เนโครแมนเซอร์สายชิล กับภารกิจกู้ระบบพังทลายใน 40 วัน•ตอนที่ 2

สกิลที่ไม่มีใครต้องการ

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"บอกฉันมาทีเรย์ ว่านี่คือความผิดพลาดของระบบ ไม่ใช่ความตั้งใจหยอกล้ออันแสนพิสดารของคุณ" ดาบศักดิ์สิทธิ์เคลือบออร่าสีทองอร่ามถูกปักลงบนพื้นหินอ่อนจนแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ปลายคมกริบห่างจากปลายจมูกของผมไม่ถึงสามเซนติเมตร ลูมิน่าในชุดเกราะอัศวินขาวสะอาดกำลังหอบหายใจจนแผ่นอกกระเพื่อมไหว ใบหน้าเรียบตึงที่มักจะเคร่งครัดต่อกฎระเบียบเสมอ บัดนี้กลับเจือด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าและโทสะที่พยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ให้ตายสิ… เพิ่งวันแรกเองนะ ทำไมต้องจัดหนักขนาดนี้ด้วยเล่าเนี่ย ผมถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นปัดฝุ่นละอองสีม่วงคล้ำที่เกาะตามเสื้อคลุมสีดำสนิทของเนโครแมนเซอร์ออกอย่างไม่รีบร้อน รอบกายของเราคือซากปรักหักพังของวิหารโบราณในเขตแดนรกร้าง ชั้นใต้ดินระดับสามที่ควรจะเป็นจุดเซฟโซนตามคู่มือแนะนำผู้เล่นฝึกหัด แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นหลุมหลบภัยขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยเศษซากดาตาพิกเซลสีแดงฉาน บิดเบี้ยว และส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับเหล็กเสียดสีกัน "ใจเย็นก่อนสิครับท่านอัศวิน หน้าตาคุณตอนโกรธเนี่ย น่ากลัวกว่ามอนสเตอร์ระดับบอสเมื่อครู่เสียอีกนะ" ผมส่งยิ้มกวนประสาทไปให้พลางขยับตัวถอยหลังเลี่ยงคมดาบอย่างนิ่มนวล "จะให้ฉันใจเย็นลงได้อย่างไร! ในเมื่อมอนสเตอร์ที่คุณอัญเชิญออกมาเมื่อกี้ ไม่ใช่โครงกระดูกฝึกหัดตามตำราเวทมนตร์มาตรฐาน แต่มันคือ 'สไลม์กลายพันธุ์ติดเชื้อบั๊ก' ที่มีพลังชีวิตทะลุหลอดแถมยังปล่อยรังสีทำลายล้างโครงสร้างพื้นที่รอบด้าน!" ลูมิน่าตวาดเสียงกร้าว ดวงตาสีฟ้าครามจ้องเขม็งมาที่ผมราวกับอยากจะจับโยนลงไปในกองไฟ "ถ้าฉันไม่ใช้ท่าไม้ตายกวาดล้างลานประลองเมื่อครู่ ป่านนี้พวกเราคงกลายเป็นเศษผงข้อมูลลอยเค្វ้งในอากาศไปแล้ว!" เธอบ่นไม่ผิดหรอกครับ… ผมเหลือบมองหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ซึ่งมีตัวอักษรสีแดงกระพริบเตือนรัวๆ เป็นจังหวะ หัวใจของผมเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเช่นกัน แม้ภายนอกจะทำเป็นตีหน้ามึนเพื่อรักษาฟอร์มของจอมขมังเวทผู้เยือกเย็น แต่สารภาพตามตรงว่าเมื่อสIimE ตัวนั้นพ่นกรดข้อมูลดิบใส่หน้าผมเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ผมเกือบจะสติหลุดร้องเรียกหาแม่แล้วเหมือนกัน ความจริงมันก็คือความจริง… โลกใบนี้ไม่ได้รันด้วยระบบที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก นับตั้งแต่วินาทีที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในฐานะ 'เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด' ตามสัญญา 40 วันเพื่อกู้ระบบพังทลายของโลกใบนี้ สิ่งที่ผมพบเจอมีเพียงความโกลาหล ข้อมูลขยะที่กองสุมกันราวกับภูเขา และสถาปัตยกรรมเวทมนตร์ที่พังทลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เวทมนตร์อัญเชーカーของผมจึงไม่ได้ดึงเอาวิญญาณคนตายตามตำราโบราณ แต่เป็นการ 'ดึง' เอาเศษซากดาตาที่หลงเหลืออยู่ในระบบมาประกอบร่างใหม่ต่างหาก และเพราะดาตามันเสียหาย มันถึงได้กลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดหน้าตาประหลาดอย่างที่ลูมิน่าเห็นนั่นแหละครับ "เอาล่ะๆ ผมยอมรับผิดก็ได้ว่าการคำนวณความหนาแน่นของข้อมูลผิดพลาดไปนิดหน่อย… โอเค สามสิบเปอร์เซ็นต์เลยก็ได้" ผมยกมือขึ้นยอมจำนนระดับอก "แต่คุณก็ต้องยอมรับเหมือนกันนะว่า ปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อกี้ของคุณยอดเยี่ยมมาก สมกับที่เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักดาบแสงอรุณจริงๆ" "ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องชมฉันเลย เรย์" ลูมิน่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอดึงดาบออกจากพื้นหิน เก็บเข้าฝักข้างเอวด้วยความคล่องแคล่ว เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใต้ดิน "ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่ว่าเราจะชมใคร แต่มันคือทางข้างหน้า… แดนสนธยาเบื้องล่างกำลังส่งคลื่นรบกวนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากเรายังดึงดันจะเดินหน้าต่อด้วยสภาพระบบที่รวนเรแบบนี้ อีกไม่เกินสามชั่วโมง โครงสร้างพื้นที่แถบนี้ทั้งหมดจะล่มสลาย และพวกเราจะถูกลบออกจากสารบบถาวร" ผมพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาสุขุมลุ่มลึกที่มักซ่อนอยู่เบื้องหลังความกวนประสาท ลูมิน่าพูดถูก… ข้อมูลเบื้องล่างไม่ได้กำลังพังทลายตามธรรมชาติ แต่มันเหมือนกับมี 'ไวรัส' หรือเจตนาบางอย่างกำลังเขียนทับโค้ดต้นฉบับอย่างจงใจ เพื่อลบประวัติศาสตร์ของดินแดนนี้ทิ้งไปทีละบล็อก ผมก้าวเข้าไปใกล้กำแพงหินสลักลวดลายโบราณที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวเรืองแสงสีแดงฉาน อากาศรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อยด้วยคลื่นความถี่ต่ำที่ทำให้แก้วหูอื้ออึง หากมองด้วยตาเปล่า มันก็เป็นแค่วิหารปรักหักพังธรรมดา แต่สำหรับเนโครแมนเซอร์ผู้มีเนตรวิญญาณแห่งดาตาอย่างผม… ที่นี่คือ 'หน้าต่างโค้ด' ขนาดมหึมาที่กำลังรวนเร ผมยื่นมือขวาออกไป นิ้วเรียวยาวสัมผัสลงบนรอยแยกของหินเย็นเฉียบ *ติ๊ด!* เสียงเตือนแหลมเล็กดังขึ้นในหัวทันที พร้อมกับหน้าต่างสถานะโปร่งใสที่เด้งพรืดขึ้นมาบังวิสัยทัศน์ [คำเตือน: ตรวจพบข้อยกเว้นร้ายแรงในโครงสร้างดาตา (Segmentation Fault)] [ตำแหน่ง: ภาคพื้นดิน ชั้นใต้ดิน B3, บล็อก #049-Omega] [สถานะ: โค้ดส่วนคำสั่งการเคลื่อนไหวสูญหาย 87%, คำสั่งพื้นฐานเสียหายหนัก ไม่สามารถประมวลผลได้] [คำแนะนำ: แนะนำให้ทำการรีเซ็ตระบบทั้งหมด (Hard Reset) หรือปล่อยให้พื้นที่นี้ถูกลบอัตโนมัติ] "หึ… รีเซ็ตอย่างนั้นเหรอ?พูดง่ายดีนี่" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ถ้าลบทิ้งแล้วสร้างใหม่ มันก็ง่ายสิครับ แต่ความทรงจำของคนที่เคยอยู่ที่นี่ ประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ทั้งหมด… จะให้มันหายไปเฉยๆ แบบนี้ มันก็น่าเสียดายแย่ไม่ใช่หรือไง" "คุณกำลังพึมพำอะไรอยู่คนเดียวน่ะ เรย์?" ลูมิน่าเดินเข้ามาใกล้ ใช้มือป้องหน้าผากมองร่องรอยบนกำแพงด้วยความไม่เข้าใจ "แถบพลังงานสีแดงนั่นกำลังขยายตัวแล้ว ถอยออกมาเถอะ มันอันตรายเกินไป" "ลูมิน่า… คุณเคยสงสัยไหมว่า โลกใบนี้สร้างขึ้นมาจากอะไร?" ผมไม่ได้ถอยหลัง แต่กลับขยับเข้าไปใกล้กำแพงมากขึ้นจนหน้าผากเกือบจะชิดกับรอยแยกของหิน "จ…จู่ๆ ถามอะไรของคุณ? โลกใบนี้ก็สร้างขึ้นจากเทพเจ้าและพลังแห่งแสงสว่างสิ ตามตำนานศักดิ์สิทธิ์บันทึกไว้แบบนั้น" อัศวินสาวตอบด้วยน้ำเสียงลังเลเล็กน้อย แม้แววตาจะฉายความฉงน "นั่นคือเรื่องเล่าสำหรับเด็กๆ เพื่อให้พวกเขานอนหลับฝันดีต่างหากล่ะครับ" ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ "แต่สำหรับผม… โลกใบนี้คือชุดคำสั่งนับล้านล้านบรรทัดที่ถูกเขียนขึ้นอย่างประณีต… หรือบางทีอาจจะลวกๆ จนเกิดบั๊กเต็มไปหมดแบบนี้" ปลายนิ้วของผมเริ่มเรืองแสงสีฟ้าอ่อน—ไม่ใช่แสงเวทมนตร์แห่งความตายสีม่วงคล้ำ ไม่ใช่เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์สีทองของลูมิน่า แต่มันคือแสงเรืองรองของเส้นใยข้อมูลดิจิทัลที่บริสุทธิ์และละเอียดอ่อน ทันทีที่สัมผัสของผมแนบแน่นลงไป โลกทั้งใบราวกับหยุดนิ่ง เสียงลมหายใจของลูมิน่า เสียงหึ่งๆ ของพลังงานรอบตัว และเสียงกรีดร้องของดาตาที่เสียหาย ทั้งหมดเงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่สายตาของผมจะมองทะลุผ่านกำแพงหินหนาทึบ กลายเป็นภาพของโครงสร้างเส้นใยข้อมูลสามมิติที่ซับซ้อนราวกับเส้นเลือดฝ้ายสีแดงและสีฟ้าพันกันยุ่งเหยิง นี่คือความสามารถที่แท้จริงของผม… 'สื่อสารกับดาต้าที่พังทลาย' คนอื่นอาจจะมองเห็นมันเป็นความหายนะ เป็นวิกฤตที่ต้องหนีตาย หรือเป็นมอนสเตอร์ที่ต้องกำจัด แต่ในมุมมองของเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะรอยโค้ดอย่างผม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความพินาศ… แต่มันคือ 'โค้ดที่เขียนผิดที่ผิดทาง' เท่านั้นเอง! "รอยต่อนตรงนี้… วางพารามิเตอร์ผิดประเภทสินะ ถึงว่าล่ะ ทำไมระบบถึงประมวลผลคำสั่งเวทมนตร์ออกมาเป็นสไลม์กลายพันธุ์ได้" ผมพึมพำวิเคราะห์ด้วยสมาธิที่แน่วแน่ นิ้วมือขยับวาดกลางอากาศราวกับกำลังพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนแป้นพิมพ์ล่องหน โค้ดสีแดงฉานที่กำลังแผ่ขยายความเสียหายเริ่มหยุดชะงักเมื่อถูกแรงกดดันจากมานาที่ผมถ่ายเทเข้าไป เส้นใยสีแดงที่เคยบิดเบี้ยวค่อยๆ คลายตัวออกทีละปม ราวกับแพทย์สนามกำลังผ่าตัดกู้ชีพผู้ป่วยในภาวะวิกฤต ลูมิน่าที่ยืนมองอยู่ด้านหลังเบิกตากว้างขึ้นเรื่อยๆ เธอยกมือขึ้นปิดปากโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นว่าออร่าสีฟ้าอ่อนรอบตัวผมเริ่มแผ่ขยายเป็นวงกว้าง กลืนกินความมืดมิดและรอยแยกสีแดงรอบตัวให้กลับมาสงบลงทีละนิด "นั่นมัน… เวทมนตร์อะไรกัน?" เสียงของลูมิน่าสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันไม่เคยสัมผัสพลังแบบนี้มาก่อนในตำราเล่มไหนเลย… มันไม่ใช่การขับไล่ความมืด แต่มันเหมือนกับ… การเขียนความจริงขึ้นมาใหม่?" "ไม่ใช่การเขียนใหม่หรอกครับท่านอัศวิน…" ผมตอบโดยไม่ละสายจากเส้นใยข้อมูลตรงหน้า เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผม ความเหนื่อยล้าจากการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลเริ่มกัดกินพลังชีวิต แต่รอยยิ้มที่มุมปากของผมกลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ "ผมแค่กำลัง… 'ซ่อมแซมโค้ดที่เสียหาย' ให้มันกลับมาทำงานได้ตามปกติก็เท่านั้นเอง" *แกร๊ก! เสียงกลไกโบราณดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว* รอยร้าวสีแดงบนกำแพงหินหยุดลามอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องโถงใต้ดิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตใสสะอาดที่บ่งบอกถึงสถานะ 'ปลอดภัย' หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมเปลี่ยนสีเป็นสีเขียว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนชุดใหม่ที่เด้งขึ้นมาด้วยตัวอักษรสีทองอร่าม [ยินดีด้วย! ผู้เล่นเรย์ ทำการซ่อมแซมโค้ดโครงสร้างพื้นฐานสำเร็จ (บล็อก #049-Omega)] [สถานะระบบ: เสถียรภาพเพิ่มขึ้น 12%] [รางวัลพิเศษ: ปลดล็อกทักษะติดตัว 'ผู้รื้อถอนและประกอบสร้าง (Deconstructor & Constructor)' ระดับ 1] ผมพรูลมหายใจยาวเหยียด ทรุดตัวลงนั่งพักพิงกับผนังห้องด้วยความอ่อนแรง แต่ในอกกลับอิ่มเอมไปด้วยความสำเร็จ… อย่างน้อย วันแรกของการกู้ระบบก็ไม่ได้แย่จนเกินไปสินะครับ ทว่า… ความเงียบสงบยังไม่ทันได้โอบอุ้มพวกเราไว้นานเท่าไหร่นนัก พื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงร้องของอสูรกายจากก้นบึ้งของมหาสมุทร ดังสะท้อนก้องผ่านโครงสร้างผนังที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จหมาดๆ ไม่ใช่เสียงของสไลม์กระจอกๆ… และไม่ใช่เสียงของระบบรวนเรธรรมดา แสงสีเขียวมรกตที่เพิ่งสงบลง จู่ๆ ก็กะพริบไหวเป็นสีแดงฉานอีกครั้งด้วยความถี่ที่รวดเร็วจนน่ากลัว หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมดับวูบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างเตือนภัยสีดำสนิทที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นในชั้นใต้ดินระดับสามนี้ [คำเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด!] [ตรวจพบการเข้าถึงโค้ดต้นฉบับจาก 'ผู้ดูแลระบบนิรนาม' (Unknown Admin)] [เป้าหมายการแทรกแซง: ตัวตนของผู้เล่น 'เรย์' และ 'ลูมิน่า'] [กำลังเริ่มต้นกระบวนการ… ลบข้อมูลเป้าหมายออกจากระบบภายใน 10… 9…] ลูมิน่าชักดาบออกจากฝักอีกครั้งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นเงาดำทมิฬขนาดมหึมาค่อยๆ ก้าวทะลุมิติออกมาจากรอยแยกของอากาศเบื้องหน้า "เรย์… นั่นมันอะไรกัน!?" เธอตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นวิหาร ผมค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกงช้าๆ แม้เหงื่อจะไหลท่วมหลัง แต่ดวงตาคมกริบกลับหรี่ลงด้วยความระแวดระวังขั้นสุด เมื่อมองเห็นเงาร่างของสิ่งมีชีวิตในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ก้าวเท้าออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเรา …ดูท่าทางแล้ว งานเลี้ยงต้อนรับวันแรกของผม คงจะสนุกเกินคาดเสียแล้วล่ะครับ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาโลดแล่นในโลกดาตาอันปั่นป่วนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายชิล กับภารกิจกู้ระบบพังทลายใน 40 วัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%