลบเกลื่อนความเขארอาย แต่ทว่า... แววตาของคณินในตอนนี้มันจริงจังเกินกว่าจะล้อเล่น “แล้วที่ผ่านมา... ที่นายทำตัวใจร้ายกับฉันล่ะ?” รัญชน์เค้นเสียงถามออกไป แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ “ทำไมต้องคอยกวนประสาท ทำไมต้องทำเหมือนรำคาญกันตลอดเวลาด้วย” “ก็เพราะฉันจีบคนไม่เป็นไง!” คณินโพล่งออกมาเสียงดังลั่นห้องด้วยความจนมุม ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องยอมรับความจริงที่แสนจะเชยสิ้นดีสำหรับเดือนวิศวะ “สำหรับฉัน การเป็นวิศวะมันมีแต่เรื่องคำนวณและชิ้นส่วนเครื่องกล แต่พอมาเจอเธอดme... สมองฉันรวนไปหมด ไม่รู้จะเริ่มเข้าหาทางไหน นอกจากการกวนบาทาให้เธอหันมามองนั่นแหละ!” คำสารภาพที่ซื่อตรงและไร้ชั้นเชิงแบบวิศวะเลือดร้อน ทำเอารัญชน์หลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ความคับข้องใจที่สะสมมานานมลายหายสิ้น เธอใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนอกแกร่งเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ “คนบ้า... ใครเขาจีบกันด้วยวิธีนี้เล่า นายมันร้ายกาจที่สุดเลยคิน” “ร้ายแค่ไหนก็รักเธอคนเดียวนั่นแหละ” คณินฉวยโอกาสรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไอร้อนจากร่างกายของเขาลอยละล่องอบอวลอยู่รอบตัว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า “ไหนๆ ก็รู้ความจริงหมดแล้ว... ขอจีบเธอแบบจริงจังซะทีนะ รัญชน์” รัญชน์ไม่ตอบคำพูดใดๆ เธอกลับเลือกที่จะหลบสายตาด้วยความเขินอาย ใบงดงามขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู ทว่ามือบางกลับไม่ได้ผลักไส กลับเอื้อมขึ้นไปควชายเสื้อของคนตัวโตไว้หลวมๆ แทนคำอนุญาตที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ คณินยิ้มออกมาบางเบา รอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดตั้งแต่รัญชน์เคยเห็นมา เขาก้มลงกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้อง “จากนี้ไป เกียร์ตัวนี้จะมีแค่เจ้าของคนเดียวแล้วนะ... ครับ” (อุ๊ps เผลอพูดคำต้องห้ามในใจ) — “นะคะ คนดีของฉัน” ริมฝีปากหนาทาบทับลงมานุ่มนวลและลึกซึ้ง ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจผ่านสัมผัสหวานล้ำที่ทำเอาโลกรอบตัวราวกับหยุดหมุน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลบเกลื่อนความหวาดกลัวในอดีตจนหมดสิ้น คืนพระจันทร์เต็มดวงนี้กลายเป็นพยานรักบทใหม่ของวิศวะหนุ่มปากแข็งกับยัยตัวแสบที่พ่ายแพ้ให้แก่ความคลั่งรัก ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคลิบเคลิ้มถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหวก็ขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! “ไอ้คิน! เปิดประตูโว้ย! แฟนเก่ารันมายืนรออยู่ข้างล่างตึกแล้วนะเว้ย!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความคลั่งรักของยัยตัวแสบกับวิศวะหนุ่มคนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%