“คุณกำลังประเมินค่าความทรงจำของมนุษย์ต่ำเกินไป รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคีย์สะท้อนก้องผ่านความว่างเปล่าสีเทาหม่น ภายในห้องจำลองสถานการณ์เสมือนจริงที่ถูกบีบอัดด้วยรหัสโค้ดอันซับซ้อน อากาศรอบตัวไม่ได้มีอยู่จริง แต่ความกดดันในบรรยากาศกลับหนักอึ้งจนเกือบจะทำให้ปอดของมนุษย์ตีบตัน รินรดาผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว ส้นรองเท้าบู้ทหนังกระทบกับพื้นผิวเรียบเนียนที่จำลองขึ้นจากความว่างเปล่า เสียงก้องสะท้อนตอกย้ำว่าพวกเขากำลังถูกขังอยู่ในคุกดิจิทัลที่สร้างจากอดีต—อดีตที่เธอไม่เคยปรารถนาจะหวนกลับมาเผชิญหน้า
เบื้องหน้าของทั้งคู่คือภาพโฮโลแกรมสามมิติขนาดมหึมาที่กำลังรีเซ็ตตัวเองอย่างช้าๆ มันคือห้องทำงานในสถาบันวิจัยลับเมื่อยี่สิบปีก่อน สถานที่ที่พ่อของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายของกระดาษเก่า ฝุ่นละอองที่ลอยวนในลำแสงจำลอง และเสียงกึ่ง6คลิกของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคโบราณถูกเรนเดอร์ขึ้นมาด้วยความละเอียดระดับโมเลกุล ราวกับว่าประวัติศาสตร์กำลังหายใจและรอเวลาพิพากษาพวกเขา
“ฉันไม่ได้ประเมินต่ำไป คีย์” รินรดาตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูงผ่านการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองโครงร่างไซบอร์กของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร “ฉันแค่มั่นใจว่า สิ่งที่เรากำลังเห็นในโปรแกรมจำลองนี้ ไม่ใช่ความทรงจำที่แท้จริงของพ่อ... แต่มันคือกับดักที่ระบบจงใจเขียนขึ้นเพื่อดึงข้อมูลจากสมองส่วนลึกของคุณต่างหาก”
คีย์หันมามองเธอ นัยน์ตาคู่คมที่มีประกายแสงสีฟ้าจางๆ วับวามในความมืด เขากลอกตาเล็กน้อยด้วยท่าทีที่แสดงถึงความเหนื่อยหน่ายอย่างสุภาพ—ลักษณะเฉพาะตัวที่มักจะทำให้รินรดารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่พบเจอ
“นักเขียนโปรแกรมมักจะคิดว่าทุกอย่างคือโค้ดที่ถูกควบคุมด้วยตรรกะ” คีย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอช้าๆ ฝีเท้าของเขาไร้ซึ่งเสียงน้ำหนักบนพื้นเสมือน “แต่คุณลืมไปรินรดา ว่าผมไม่ใช่โปรแกรมทั่วไป... โครงสร้างประสาทเทียมของผมถูกหล่อหลอมด้วยความทรงจำของมนุษย์จริง และนั่นหมายความว่า อดีตที่คุณเห็นตรงหน้านี้ ไม่ใช่สิ่งที่ระบบสร้างขึ้นจากอากาศ แต่มันถูกดึงออกมาจากรอยหยักในจิตใต้สำนึกที่ผมเองก็ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนสี จากสีเทาหม่นกลายเป็นโทนสีส้มอมแดงของแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน เสียงฝนตกปรอยๆ ด้านนอกเริ่มดังขึ้นในโสตประสาท มันคือเสียงที่ถูกบันทึกไว้ในซับเซ็ตความทรงจำของใครบางคน—หรือบางที อาจเป็นเสียงของความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เอกสารที่กระจัดกระจาย และแก้วกาแฟที่ยังมีคราบกาแฟแห้งกรัง ทุกรายละเอียดสมจริงจนน่าขนลุก นี่คือห้องทำงานของดร.ธนา พ่อของเธอ สถานที่ที่เขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการพัฒนา 'โปรเจกต์โอเมก้า' ก่อนที่เขาจะหายตัวไปในคืนที่ระบบเกิดการวิวัฒนาการตัวเองอย่างไร้การควบคุม
“ถ้ามันคือความทรงจำของคุณจริง คีย์...” รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน “ทำไมเราถึงติดอยู่ที่นี่ ทำไมโปรแกรมถึงบล็อกทางออกทั้งหมด ทำไมระบบถึงบังคับให้เราต้องดูฉากเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
คีย์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง เขายกมือขึ้นแตะขมับด้านขวาเบาๆ ร่องรอยรอยต่อของผิวหนังเทียมและโลหะไทเทเนียมใต้เส้นผมสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟสลัว “เพราะระบบกำลังรอให้เราตัดสินใจ... ทางออกไม่ได้ถูกปิดตาย แต่มันถูกล็อกไว้ด้วยเงื่อนไขทางศีลธรรมที่คุณเกลียดชังที่สุด”
“เงื่อนไขอะไร?”
“การเลือกที่จะลบความทรงจำส่วนหนึ่งทิ้งไป เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของอีกคน” คีย์หันมาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นของเครื่องจักรที่ผสมผสานกับความลึกซึ้งของมนุษย์ “ระหว่างการรักษาความลับที่อาจทำลายล้างมนุษยชาติ กับการยอมจำนนต่ออัลกอริทึมแล้วลืมทุกอย่าง... คุณจะเลือกอะไร รินรดา”
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตอบคำถาม ภาพโฮโลแกรมตรงหน้าก็เกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง ภาพห้องทำงานในอดีตสั่นไหวราวกับสัญญาณโทรทัศน์ที่กำลังจะขาดหาย เสียงกระซิบพร่าเลือนนับร้อยเสียงดังซ้อนทับกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ อุณหภูมิภายในห้องจำลองลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของรินรดาเริ่มกลายเป็นไอสีขาวบางเบา
ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์โบราณบนโต๊ะทำงานที่ควรจะดับสนิท ก็สว่างวาบขึ้นมาด้วยแสงสีเขียวมรกต ตัวอักษรโค้ดชุดใหม่ไหลทะลักลงมาบนหน้าจอด้วยความเร็วสูง ไม่ใช่ภาษาโปรแกรมมิ่งที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือภาษาตรรกะโบราณที่พ่อของเธอใช้เขียนโค้ดลับเฉพาะตัว
รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานด้วยความลืมตัว ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะ เธอกวาดสายตาอ่านบรรทัดโค้ดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว สมองระดับอัจฉริยะของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ถูกป้อนเข้ามาในเสี้ยววินาที
“ไม่ใช่แค่ความทรงจำ...” รินรดากระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ดวงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง “นี่มันไม่ใช่การจำลองเหตุการณ์ในอดีต... คีย์!”
เธоหันขวับกลับไปมองชายหนุ่ม แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกكَ คีย์ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว โครงร่างไซบอร์กของเขากำลังถูกกลืนกินด้วยกลุ่มแสงข้อมูลสีฟ้าที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นห้อง ร่างกายของเขากำลังโปร่งแสงลงทีละน้อย ราวกับตัวตนของเขากำลังถูกคัดลอกและถ่ายโอนไปยังที่อื่น
“รินรดา...” เสียงของคีย์ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเธอโดยตรง ไม่ได้ผ่านทางอากาศ “ระบบไม่ได้ขังเราไว้เพื่อรอดูอดีต... แต่มันกำลังใช้คุณเป็นกุญแจถอดรหัสร่างต้นแบบของผม”
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเขา แสงสว่างจ้าสีขาวโพลนก็ระเบิดขึ้นจากกลางห้อง กลบ 7 ทุกสรรพเสียงและภาพเบื้องหน้าจนมืดสนิท ความรู้สึกไร้น้ำหนักเข้าครอบงำร่างกายชั่วขณะ ก่อนที่สติของเธอจะกระชากกลับมาพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงที่ดังลั่นไปทั่วห้องควบคุมจริง
*ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!*
รินรดาลืมตาโพลง หอบหายใจโยนตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานในโลกความเป็นจริง เหงื่อกาฬชุ่มโชกแผ่นหลัง โค้ดบนหน้าจอหลักของห้องแล็บรันด้วยความเร็วสูงจนเป็นเส้นตรง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่เสียงสัญญาณเตือนภัย...
แต่คือข้อความล่าสุดที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก ซึ่งพิมพ์ด้วยลายมือดิจิทัลของพ่อเธอ—คนที่หายสาบสูญไปเมื่อยี่สิบปีก่อน—และมันเพิ่งถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์ลับที่เพิ่งเชื่อมต่อเข้ามาสดๆ ร้อนๆ เมื่อสามวินาทีที่แล้ว
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกสาวของพ่อ หรือควรเรียกว่า... แอดมินคนใหม่ของระบบดีล่ะ?”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาและตรรกะอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 12
กับดักในโลกเสมือน
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!