วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 20

ความเย็นชาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นส้มยูซุจางๆ ลอยอบอวลอยู่บนโต๊ะไม้สักตัวยาวในมุมลับตาคนของคาเฟ่ใต้คณะบริหาร แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตารัญชน์ยิ่งกว่าเครื่องดื่มราคาแพงลิบลิ่วในมือ ก็คือ ‘ความผิดปกติ’ ในรัศมีสามเมตรจากผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม คณิน... เดือนคณะวิศวะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากหมา หน้ามึน และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กำลังนั่งพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างเรียบร้อย สองมือบรรจงแกะหลอดพลาสติกออกจากซองด้วยความเบามือก่อนจะเลื่อนแก้วน้ำมาวางตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง แถมยังไม่มีคำพูดจาถากถางหรือรอยยิ้มกวนประสาทแบบที่ชอบทำเป็นประจำสักคำเดียว มันผิดวิสัย... ผิดจนน่ากลัว "กินสิ" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดคาด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตาดกหนาช้อนมองมาที่เธอด้วยประกายบางอย่างที่รัญชน์อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตารauctoritativeที่ชอบสั่งการ และไม่ใช่สายตากวนบาทาที่เธอคุ้นชิน แต่มันคือสายตาที่... เจือความระมัดระวังอย่างประหลาด รัญชน์หรี่ตามองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่วันนี้ดูสะอาดสะอ้านเป็นพิเศษ เธอวางปากกาเน้นข้อความลงบนชีทเรียนด้วยเสียงที่ดังกว่าปกตินิดหน่อยเพื่อแสดงความไม่ไว้วางใจ "นายไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า คิน" รัญชน์เปิดฉากถามเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคม "หรือว่าเมื่อเช้าตื่นมาแล้วหัวกระแทกขอบเตียง สมองส่วนวิเคราะห์เหตุผลเลยพังไปหมดแล้ว ถึงได้มาทำตัวเป็นคนดีศรีวิศวะใส่ฉันแบบนี้" คินไม่โกรธ เขาแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มร้ายกาจเหมือนทุกที มันเป็นรอยยิ้มที่เจือความเหนื่อยหน่ายใจระคนเอ็นดู ซึ่งยิ่งทำให้รัญชน์ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง "ฉันทำดีด้วยก็หาว่าหัวกระแทก ถ้าฉันทำตัวแย่ใส่เธอก็บ่นว่าฉันปากเสีย ตกลงรัญชน์... ผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอต้องการอะไรจากวิศวะคนนี้กันแน่ หึ" ประโยคหลังเขาแกล้งโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปนกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา รัญชน์ขยับถอยหลังเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นเพื่อค้นหาพิรุธ "ฉันไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้นแหละ แต่ที่ฉันสงสัยคือนายมีแผนอะไรในหัวต่างหาก" รัญชน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้น "คนอย่างคิน คณิน ไม่มีทางทำอะไรโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ตั้งแต่วันก่อนที่นายยอมลุยฝนไปซื้อยาให้ฉัน มาจนถึงวันนี้ที่เอาน้ำมาเสิร์ฟถึงที่แถมยังพูดจาภาษาคนปกติ... นายกำลังปิดบังอะไรอยู่ หรือว่ากำลังรู้สึกผิดเรื่องอะไร" คำว่า 'รู้สึกผิด' ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคินชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบราวกับผิวน้ำที่มีคนโยนหินลงไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว รวดเร็วเสียจนรัญชน์เกือบคิดว่าเธอตาฝาดไปเอง "ฉันจะมีเรื่องอะไรให้รู้สึกผิด" คินทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกลับบอกความจริงที่ตรงกันข้าม "เธอคิดมากไปเองหรือเปล่ารัญชน์ บางที... คนเรามันก็แค่อยากทำอะไรดีๆ ให้คนที่..." เขาเว้นวรรคคำพูดไปดื้อๆ ปลายประโยคกลืนหายไปในลำคอ ดวงตาคู่คมหลุบมองลงต่ำที่แก้วน้ำในมือของเธอ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดบางอย่างในใจ "คนที่อะไร?" รัญชน์ทวนคำ เสียงห้วนจัด หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวด้วยความหงุดหงิดผสมความอยากรู้ "พูดให้มันจบสคริปต์สิ อย่ามาขาดๆ เกินๆ แถวนี้" "เปล่า ไม่มีอะไร" คินสบตากลับมา น้ำเสียงของเขากลับมาเรียบสนิทจนน่าหมั่นไส้ "ก็แค่ไม่อยากโดนใครบางคนแถวนี้เอาไปนินทาลับหลังว่าแล้งน้ำใจก็แค่นั้นแหละ" "ปากแข็ง" รัญชน์พึมพำลอดไรฟันด้วยความหมั่นเขี้ยว เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดูดอึกใหญ่เพื่อดับความร้อนรุ่มในอก แม้ปากจะบอกว่าไม่เชื่อใจ แต่ความอุ่นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วอกจากการกระทำเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากำลังกัดเซาะเกราะป้องกันที่เธอสร้างไว้ทีละนิด ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา คินพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้แค่แกล้งทำ แต่เขา 'เปลี่ยนไป' จริงๆ ปกติแล้วเวลาที่รัญชน์ต้องนั่งทำงานกลุ่มหรือติวหนังสือแถบสนามหญ้าคณะบริหาร คินมักจะนั่งไถมือถือ เล่นเกม หรือไม่ก็กวนประสาทเธอทุกๆ ห้าบาทห้าสิบสตางค์ แต่ในวันนี้... เขากลับนั่งเงียบๆ อ่านชีทวิศวะของตัวเองสลับกับคอยยื่นกระดาษทิชชู ดันแฟ้มเอกสารที่เกะกะออกห่างจากข้อศอกเธอ และที่พีคที่สุดคือ... เขายอมเดินไปซื้อขนมหวานร้านโปรดที่เธอชอบกินมาให้โดยที่เธอไม่ต้องเอ่ยปากขอสักคำ รัญชน์แอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนที่นั่งก้มหน้าก้มตาจดงานอยู่ฝั่งตรงข้าม แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกใสตกกระทบลงบนสันจมูกโด่งเป็นสันและแพขนตาดกหนา ภาพลักษณ์ดิบเถื่อนแบบเด็กช่างถูกลดทอนลงเหลือเพียงความนิ่งขรึมและจริงจัง จนเผลอคิดไปว่าถ้าผู้ชายคนนี้เลิกปากร้ายใส่เธอถาวร โลกใบนี้คงจะสงบสุขขึ้นอีกเป็นกอง แต่ความสงบสุขมักมีอายุสั้นเสมอ... เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะดังขึ้นเบาๆ รัญชน์เหลือบมองหน้าจอเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรไม่กี่บรรทัด รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเธอก็แข็งค้าง ร่างกายชาวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่าน ข้อความจากรุ่นพี่ในคณะบริหาร: *‘รัญชน์ วันนี้ตอนเย็นว่างไหม พอดีพี่มีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย ที่ร้านเดิมนะ’* และยังไม่ทันที่เธอจะได้กดปิดหน้าจอ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดยืนอยู่ตรงโต๊ะของพวกเขาเสียก่อน รัญชน์เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ ขณะที่คินเองก็ชะงักมือจากการเขียนหนังสือแล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงประกายความไม่พอใจไว้อย่างชัดเจน ผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตคณะบริหารปลดกระดุมบนสองเม็ดเผยให้เห็นผิวขาวเนียนและสร้อยเงินที่คอ กำลังยืนส่งยิ้มพิมใจมาให้รัญชน์ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา "รัญชน์ครับ เลิกเรียนแล้วใช่ไหม... ไปกินข้าวเย็นกับพี่นะ พอดีมีเรื่องของ 'ไอ้คิน' ที่เธออาจจะอยากรู้มากๆ รออยู่พอดี" ดวงตาคมของรุ่นพี่คนนั้นเหลือบมองไปยังคินที่นั่งหน้าตึงเป็นตูดทอดสะพาน ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "เรื่องที่ทำให้รู้ว่า... ทำไมจู่ๆ เสือร้ายอย่างวิศวะคนนี้ ถึงยอมกลายร่างเป็นโบ้เชื่องๆ ให้เธอนัก" หัวใจของรัญชน์กระตุกวูบ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองหน้าคินที่ตอนนี้... สันกรามขบแน่นจนนูนเด่น แววตาดุร้ายที่พยายามอดกลั้นมาตลอดทั้งวันระเบิดออกจนน่ากลัว! ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ รี้ดที่รักของเกียร์เปื้อนกาวใจ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%