วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 24

พายุอารมณ์

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงผสมผสานกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่เย็นเยียบในห้องแล็บส่วนตัวของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก คินยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นนูนเป็นสันชัดเจน ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับฉายแววกรุ่นโกรธและสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนเกินเยียวยา "รันพูดใหม่อีกทีซิ..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันออกมานั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล คินก้าวเท้าเข้าหาคนตัวเล็กกว่าช้าๆ ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "เมื่อกี้เธอเพิ่งพูดว่าอะไรนะ?" รัญชน์ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์โลหะเสียงดังโคร้งคราม ดวงตากลมโตที่เคยรั้นและดื้อดึงมาตลอด กลับไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอเบ้า แต่เจ้าตัวกลับพยายามกะพริบตาถี่ๆ เพื่อกลั้นมันไว้ ไม่ยอมให้ความอ่อนแอไหลออกมาประจานตัวเองต่อหน้าผู้ชายคนนี้เด็ดขาด "ฉันบอกว่า..." รันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า เสียงที่เปล่งออกมาจึงสั่นน้อยมากจนแทบไม่ได้ยิน "เราพอแค่นี้เถอะค่ะพี่คิน" คำว่า *'พอแค่นี้'* ทำเอาคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับชะงัก คินหยุดก้าวเดินทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่อยากเชื่อหูตัวเอง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา ก่อนที่เสียงหัวเราะในลำคอแบบเย้ยหยันจะหลุดตามมา "พอ? เธอใช้คำนี้กับฉันเนี่ยนะ?" คินแค่นยิ้ม หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะแต่ความทิฐิและปากแข็งกลับสั่งให้เขาทำเสียงแข็งใส่ "เราเพิ่งจะ... เหอะ! นี่เธอกำลังเล่นเกมอะไรอีกรัน? เบื่อแล้วเหรอ ถึงได้หาข้ออ้างบ้าๆ แบบนี้มาพูด" "มันไม่ใช่เกมค่ะ!" รันโพล่งสวนกลับทันที เสียงหวานแหลมขึ้นด้วยความเหลืออด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ "พี่คินคิดว่าทุกอย่างมันเป็นเกมสนุกของพี่หรือไงคะ? การที่ฉันต้องมาทนอยู่ท่ามกลางความลับบ้าๆ ของพี่ การที่ฉันต้องมารับรู้ว่าเรื่องของเรามันกลายเป็นหมากในเกมการแข่งขันระหว่างเพื่อนสนิทของพี่... มันสนุกมากใช่ไหมล่ะ!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บชั่วขณะ คินชะงักไปจริงๆ เมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาคู่คมฉายแววพิรุธวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "เธอรู้..." คินเสียงแผ่วลง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย "เธอรู้เรื่องนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?" "มันสำคัญด้วยเหรอคะว่าจะรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" รันตัดบทเสียงสั่นเครือ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ พลางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เธอเคยคิดว่ามันคือกำแพงที่ปลอดภัยที่สุดในโลก "สิ่งที่สำคัญคือ... ฉันเหนื่อยแล้วค่ะพี่คิน เหนื่อยที่จะต้องมาคอยระแวงว่าความรู้สึกที่พี่มีให้มันจริงหรือแค่ต้องการเอาชนะใครบางคน เหนื่อยที่ต้องเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น" "รัน ฟังฉันก่อน..." คินพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเล็ก แต่รันกลับสะบัดหนีอย่างแรงราวกับโดนของร้อน "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" รันตวาดลั่น ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยพิษไข้ทางอารมณ์ "ที่ผ่านมาฉันคิดว่าเราต่างฝ่ายต่างจริงใจ แต่สิ่งที่ฉันเห็นเมื่อกี้... มันตบหน้าฉันฉาดใหญ่เลยนะคะพี่คิน การที่พี่ทำเป็นหวงก้างฉัน ทั้งๆ ที่ลับหลังพี่ก็ยังเอาเรื่องของฉันไปท้าทายกับคนอื่น... พอทีเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเอาชีวิตและความรู้สึกของตัวเองมาจมปลักอยู่กับผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบนี้อีกแล้ว" คำว่า *'ผู้ชายเห็นแก่ตัว'* กระแทกเข้ากลางใจของเดือนคณะวิศวะเข้าอย่างจัง คินหน้าชาดลีย์ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธกริ้วและเสียใจระคนกัน ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปประชิดตัวคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็วก่อนที่รันจะทันได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงเข้ามาประชิดจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างบาง "ปล่อยนะ!" รันดิ้นรนสุดแรง ทุบตีอกแกร่งไม่ยั้ง "บอกให้ปล่อยไง!" "ไม่ปล่อย!" คินคำรามเสียงต่ำในลำคอ นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก "เธอคิดว่าอยากจะบอกเลิก อยากจะเขี่ยฉันทิ้งเหมือนของเล่นเก่าๆ แล้วฉันจะยอมปล่อยไปง่ายๆ งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะรัน!" "พี่คินมันบ้า!" "ใช่! ฉันมันบ้า!" คินตะคอกกลับเสียงดังลั่นห้องจนก้องกังวาน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเปื้อนคราบน้ำตา "เธอคิดว่าฉันทำทั้งหมดนี่เพราะอยากเอาชนะไอ้พวกนั้นเหรอ? เธอมองไม่ออกจริงๆ หรือแกล้งโง่กันแน่ว่าที่ฉันทำไป... เพราะฉันหึงจนแทบคลั่งต่างหากเล่า!" รันชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก แต่ความรู้สึกผิดหวังและหวาดระแวงที่มีอยู่ก่อนหน้า กลับทำให้นางเอกสาวต้องรีบดึงสติกลับมาแล้วผลักอกแกร่งออกสุดแรง "อย่ามาใช้คำนี้แก้ตัว!" รันแค่นหัว Laughter ทั้งน้ำตา "คำก็หึง สองคำก็หวง แต่การกระทำของพี่มันสวนทางกับคำพูดสิ้นเชิง! ถ้าพี่รักฉันจริง พี่จะไม่ทำให้ฉันต้องมายืนร้องไห้ เสียความรู้สึกอยู่ตรงนี้... เราจบกันแค่นี้เถอะค่ะพี่คิน ถือว่าฉันขอร้อง... ปล่อยฉันไปเถอะนะ" ประโยคสุดท้ายของรันร่วงหล่นลงมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนระโหยโรยแรง แววตาตัดพ้อและว่างเปล่าคู่นั้น ทำให้คินรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอกอย่างจัง แรงอารมณ์ที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความกลัว... ความกลัวที่ว่าเขาอาจจะกำลังเสียผู้หญิงคนนี้ไปจริงๆ ตลอดกาล มือหนาที่เคยบีบเอวบางค่อยๆ คลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง คินผอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง รันเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้า เธอรีบหันหลังให้เขาทันที ก้าวเท้าวิ่งไปที่ประตูห้องแล็บด้วยความรวดเร็ว หยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มถูกปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี มือเรียวเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูเพื่อจะหนีออกไปให้พ้นจากบรรยากาศบีบคั้นนี้เสียที แต่ทว่า... ในวินาทีที่ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกกว้าง รันกลับต้องผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติ เมื่อพบกับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ยืนถือแฟ้มเอกสารค้างอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบของบุคคลมาใหม่กวาดตามองสภาพกระเซอะกระเซิงของรันสลับกับใบหน้าเคร่งเครียดดุดันของคินที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้ขนลุกซู่ "อ้าว... น้องรัน จะรีบไปไหนเหรอครับ? หรือว่า... การเคลียร์ปัญหากับ 'ว่าที่แฟนเก่า' มันไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่?" --- *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกับความคลั่งรักของพี่คินกับน้องรันมาจนถึงตอนนี้ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ด้วยนะคะ)*
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%