วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม•ตอนที่ 23

ความจริงที่แสนเจ็บปวด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"เกมงั้นเหรอคะ... พี่คินพูดเองไม่ใช่เหรอว่าทุกอย่างมันคือเกมที่นายวิศวะเขาเล่นสนุกกันแก้เซ็ง" เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดผ่านรอยแง้มของประตูห้องซ้อมดนตรีหลังตึกคณะบริหาร ไม่ได้มาจากลำคอของรัน—แต่มันคือเสียงของ 'มิน트' ดาวคณะบริหารปีเดียวกัน ที่กำลังยืนพิงชั้นวางอุปกรณ์เครื่องดนตรีด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผู้ชายร่างสูงที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้องด้วยรอยยิ้มสมเพชเวทนา รัญชน์ยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงมุมมืดของทางเดิน มือเรียวที่กำแฟกระป๋องเย็นเฉียบไว้จนหยดน้ำเกาะพราวสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะหัวใจข้างในมันหล่นวูบลงไปกระแทกพื้นคอนกรีตตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินประโยคสนทนานั้นเล็ดลอดออกมา ภาพของคิน—ผู้ชายที่เคยใช้สายตาดุๆ มองเขาด้วยความหวงแหน ผู้ชายที่ยอมถอดช็อปวิศวะตัวเก่งมาคลุมไหล่ให้ในวันที่ฝนตก และคนที่เคยกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า *'เลิกมองไอ้พวกนั้นแล้วมองแค่ฉันคนเดียวได้ไหมรัน'*—กำลังฉายซ้ำวนเวียนอยู่ในหัวราวกับภาพยนตร์ฟิล์มเก่าที่ขาดวิ่น มันคือความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้เกียร์สีเงินเงาวับ... *“มึงพนันกับไอ้พวกนั้นจริงดิคิน ว่าจะจีบเด็กบริหารคนนี้ให้ติดภายในหนึ่งเดือน?”* เสียงของเพื่อนสนิทของคินที่ดังแทรกขึ้นมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ย้อนกลับมาตอกย้ำราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำลงบนแผลเดิมที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด ในตอนนั้น รันเลือกที่จะไม่เชื่อ เลือกที่จะเชื่อมั่นในดวงตาคมกริบที่มักจะสั่นไหวทุกครั้งเวลาที่อีกฝ่ายมองมา แต่วันนี้... คำยืนยันจากปากของคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วยซ้ำ ที่กำลังพ่นมันออกมาอย่างไม่แคร์ความรู้สึกใคร "กูไม่ได้..." คินพยายามเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวมินท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนตามกรอบแขน "มึงหุบปากไปซะมินท์ ถ้าไม่อยากให้กูหมดความอดทน" "อ้าว ทำไมล่ะคะ? กลัวน้องรันเขามาได้ยินความจริงเหรอ?" มินท์เชิดหน้าขึ้นท้าทาย ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย "ความจริงที่ว่าเดือนวิศวะผู้ยิ่งใหญ่ ยอมลดตัวมาเล่นเกมจีบเด็กบริหารหน้าหวาน ก็เพราะศักดิ์ศรีบ้าบอคอแตกกับเงินเดิมพันหลักหมื่น... สนุกมากไหมคะกับการปั่นหัวคนอื่นเล่นแบบนี้?" เปร๊าะ! เสียงกระป๋องกาแฟในมือของรันยุบลงไปตามแรงบีบ น้ำสีดำซึมออกมาเลอะเปรอะเปื้อนเรียวนิ้ว แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกถึงความเย็นหรือความเหนียวเหนอะหนะเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความชาหนึบที่แล่นริ้วจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ภาพความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาไหลย้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว—รอยยิ้มมุมปากของคินในวันที่เจอกกันครั้งแรก สายตาร้ายกาจที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม และคำพูดคำจาที่คอยหยอกล้อให้เขาใจสั่นอยู่เรื่อยมา... ที่แท้ มันก็เป็นแค่บทละครที่ถูกเขียนขึ้นมาจากความสนุกของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเองสินะ รัญชน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกักเก็บความสั่นไหวของเสียงตัวเอง ก่อนจะก้าวเท้าพ้นจากเงานั้น ออกมาเผชิญหน้ากับแสงไฟสว่างจ้าหน้าห้องซ้อมดนตรี กึก! เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบกับพื้นกระเบื้องดังขึ้นเพียงนิดเดียว แต่มันกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องที่กำลังคุุกรุ่นเงียบกริบลงในทันที คินหันขวับมาตามเสียงนั้น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคยโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงนั้น "รัน..." คินครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามาหาทันที มือหนาพยายามจะเอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้เหมือนเช่นเคย "ฟังพี่ก่อน... มันไม่ใช่แบบที่น้องรันคิดนะ" รันถอยหลังหลบหนึ่งก้าว ปลายตาคมกริบมองมือคู่นั้นที่ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศด้วยรอยยิ้มเยาะที่ถอดแบบมาจากคนตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววหวั่นไหว บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย "ไม่ต้องอธิบายหรอค่ะ..." รันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง กระชับกระเป๋าเอกสารในมือแน่น "เพราะต่อให้พี่จะพูดอะไร มันก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้อยู่ดีว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่คินก็แค่เล่นสนุกอยู่กับความรู้สึกของคนอื่น" "รัน!" คินขบกรามแน่น สันกรามคมชัดขึ้นตามแรงอารมณ์ ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความร้อนรน ร่างสูงพยายามจะเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง แต่รัญชน์กลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม ระยะห่างเพียงก้าวเดียวตรงนี้ กลับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก "อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีกเลยนะคะ" รันแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาแต่ถูกเจ้าตัวกะพริบไล่มันกลับลงไปอย่างไม่ยอมแพ้ "ขอบคุณสำหรับ 'เกม' สนุกๆ ที่ผ่านมานะะคะ... แต่พอแค่นี้เถอะค่ะ รันเหนื่อยแล้ว" พูดจบ รัญชน์ก็หมุนตัวเดินหันหลังให้อย่างไม่ลังเล หัวใจที่เต้นรัวด้วยความเจ็บปวดพยายามถูกกดทับไว้ด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ เขาจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้ชายสารเลวคนนี้เห็นเด็ดขาด ไม่มีทาง! "รัน! หยุดเดี๋ยวนี้นะรัน!" เสียงทุ้มต่ำของคินตะโกนไล่หลังมาด้วยความร้อนใจ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังวิ่งตามมาติดๆ แต่รันเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น หนีให้ห่างจากรัศมีเสียงนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกชาหนึบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บแปลบที่ลามไปทั่วทั้งทรวงอก ยิ่งวิ่งหนี ภาพวันคืนเก่าๆ ยิ่งวิ่งสวนทางเข้ามาซัดหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมับ! ทว่า... ก่อนที่รันจะทันได้พ้นจากมุมตึกทางเชื่อมตึกเรียน แรงกระชากที่ข้อมือขวาก็ทำให้ร่างทั้งร่างถูกดึงกลับไปปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างที่คุ้นเคยอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเป็นผู้ชายของคินโชยเข้าจมูก พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่ตวัดรวบเอวบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยนะ!" รันตวัดเสียงกร้าว พร้อมกับใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่สีข้างของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่คินกลับไม่ยอมปล่อยแถมยังรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม "ไม่ปล่อย!" คินก้มลงซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่แคบ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้รันขนลุกชัน น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความวิงวอนอย่างที่คนอย่าง 'คณิน' ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน "พี่บอกว่าให้ฟังก่อนไงวะรัน! ทำไมไม่ยอมฟังกันบ้าง!" "ฟังอะไรอีกอ่ะคะ? ฟังคำแก้ตัวของคนที่เอาความรู้สึกของคนอื่นมาเป็นเดิมพันเหรอ!" รันตวาดกลับเสียงสั่น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นทะลักขอบตา ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดระเบิดออกมาในประโยคถัดไป "สนุกมากไหมคะที่ปั่นหัวฉันจนหัวปั่น? สนุกมากใช่ไหมที่เห็นฉันโง่เชื่อใจพี่อยู่ฝ่ายเดียว!" คินชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนหลังมือของตัวเอง ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแท่นพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจของเดือนวิศวะผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขารวบตัวคนตรงเข้ามาแนบอกแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือตอนนี้ รัญชน์จะหายลับไปจากชีวิตของเขาตลอดกาล "ไม่ใช่แบบนั้น..." คินกระซิบเสียงเครือ ฝ่าหนาประคองใบหน้าหวานขึ้นบังคับให้สบตา "ไอ้เรื่องเดิมพันบ้าบอนั่น... กูไม่ได้เป็นคนเริ่ม และกูไม่เคยคิดจะเล่นมันตั้งแต่แรก!" รันหยุดชะงัก ดวงตากลมโตที่คลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาช้อนขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ แม้หัวใจจะอยากปฏิเสธ แต่แววตาไหวระริกและร่องรอยความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นของคิน มันกลับทำให้เขาลังเล "ถ้าไม่ได้เริ่ม... แล้ววันนั้นที่มินท์พูด..." "วันนั้นที่มินท์พูด มันเป็นแค่แผนที่พวกมันจัดฉากขึ้นมาเพื่อให้เราแตกกัน!" เสียงทุ้มต่ำดังแทรกขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงฝีเท้าปริศนาดังใกล้เข้ามาจากมุมตึกฝั่งตรงข้าม รันและคินหันขวับไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปรดของใครอีกคนก้าวออกมาจากเงาสลัวของบันไดหนีไฟ ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มเยาะที่คุ้นเคย ดวงตาแพรวพราวคู่นั้นกวาดมองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยท่าทางสนุกสนานราวกับกำลังชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ "โอ๊ะ... ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะช่วงเวลาซาบซึ้ง" เสียงทุ้มกังวานของบุคคลที่สามเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนแสงไฟสาดส่องลงบนใบหน้าชัดเจน—**กรณ์** เดือนคณะบริหารปีเดียวกัน และเป็นคู่แข่งคนสำคัญของคินในทุกๆ เรื่อง รอยยิ้มที่มุมปากของกรณ์ไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ คินขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน มือที่โอบเอวรันอยู่เปลี่ยนเป็นกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด ขณะที่รันเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักได้ว่า... เรื่องราวทั้งหมด มันไม่ใช่แค่เรื่องของเขากับคินเสียแล้ว ขอบคุณที่อยู่ข้างกันและเดินทางผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะร้ายรุกจีบยัยตัวแสบให้มาเป็นแฟนผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%