เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 28

บทที่ 28

ผลงานโดย พยานปากเอก
"หลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้บอกว่าจำเลยเป็นฆาตกรหรอกครับท่านอัยการ... แต่มันกำลังบอกว่า 'ใคร' พยายามลบชื่อตัวเองออกจากสมุดบัญชีเล่มนี้" รณภพวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาในห้องพิจารณาคดี เสียงของเขานิ่งเรียบ ทว่าทรงพลังดั่งค้อนพิพากษา อัยการวิชาญที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "ทนายรณภพครับ การจินตนาการไปเองไม่ใช่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การที่ลายเซ็นในหน้าสุดท้ายขาดหายไป มันก็แค่ร่องรอยของการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา อย่าพยายามดึงดันให้มันกลายเป็นทฤษฎีสมคบคิดเลยครับ" วิชาญโต้กลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน สายตาของเขามองรณภพเหมือนมองเด็กน้อยที่กำลังเล่นขายของ รณภพไม่ได้โต้ตอบทันที เขาสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อซึมที่ขมับของอัยการวิชาญเพียงเล็กน้อย แม้ท่าทางจะดูมั่นใจ แต่รอยย่นที่หางตาขณะกดเสียงต่ำนั้นฟ้องว่าวิชาญกำลังกังวล... กังวลว่าสิ่งที่รณภพถืออยู่ในมือนั้นคือ 'ของจริง' ไม่ใช่แค่คำขู่ "งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมครับ ว่ากาลเวลาทำลายเอกสาร หรือมี 'มือดี' จงใจฉีกมันออกไป" รณภพหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาเคาะเบาๆ กับโต๊ะเป็นจังหวะ สารวัตรศิรินทร์ที่นั่งอยู่บนม้านั่งฝั่งผู้สังเกตการณ์ขยับตัวเล็กน้อย เธอประสานสายตากับรณภพเพียงเสี้ยววินาที สื่อสารผ่านความเงียบว่า 'เราได้ของมาแล้ว' รณภพรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาในห้องนี้ บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบและบีบคั้น ทุกสายตาในห้องพิพากษาจดจ้องมาที่เขา "ศาลที่เคารพครับ" รณภพหันไปทางบัลลังก์ "ผมขอเสนอพยานปากสำคัญที่ยืนยันได้ว่า เหตุการณ์ในคืนนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจัดฉากเพื่อปิดปากผู้ที่กุมความลับเรื่องคอร์รัปชันในระดับโครงสร้าง" "คัดค้านครับ!" วิชาญลุกขึ้นยืนทันควัน "พยานปากนี้ไม่ได้อยู่ในบัญชีพยานล่วงหน้า นี่คือการเล่นตุกติกที่ผิดต่อมารยาททนายความอย่างร้ายแรง!" "ผมไม่ได้เล่นตุกติกครับท่านอัยการ" รณภพสบตาวิชาญด้วยแววตาเย็นชา "ผมแค่กำลังนำ 'ความจริง' เข้ามาในศาล หลังจากที่ท่านพยายามฝังมันไว้ใต้พรมมาตลอดสามปี" เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องโถง ผู้พิพากษาเคาะค้อนรัวเพื่อรักษาความสงบ รณภพยังคงยืนหยัดด้วยบุคลิกของทนายความผู้สุขุม แม้ในใจเขาจะเต้นรัวดั่งกลองรบ นึกถึงภาพพ่อของเขาที่ต้องแบกรับตราบาปจากการถูกใส่ร้ายในคดีลักษณะเดียวกันนี้เมื่อหลายปีก่อน ความแค้นในใจคือเชื้อเพลิงชั้นดี แต่ความเย็นชาคือเครื่องมือที่เขาใช้ฟาดฟันศัตรู ศิรินทร์ลุกเดินออกจากห้องพิจารณาคดีอย่างเงียบเชียบ เธอมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำนอกศาล นั่นคือการดักรอ 'พยาน' คนสำคัญที่รณภพกล่าวถึง หากคนคนนั้นมาไม่ถึงที่นี่วันนี้... ทุกอย่างที่รณภพวางหมากไว้จะพังทลายลงทันที ทว่า ขณะที่ศิรินทร์ก้าวพ้นประตูศาล เธอพบชายในชุดสูทสีเทาเข้มยืนพิงกำแพงอยู่ มุมปากของเขาคาบซิการ์ที่ยังไม่ได้จุดไฟ เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'เงา' ที่รณภพเคยเตือนเธอไว้ว่าอย่าเข้าใกล้ "ทนายรณภพคิดว่าเขากำลังจะชนะงั้นหรือ?" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เขาลืมไปว่าบัลลังก์เลือดนี้ไม่ได้มีแค่คำพิพากษา แต่ยังมี 'ราคา' ที่ต้องจ่ายด้วยชีวิต" ศิรินทร์ชักปืนออกมาจากใต้เสื้อสูทอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนจ่อตรงไปที่อกของชายปริศนา "ถอยไป ถ้าไม่อยากเห็นเลือดนองพื้นศาล" ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนพื้น "ของที่รณภพตามหา... ไม่ได้อยู่ในมือพยานที่เขากำลังรอหรอกครับ เพราะพยานคนนั้นกลายเป็นศพไปตั้งแต่เมื่อชั่วโมงที่แล้ว" เข็มนาฬิกาบนผนังห้องพิจารณาคดีดูเหมือนจะหยุดเดิน รณภพที่กำลังจะพูดประโยคปิดท้ายกลับต้องชะงัก เมื่อประตูห้องพิจารณาคดีถูกผลักออกอย่างแรง สารวัตรศิรินทร์ก้าวเข้ามาในสภาพเสื้อคลุมที่มีรอยฉีกขาด และในมือของเธอไม่มีพยานที่รณภพหวังไว้ มีเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ เธอเดินตรงมาที่โต๊ะทนายความ วางกระดาษแผ่นนั้นลงบนเอกสารของรณภพ แล้วกระซิบเบาๆ ที่เขาได้ยินกันเพียงสองคน "รณภพ... พยานคนนั้นบอกก่อนตายว่า 'คนบงการ' ไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ท่านกำลังจะว่าความให้นี่แหละ" รณภพชะงักงัน เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้พิพากษาบนบัลลังก์สูงตระหง่าน ชายชราที่เขาเคารพและเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต กำลังประสานสายตากับเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจมืดและความเยือกเย็นที่น่าสะพรึงกลัว นี่คือการเดินทางที่ผม พยานปากเอก ได้กลั่นกรองออกมาเพื่อทุกท่าน หวังว่าเงื่อนงำนี้จะทำให้ท่านวางไม่ลงนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%