แสงนีออนสีส้มอมแดงจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมภายนอกอาคาร กะพริบสอดรับกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รินรดาจินตนาการเอาเองว่ามันควรจะเร็วกว่าปกติ ทว่าในความเป็นจริง เธอกลับรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังเคลื่อนไหวด้วยสโลว์โมชั่น เสียงนิ้วมือกระทบแป้นคีย์บอร์ดเสมือนจริงดังรัวเป็นจังหวะกระชั้นชิดในห้องปฏิบัติการลับชั้นที่ 42 บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าโค้ดบรรทัดสุดท้ายถูกคอมไพล์สำเร็จด้วยสถานะสีเขียวเรืองรอง
"เสร็จเสียที..." รินรดากล่าวพึมพำกับความว่างเปล่า ลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาอย่างยาวเหยียดสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าสะสมตลอดสัปดาห์
"คุณใช้เวลาในการคอมไพล์รอบนี้ช้ากว่ามาตรฐานของตัวคุณเองถึงสี่เปอร์เซ็นต์ รินรดา"
เสียงทุ้มนุ่มแต่เรียบสนิทดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คีย์ก้าวเท้าออกมาจากเงาลึกของเสาค้ำยัน ไซบอร์กต้นแบบรุ่นที่ 9 ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ ดวงตาสีฟ้าครามของเขาหรี่ลงเล็กน้อยขณะวิเคราะห์คลื่นสมองของเธอผ่านเซ็นเซอร์ออปติคัลที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง
รินรดาไม่หันไปมอง เธอเพียงแต่เลิกคิ้วเล็กน้อยพลางปิดหน้าต่างโปรแกรมลง "ฉันแค่อยากให้มั่นใจว่าอัลกอริทึมตัวนี้ไม่มีช่องโหว่ให้องค์กรเข้ามาเจาะระบบได้อีก คีย์... นายก็รู้ว่าการไล่ตาม 'เดอะ คอร์ป' มันเหมือนกับการวิ่งแข่งกับเงาของตัวเอง"
"เงาไม่มีตัวตน แต่คนมักจะล้มเพราะสะดุดเท้าตัวเองมากกว่า" คีย์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง โค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับหน้าจอ ปลายจมูกของเขาเกือบจะเฉียดผ่านเส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ลวกๆ ของเธอ "และคุณกำลังทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุด ด้วยการเก็บไฟล์หลักฐานชิ้นนั้นไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็จังหวะรัวสามครั้งดังขึ้นที่หน้าห้อง—สัญญาณรหัสลับที่ใช้เฉพาะคนสนิท
ประตูกลไกเลื่อนเปิดออกอย่างนิ่มนวลร่างของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานมือหนึ่งผู้ร่วมเผชิญหน้ากับความเสี่ยงมาด้วยกันนับปี ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด เสื้อผ้าของเขาหลุดลุ่ยราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งหนีตายมาอย่างยาวนาน ในมือถือไดรฟ์ข้อมูลขนาดจิ๋วที่สั่นระริก
"ริน! คีย์! พวกเราแย่แล้ว..." กรณ์หอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า "ฉันเพิ่งเช็คระบบความปลอดภัยรอบนอก... ศูนย์บัญชาการใหญ่ส่งหน่วยกวาดล้างมาแล้ว พวกมันรู้พิกัดที่เราซ่อนตัวอยู่ทั้งหมด!"
รินรดาลุกขึ้นยืนทันที เก้าอี้ลอยตัวเลื่อนถอยหลังด้วยแรงกระแทกเบาๆ "เป็นไปได้ยังไง? ระบบพรางตัวของเราถูกเข้ารหัสระดับควอนตัม ไม่มีทางที่ใครจะแกะรอยได้เร็วจนถึงขั้นนี้ เว้นแต่..." เธอนิ่งงันไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า
"เว้นแต่จะมีคน 'เปิดประตู' ให้พวกมันจากข้างใน" คีย์พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันทีหลายองศา ดวงตาสีฟ้าครามของไซบอร์กหันขวับไปจ้องมองกรณ์นิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเล
กรณ์ชะงัก รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มักจะปรากฏบนใบหน้ายามเครียดเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย บรรยากาศในห้องอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องปรับอากาศกลายเป็นเพียงเสียงรบกวนอันเบาโหวงท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม
"นายพูดบ้าอะไร, คีย์?" กรณ์หัวנסหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและแห้งแล้ง "นายเป็นแค่เศษเหล็กที่ถูกโปรแกรมให้หวาดระแวงไปทั่ว... ริน เชื่อฉันสิ ฉันเสี่ยงชีวิตช่วยเธอมาตั้งกี่ครั้ง ถ้าฉันเป็นสายลับ ป่านนี้พวกมันคงจับตัวเธอไปนานแล้ว"
รินรดามองหน้าเพื่อนสนิท หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงด้วยความรู้สึกที่ผสม The Mixed Emotions ระหว่างความไว้วางใจที่สะสมมานานนับทศวรรษ กับสัญชาตญาณดิบที่เริ่มส่งเสียงเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง เธอก้าวเข้าไปใกล้กรณ์อีกนิด กลิ่นสารเคมีบางอย่างที่ติดมากับเสื้อสูทของเขาเตะจมูก—มันไม่ใช่กลิ่นอับของห้องใต้ดินที่พวกเขาซ่อนตัว แต่มันคือกลิ่นโอโซนบริสุทธิ์จากเครื่องฆ่าเชื้อของ 'ศูนย์บัญชาการกลาง'
"กรณ์..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว "นายไม่ได้ใช้ลิฟต์ขนของขึ้นมา... นายใช้รหัสผ่านระดับผู้บริหารเปิดประตูเข้ามาต่างหาก ลิฟต์ตัวนั้นถูกตัดไฟไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"
รอยยิ้มบนใบหน้าของกรณ์แข็งค้าง ดวงตาที่เคยฉายแววห่วงใยและจริงใจมาตลอด บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าเย็นชา ราวกับหน้ากากที่เพิ่งถูกลอกออก ไหล่ที่เคยห่อด้วยความเหนื่อยล้ากลับตั้งตรงอย่างมั่นคง
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ทั้งสิ้น
"เธอยังฉลาดเป็นกรดเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน รินรดา" กรณ์เอื้อมมือไปหยิบไดรฟ์ข้อมูลในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "น่าเสียดาย... ถ้าเธอไม่ได้ฉลาดขนาดนี้ ฉันคงไม่ต้องเหนื่อยมากล่อมให้เธอยอมมอบอัลกอริทึมนั้นให้องค์กรด้วยความสมัครใจ"
คีย์ก้าวเท้าเข้ามาขวางระหว่างรินรดากับกรณ์ทันที กลไกภายในร่างส่งเสียงหึ่งต่ำๆ บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมรบในระดับสูงสุด "ถอยไป รินรดา... ชายคนนี้ไม่ใช่เพื่อนของคุณอีกต่อไปแล้ว เซ็นเซอร์ชีวภาพยืนยันอัตราการเต้นของหัวใจและระดับฮอร์โมนของเขาคงที่เกินกว่าจะเป็นมนุษย์ที่กำลังหวาดกลัว... เขาคือไซบอร์กสายลับรุ่นทดลอง 'ซิกม่า' ที่ถูกฝังความทรงจำปลอมเพื่อแทรกซึมเข้ามา"
รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว โลกทั้งใบคล้ายพังทลายลงตรงหน้า ความทรงจำนับร้อยฉากที่เธอเคยร่วมสุขร่วมทุกข์กับกรณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พลางถูกลบเลือนด้วยความจริงอันโหดร้ายในชั่วพริบตา
"นาย... หลอกฉันมาตลอดเลยเหรอ กรณ์?" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความโกรธ
กรณ์ยิ้มเยาะ มือข้างที่ถือไดรฟ์ข้อมูลเลื่อนไปกดปุ่มส่งสัญญาณฉุกเฉินขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ข้อมือ ทันใดนั้น ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานทั่วทั้งชั้น 42 ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังสนั่นหวั่นไหว
"ฉันไม่ได้หลอก แค่ทำตามหน้าที่ที่ถูกโปรแกรมไว้... และตอนนี้ งานของฉันก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว"
กรณ์เอ่ยจบพร้อมกับรอยยิ้มปริศนา ก่อนที่ผนังกระจกนิรภัยด้านหลังของห้องปฏิบัติการจะถูกระเบิดทำลายจากภายนอกด้วยแรงดันมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งเข้ามาบดบังทัศนียภาพ พร้อมกับเงาร่างของหน่วยกวาดล้างนับสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือท่ามกลางกลุ่มควัน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันมืดมนและงดงามนี้ไปกับผม ไฮเปอร์ไดรฟ์ ครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 28
ปฐมบทการทรยศ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!