แสงสีฟ้าจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบดวงตาคู่คมของรินรดาจนเป็นประกายสะท้อนราวกับเศษซากดวงดาวที่กำลังร่วงหล่นลงสู่หลุมดำ ห้องปฏิบัติการใต้ดินของศูนย์วิจัยความมั่นคงแห่งสหพันธ์เงียบงันเสียจนได้ยินเสียงจังหวะการทำงานของตัวกรองอากาศ ทว่าความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่หนักอึ้งราวกับอากาศกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย
บนเตียงตรวจสภาพร่างกาย คีย์นอนนิ่งสนิท ดวงตาสสีเทาคู่นั้นปิดสนิท ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นรอยต่อของผิวหนังเทียมเกรดทหารที่แนบเนียนไปกับกล้ามเนื้อสังเคราะห์และเส้นใยนาโนคาร์บอน แต่สิ่งดึงดูดสายตาของวิศวกรสาวไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบทางกายวิภาค หากแต่เป็นหน้าต่างคำสั่งสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาบนจอวิเคราะห์คลื่นสมอง
*“Neural Override Protocol: Active”*
นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือไร้รอยต่อสั่นเทาเล็กน้อย—เป็นความสั่นเทาที่เธอพยายามกดไว้ใต้ความเยือกเย็นอย่างสุดความสามารถ รินรดากวาดสายตาอ่านโค้ดโปรแกรมแปลกปลอมที่ฝังลึกอยู่ใต้ชั้นซอฟต์แวร์ระบบประสาทส่วนกลางของไซบอร์กหนุ่ม มันไม่ใช่โค้ดที่ถูกสร้างขึ้นโดยสถาปัตยกรรมของสหพันธ์ แต่มันคือชุดคำสั่งระดับรากฐาน (Rootkit) ที่ถูกเข้ารหัสลับเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยอัลกอริทึมที่เธอคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
คุ้นเคย... จนหัวใจของเธอเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ
"คุณกำลังมองหาอะไรในหัวของผมหรือครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เธอเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าคีย์ลืมตาขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกหรือหวาดระแวง มีเพียงความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ แต่มันกลับลึกล้ำจนยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
"ฉันกำลังมองหาเหตุผลว่าทำไมไซบอร์กต้นแบบรุ่นที่เก้า ถึงยังมีความทรงจำของมนุษย์หลงเหลืออยู่ ทั้งที่กระบวนการลบความทรงจำภาคบังคับควรจะทำลายมันไปหมดตั้งแต่สามปีก่อน" รินรดากล่าวเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุดขณะหันกลับไปสบตาเขาตรงๆ
คีย์ขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ กล้ามเนื้อสังเคราะห์ใต้ผิวหนังขยายตัวตามแรงโน้มถ่วงอย่างเป็นธรรมชาติราวกับมนุษย์แท้ๆ เขาเอียงคอมองเธอเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา
"ความทรงจำไม่ใช่ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ที่คุณจะกดปุ่มลบแล้วมันจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยนะครับ รินรดา มันคือรอยแผลเป็น... และบางครั้ง ต่อให้คุณพยายามลบมันด้วยโค้ดที่ดีที่สุดในโลก รอยแผลเป็นนั้นก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ดีเมื่อเจอสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม"
"แต่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องรอยแผลเป็นทางใจ, คีย์" รินรดาเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมไปตรงหน้าเขา แสงสีแดงฉานสาดสะท้อนบนใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้ซึ่งความตื่นกลัว "นี่คือ 'โปรแกรมควบคุมพฤติกรรม' ที่ถูกฝังไว้ใต้จิตใต้สำนึกของคุณ มันถูกตั้งเงื่อนไขเอาไว้ว่า... ถ้าคุณเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของพ่อฉันเมื่อสามปีก่อน ระบบจะทำการรีเซ็ตสมองของคุณทันที"
ห้องปฏิบัติการตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันอึดอัดเสียยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวคล้ายมีกระแสไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่านจนเส้นผมบนต้นแขนลุกชัน
คีย์ไม่1ปฏิเสธ เขามองหน้าจอโฮโลแกรมนั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากเลือนหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่เฉียบคมราวกับใบมีด
"คุณฉลาดมาก... ที่หาเนอสเซอรี่ของโค้ดตัวนี้เจอ" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัวต่อความตายหรือการถูกทำลาย "แต่คุณรู้ไหมครับว่าทำไมผมถึงยอมให้พวกเขาใส่โปรแกรมนี้เข้ามาในหัวของผมตั้งแต่แรก?"
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่ผสม The between ความสงสัยและความหวาดกลัว "ทำไม?"
"เพราะถ้าไม่มีเชือกเส้นนี้ล่ามเอาไว้... ผมอาจจะฆ่าคนที่สั่งการเรื่องทั้งหมดในศูนย์วิจัยนี้ไปนานแล้ว" คีย์ก้าวลงจากเตียงตรวจ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนลดลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจ กลิ่นอายเฉพาะตัวของความเป็นเครื่องจักรผสมผสานกับความอบอุ่นแบบมนุษย์ลอยแตะจมูก "รวมถึงการปกป้อง... คนที่กำลังพยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน"
ดวงตาสีเทาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ สื่อความหมายบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ มันคือความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิแห่งข้อมูลข่าวสารและการหลอกลวง เป็นความรู้สึกสีเทาที่ไม่อาจนิยามได้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้ แต่มือที่กำชายเสื้อกาวน์แน่นสั่นเทาเล็กน้อย "คุณกำลังบอกว่า... ฉันกำลังตกอยู่ในอันตรายงั้นเหรอ?"
"คุณตกอยู่ในอันตรายตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเปิดไฟล์ข้อมูลลับฉบับนั้นแล้วครับ, รินรดา" คีย์เอื้อมมือหนาขึ้นมา ปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสเบาๆ ที่กรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการตรวจสอบว่าเธอยังคงมีตัวตนอยู่จริงในโลกที่เต็มไปด้วยภาพลวงตานี้ "และตอนนี้... มีบางคนกำลังรู้แล้วว่าเราสองคนกำลังทำอะไรอยู่"
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งศูนย์วิจัย แสงไฟสีขาวนวลภายในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา ก่อนที่ระบบเสียงสังเคราะห์ของอาคารจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงไร้ชีวิตชีวา
*[Warning: Unauthorized access detected in Sector 7. Initiating total lockdown and memory wipe sequence for Subject-9.]*
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดังเดิม เขาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่ามนุษย์ พร้อมกับดึงร่างเธอกระชับเข้ามาหาตัวเพื่อหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกห้องปฏิบัติการเข้ามาอย่างกะทันหัน!
เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น ท่ามกลางควันจางๆ และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องนี้ด้วยความเร็วสูง...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านชั้นความลับอันมืดมิดนี้ไป 1 ก้าวด้วยกันนะครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 6
รอยร้าวในระบบประสาท
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!