เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 10

บันทึกที่ถูกลบ

ผลงานโดย พยานปากเอก
“ผมขอคัดค้านครับท่าน เพราะพยานปากเอกที่แท้จริงไม่ได้ชื่อศิรินทร์ แต่คือผมเอง” น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบเสียจนอุณหภูมิภายในห้องพิจารณาคดีดูจะลดต่ำลงเฉียบพลัน ผมขยับเนกไทให้เข้าที่ สายตาจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้ม—พยานลึกลับที่ก้าวขึ้นมาบนแท่นเบิกความอย่างไร้ที่มาที่ไปในวินาทีสุดท้าย อัยการวิชาญที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ แววตานั่นมันบอกชัดเจนว่าเขาวางแผนนี้มาอย่างดีเพื่อหักหน้าผมกลางศาล “ท่านครับ” ผมลุกขึ้นยืนด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท “การนำพยานที่อยู่นอกเหนือบัญชีพยานมานำสืบในวาระสุดท้ายโดยไม่แจ้งให้ฝ่ายจำเลยทราบ เป็นการละเมิดกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง” “ศาลอนุญาตครับ ทนายรณภพ” ผู้พิพากษาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ในเมื่อพยานอ้างว่ามีหลักฐานสำคัญที่ชี้ชะตาคดีนี้ ศาลจำเป็นต้องรับฟังเพื่อความยุติธรรม เชิญพยานให้การได้” ผมทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่สบอารมณ์ ความร้อนรุ่มแล่นขึ้นมาในอก แต่นี่ไม่ใช่เวลาของการหงุดหงิด นี่คือเวลาของการวิเคราะห์ ผมสังเกตเห็นมือที่สั่นน้อยๆ ของพยานคนนั้น เขาไม่ได้มั่นใจอย่างที่ปากว่า สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังหาทางหนี ผมหันไปสบตากับสารวัตรศิรินทร์ที่นั่งอยู่ด้านหลัง เธอพยักหน้าให้ผมเบาๆ เป็นสัญญาณว่าสิ่งที่เธอส่งมาให้ในแฟลชไดรฟ์เมื่อคืนอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ผมต้องใช้โต้กลับ “ผมเป็นวิศวกรระบบไอทีของธนาคารที่ผู้ตายเคยใช้บริการ” พยานเริ่มพูดเสียงสั่น “ผมพบข้อมูลบางอย่างที่ถูกลบไป... ข้อมูลที่ผู้ตายพยายามจะทำลายทิ้งก่อนตาย” ห้องพิจารณาคดีเงียบสนิทราวกับป่าช้า ผมหยิบปากกาขึ้นมาหมุนวนในมือ “เชิญเล่าต่อครับ พยาน” “มันไม่ใช่แค่มรดกที่เขาได้รับ แต่มันคือช่องทางฟอกเงินมหาศาลผ่านบัญชีนอมินีหลายร้อยบัญชีในต่างประเทศ ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ลับที่ถูกเข้ารหัสไว้ ผมกู้คืนมันขึ้นมาได้... และในนั้น... มีชื่อของคนที่บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด” อัยการวิชาญเริ่มขยับตัวลนลานเล็กน้อย รอยยิ้มเย่อหยิ่งบนใบหน้าหายไปแทนที่ด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด “ในฐานะทนายจำเลย” ผมลุกขึ้นอีกครั้ง เดินตรงไปที่หน้าบัลลังก์ “ผมขออนุญาตนำเสนอหลักฐานประกอบการซักค้านพยานครับท่าน เป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่พยานเพิ่งกล่าวถึง แต่มีความละเอียดมากกว่า... ข้อมูลที่ถูกกู้คืนมาโดยผู้เชี่ยวชาญของกองปราบปราม” ผมส่งแท็บเล็ตให้กับเจ้าหน้าที่ศาล ข้อมูลตัวเลขการโอนเงินจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้อง แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับใบหน้าของทุกคนในห้องพิจารณาคดี นี่คือบัญชีฟอกเงินที่เชื่อมโยงถึงเครือข่ายนักการเมืองและธุรกิจสีเทาที่เป็นกระดูกสันหลังของบัลลังก์เลือดแห่งนี้ “พยานครับ” ผมหันไปเผชิญหน้ากับพยานคนนั้น “ในข้อมูลที่กู้คืนมา มีบันทึกเสียงสนทนาสุดท้ายก่อนที่ผู้ตายจะถูกฆาตกรรมใช่หรือไม่?” พยานหน้าถอดสี “ผม... ผมไม่ทราบ” “งั้นลองฟังนี่ดูนะครับ” ผมกดปุ่มเล่นไฟล์เสียงที่ศิรินทร์ส่งมาให้ มันเป็นเสียงของผู้ตายที่คุยกับใครบางคนด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก *“ฉันจะไม่ทำแบบนี้ต่อไปอีกแล้ว! พวกคุณมันปีศาจ! ถ้าเรื่องนี้ถึงหูทนายรณภพ พวกคุณจบเห่แน่!”* *“งั้นแกก็ไปคุยกับเขาในนรกเถอะ...”* เสียงตอบกลับนั้นแหบต่ำและคุ้นเคยอย่างประหลาด ผมหันไปมองอัยการวิชาญที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ห้องพิจารณาคดีเกิดความโกลาหลขึ้นในทันที เสียงกระซิบกระซาบดังสนั่นราวกับฝูงผึ้งแตกรัง ผู้พิพากษาต้องเคาะค้อนรัวๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์ ผมเดินกลับมาที่โต๊ะ สบตากับศิรินทร์ที่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ เราทำสำเร็จไปอีกขั้น แต่มันยังไม่จบ “ท่านครับ!” อัยการวิชาญตะโกนขึ้น “ผมขอคัดค้าน! พยานหลักฐานนี้ได้มาโดยมิชอบ!” “มิชอบตรงไหนหรือครับท่านอัยการ?” ผมสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่คมกริบ “หลักฐานชิ้นนี้มาจากการกู้คืนบันทึกดิจิทัลที่ถูกลบด้วยเจตนาทุจริตในระบบของธนาคาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของรัฐ หากท่านร้อนตัวขนาดนี้ บางที... ท่านอาจจะเป็นคนที่อยู่ในบันทึกเสียงนั้นด้วยตัวเองหรือเปล่าครับ?” อัยการวิชาญกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าถ้าผมโยงไปถึงไฟล์เสียงนี้ ความพยายามที่จะปิดปากผมในศาลจะกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเอง “ขอให้พยานตอบครับ” ผมจ้องพยานบนแท่น “คนในบันทึกเสียง ที่ขู่จะฆ่าผู้ตาย... เขาอยู่ในห้องนี้ใช่ไหม?” พยานตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาหันไปมองอัยการวิชาญ สลับกับมองไปที่ประตูห้องพิจารณาคดีที่จู่ๆ ก็เปิดออก กองกำลังติดอาวุธชุดดำกลุ่มหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน ไม่ใช่ตำรวจศาล ไม่ใช่หน่วยคุ้มกันปกติ แต่เป็นคนของอิทธิพลมืดที่บงการคดีนี้อยู่ “การพิจารณาคดีจบลงแล้วครับทนาย” ชายในชุดสูทที่ดูเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่มือหนึ่งแตะที่เอวซึ่งมีอาวุธปืนพกซ่อนอยู่ “เพราะคนที่พวกคุณกำลังตามหา... ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกครับ” เขากดรีโมทในมือ ทันใดนั้น ไฟในห้องพิจารณาคดีดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานสูง เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความมืดมิด ตามมาด้วยเสียงแก้วแตกกระจาย เมื่อไฟกลับมาสว่างอีกครั้ง สิ่งที่ผมเห็นบนพื้นห้องคือร่างของพยานที่นอนแน่นิ่งอยู่บนแท่นเบิกความ และแฟลชไดรฟ์ที่ผมวางไว้บนโต๊ะ... ได้หายไปแล้ว ขอบคุณที่ติดตามการไขคดีอันมืดมิดนี้ร่วมกับผมนะครับ พยานปากเอกจะนำความจริงมาตีแผ่ให้ได้ครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%