"หลักฐานชิ้นนี้... คือหลุมศพของความยุติธรรม หรือคือกระสุนนัดสุดท้ายที่ท่านอัยการจะใช้ยิงทิ้งลูกความของผมกันแน่ครับ?"
เสียงของผมดังก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง อัยการวิชาญกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาซ่อนความเย่อหยิ่งแบบผู้ชนะไว้มิดชิด เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าเฉื่อยชา ราวกับจะบอกว่าทุกอย่างในห้องนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเบ็ดเสร็จ
"ทนายรณภพ อย่าพยายามดิ้นรนด้วยวาทศิลป์ราคาถูกเลยครับ" วิชาญตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉือดเฉือน "ความจริงในบัลลังก์นี้ไม่ได้ตัดสินด้วยลมปาก แต่ตัดสินด้วยข้อเท็จจริง... และข้อเท็จจริงก็คือ จำเลยมีแรงจูงใจ และเขาคือคนสุดท้ายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ"
ศิรินทร์นั่งอยู่หลังบัลลังก์ สายตาของเธอจับจ้องมาที่ผม เธอไม่ได้พูดอะไร แต่การขยับศีรษะเพียงนิดเดียวของเธอก็สื่อความหมายชัดเจน—*เธอทำสำเร็จแล้ว*
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ผมไม่ได้รับอนุญาตให้พลาด นี่คือสมรภูมิที่พ่อผมเคยพ่ายแพ้จนต้องจบชีวิตลงด้วยความอัปยศ ผมจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด
"ความจริงที่ท่านอัยการว่า... เป็นความจริงที่ถูกจัดวางมาอย่างดีใช่ไหมครับ?" ผมก้าวเดินไปหยุดหน้าโต๊ะพยาน "ท่านอัยการบอกว่าจำเลยเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตายในห้องทำงานส่วนตัว แต่ท่านลืมบอกไปว่า ตู้เซฟนิรภัยที่ควรจะเก็บเอกสารสำคัญทั้งหมดกลับถูกเปิดออกด้วย 'รหัสผ่าน' ที่มีเพียงเจ้าของคฤหาสน์และ... บุคคลที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดเท่านั้นที่รู้"
ใบหน้าของอัยการวิชาญเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิท
"นั่นเป็นการคาดเดาครับทนาย"
"งั้นเรามาดูการคาดเดาที่กลายเป็นความจริงกันครับ" ผมหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเอกสารคู่ใจ ภายในนั้นคือภาพถ่ายความคมชัดสูงที่ศิรินทร์เพิ่งเสี่ยงชีวิตไปนำออกมาจากเซฟลับในห้องทำงานของผู้ตายเมื่อคืนนี้
ผมวางภาพถ่ายลงบนโต๊ะของคณะตุลาการ—มันเป็นภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดตัวเล็กที่ซ่อนอยู่ในกรอบรูป ซึ่งจับภาพเงาของใครบางคนกำลังบรรจงป้อนยาพิษลงในแก้วไวน์ของผู้ตาย ก่อนจะเดินไปที่เซฟและหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาด้วยท่าทางใจเย็น มือที่ถือแก้วไวน์นั้นสวมแหวนตระกูลที่ทุกคนในห้องนี้รู้จักดี
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพิจารณาคดีอย่างฉับพลัน อัยการวิชาญหน้าถอดสี มือของเขาเริ่มสั่นเล็กน้อยขณะคว้าภาพถ่ายนั้นขึ้นมาดู
"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้" เขาพึมพำ
"เป็นไปได้ครับท่านอัยการ" ผมก้าวเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาใช้ "เพราะคนในภาพไม่ใช่ลูกความของผม แต่เป็น 'ทายาท' เพียงคนเดียวของผู้ตาย... ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างหลังท่านอัยการในตอนนี้ไงครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเหมือนพายุที่ซัดเข้าฝั่ง ผมหันไปมองหญิงสาวในชุดดำที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด เธอคือคนที่แสดงตัวเป็นผู้เสียหายและร่ำไห้ในศาลมาตลอดสัปดาห์ แต่ในวินาทีนี้ แววตาที่เคยอ่อนโยนของเธอกลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่าขนลุก เธอไม่แม้แต่จะหลบตาผม
"หลักฐานจากตู้เซฟใบนั้นไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายครับ" ผมเดินไปหาคณะตุลาการ "ยังมีสมุดบันทึกการโอนหุ้นและการฟอกเงินที่ผู้ตายตั้งใจจะส่งมอบให้ตำรวจเพื่อเปิดโปง 'เครือข่าย' ของผู้ร่วมขบวนการ... ซึ่งเป็นบุคคลที่ท่านอัยการวิชาญรู้จักเป็นอย่างดี"
ผมหันไปสบตากับวิชาญ "ท่านอัยการครับ การดึงดันจะเอาผิดคนบริสุทธิ์เพื่อปกป้องใครบางคนในตระกูลผู้ตาย มันคุ้มค่ากับอาชีพนักกฎหมายที่ท่านภูมิใจนักหนาหรือครับ?"
วิชาญกัดฟันแน่น เขากำลังจะอ้าปากเถียง แต่ทันใดนั้น ประตูห้องพิจารณาคดีก็เปิดออกกว้าง สารวัตรศิรินทร์เดินนำกลุ่มเจ้าหน้าที่ติดอาวุธเข้ามา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
"ขออภัยที่ขัดจังหวะการพิจารณาคดีครับท่าน" ศิรินทร์ประกาศเสียงดังฟังชัด "ดิฉันมีหมายจับบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมและฟอกเงิน... ซึ่งขณะนี้ บุคคลนั้นกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ปรึกษาของอัยการในเวลานี้ครับ"
ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะได้ลิ้มรสชัยชนะ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็แล่นปราดเข้าสู่หัวใจ เมื่อผมเห็นหญิงสาวที่เป็นทายาทลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอค่อยๆ ยิ้มออกมา—ยิ้มที่เหมือนกับจะประกาศว่าเกมนี้ยังไม่จบ
เธอก้มลงกระซิบข้างหูอัยการวิชาญ ก่อนที่เขาจะหันมามองผมด้วยสายตาของคนที่เพิ่งได้ไพ่ตายใบสุดท้าย
"ทนายรณภพ... คุณคิดว่าคุณกุมความลับไว้คนเดียวงั้นเหรอ?" วิชาญพูดด้วยเสียงอันสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม "ถ้าคุณรู้ว่าใครคือคนบงการตัวจริง... คุณก็น่าจะรู้ด้วยว่าทำไมพ่อของคุณถึงต้องตายในห้องขังวันนั้น... เพราะเขาก็เคยพยายามเล่นเกมนี้เหมือนกับคุณไงครับ"
อากาศในห้องเหมือนถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ในขณะที่มือถือของผมสั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง ข้อความในหน้าจอทำเอาผมแทบหยุดหายใจ—มันเป็นภาพถ่ายของศิรินทร์ที่ถูกควบคุมตัวโดยคนในหน่วยงานของเธอเอง พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า *'ถ้าอยากให้เธอยังมีชีวิตอยู่ จงฉีกหลักฐานทิ้งเสีย'*
ผมยืนนิ่ง ท่ามกลางความกดดันที่บีบคั้นจนแทบกระอักเลือด นี่คือกับดักที่ซ้อนกับดัก... และผมคือคนเดียวที่เหลืออยู่ในสมรภูมินี้ครับ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเปิดโปงความจริงที่แลกมาด้วยลมหายใจของผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 18
พลิกคดีนาทีสุดท้าย
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!