เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 17

พยานผู้กลับใจ

ผลงานโดย พยานปากเอก
"คำให้การก่อนหน้านี้ของคุณที่ว่าเห็นจำเลยในคืนเกิดเหตุ... มันเป็นความจริง หรือเป็นเพียงบทละครที่ถูกเขียนขึ้นโดยใครบางคนกันแน่ครับ?" เสียงของรณภพก้องกังวานไปทั่วห้องพิจารณาคดี มันไม่ใช่เสียงตะคอก แต่เป็นน้ำเสียงราบเรียบที่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เหมือนคมมีดที่ค่อยๆ กรีดผ่านชั้นผิวหนังเพื่อรอเวลาฝังลึกลงไปถึงกระดูกดำ อัยการวิชาญรีบลุกขึ้นทันที ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มเย้ยหยันประดับอยู่ "คัดค้านครับท่านประธาน ทนายรณภพกำลังกดดันพยานด้วยคำถามที่นำสืบไปสู่การกล่าวหาบุคคลที่สามโดยไม่มีหลักฐาน" รณภพไม่แม้แต่จะหันไปมองคู่ปรับตลอดกาล เขาจับจ้องไปที่ดวงตาของ 'สมชาย' พยานปากเอกของฝั่งอัยการ ชายผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พยานด้วยอาการตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามไรผมแม้เครื่องปรับอากาศในห้องจะเย็นเฉียบเพียงใด "ท่านประธานครับ" รณภพหันไปทางบัลลังก์ด้วยท่าทีสุขุม "ผมเพียงแค่ให้โอกาสพยานได้ทบทวนความจำ เรื่อง 'ความจริง' ไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกบิดเบือนโดยความกลัว... หรือเงินทองที่วางอยู่ตรงหน้าหรอกครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพิจารณาคดีชั่วขณะ เสียงนาฬิกาบนผนังดูจะดังขึ้นกว่าปกติ รณภพก้าวเดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าพยาน เขาหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกมาจากซองเอกสารแล้ววางลงบนแท่นไม้ตรงหน้าสมชาย มันเป็นภาพถ่ายที่สารวัตรศิรินทร์เพิ่งได้รับมาเมื่อสิบนาทีก่อน เป็นภาพของสมชายที่กำลังยืนคุยกับคนสนิทของอัยการวิชาญในตรอกมืดหลังผับแห่งหนึ่งเมื่อสามวันก่อน "คุณจำผู้ชายที่ยืนคุยกับคุณในภาพนี้ได้ใช่ไหมครับ?" รณภพถามเบาๆ แต่มันดังก้องในโสตประสาทของสมชาย "เขาบอกคุณว่าอย่างไรบ้าง? เขาบอกไหมครับว่าถ้าคุณเบิกความให้จำเลยติดคุก ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณจะสบายไปทั้งชาติ... หรือเขาบอกว่าถ้าคุณไม่ทำ ชีวิตของคุณและครอบครัวจะไม่เหลืออะไรเลย?" สมชายหอบหายใจถี่ สายตาของเขาเหลือบไปมองอัยการวิชาญที่พยายามส่งซิกให้เขานิ่งไว้ แต่ในวินาทีนั้นเอง ความกลัวตายและสำนึกผิดที่สะสมมานานก็ทะลักออกมา "ผม... ผมไม่ได้อยากทำ..." เสียงของสมชายแหบพร่า "พูดให้ดังครับคุณสมชาย" รณภพโน้มตัวลงไปกระซิบ "ความจริงไม่มีที่ให้คนขี้ขลาดหลบซ่อนหรอกครับ" "เขาบังคับผม!" สมชายตะโกนลั่นจนตัวสั่นสะท้าน น้ำตาเริ่มไหลนองหน้า "อัยการวิชาญ... ท่านสั่งให้ผมจำบทพูดทั้งหมด ท่านขู่ว่าจะฆ่าลูกเมียผมถ้าผมไม่ทำตาม สิ่งที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด... มันคือเรื่องโกหกครับท่านประธาน!" ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีในห้องพิจารณาคดี อัยการวิชาญหน้าถอดสี มือที่ถือปากกาถึงกับสั่น รณภพถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว เขามองดูภาพความแตกตื่นนั้นด้วยแววตาที่เยือกเย็น หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะหนักแน่น นี่คือการแก้แค้นแทนพ่อที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต ทว่า ในจังหวะที่ความสำเร็จกำลังจะเชิดฉายรอยยิ้มบนใบหน้าของรณภพ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นรัว เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยความรำคาญ แต่เมื่อเห็นข้อความที่ส่งมาจากสารวัตรศิรินทร์ รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปในพริบตา ข้อความนั้นระบุสั้นๆ ว่า: *'รณภพ! รีบออกจากศาลเดี๋ยวนี้! คนที่สั่งการให้สมชายทำเรื่องนี้ไม่ใช่แค่อัยการวิชาญ แต่มันมีคนใหญ่กว่านั้นอยู่เบื้องหลัง และตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าพยานพลิกคำให้การ... พวกมันเตรียมเก็บทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น!'* ขณะที่รณภพกำลังจะหันไปสั่งให้ศาลปิดประตูและคุ้มกันพยาน เสียงปืนที่ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังห้องพิจารณาคดีก็สั่นประสาททุกคนให้หยุดนิ่ง สมชายทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานค่อยๆ แผ่กระจายออกมาจากแผ่นหลังของเขา ทนายความผู้เคยสุขุมที่สุดต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นชายในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด ปืนเก็บเสียงในมือยังคงควันจางๆ เขาเดินตรงมาทางรณภพพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของทนายหนุ่มเย็นเฉียบ "คุณทนายครับ... ความจริงบางอย่างน่ะ ถ้าเปิดเผยออกมาแล้วไม่ได้แปลว่ามันจะทำให้คุณชนะเสมอไปหรอกนะ" พยานปากเอกคนนี้ไม่ได้เป็นคนเดียวที่กำลังจะดับสูญเสียแล้ว... วันนี้เกมนี้อาจจะจบลงด้วยชีวิตของเขาเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างผมในสมรภูมิแห่งความยุติธรรมครั้งสุดท้ายนี้ครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%