“คุณกำลังโกหกผม... หรือคุณแค่กำลังปกป้องใครบางคนอยู่กันแน่, ศิรินทร์?”
เสียงของผมดังกังวานก้องอยู่ในห้องพักทนายความที่เงียบเชียบ กลิ่นอายของความตายจากห้องพิจารณาคดีในชั้นล่างยังคงอบอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก พยานคนสำคัญเพิ่งสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา แฟลชไดรฟ์หลักฐานชิ้นสำคัญหายไปอย่างไร้ร่องรอย และคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผมตอนนี้ไม่ใช่ตำรวจที่ผมเคยไว้ใจที่สุด แต่นางคือผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหลบเลี่ยงสายตาผมอย่างมีพิรุธ
สารวัตรศิรินทร์นิ่งเงียบ เธอพิงหลังกับกำแพงห้องที่เย็นเฉียบ แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ ทำให้ใบหน้าของเธอแลดูซีดเซียวและลึกลับเกินกว่าที่ผมจะคาดเดาได้ มือของเธอที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นน้อยๆ—นั่นไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความอัดอั้น
“รณภพ... คุณต้องเข้าใจว่าโลกของคดีความที่คุณยืนอยู่ กับโลกของคดีอาชญากรรมที่ฉันแบกรับ มันมีกฎเกณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น สายตาคู่คมของเธอตวัดกลับมามองผมอย่างเจ็บปวด “บางครั้ง การรู้ความจริงทั้งหมดอาจทำลายชีวิตคนที่คุณรักได้มากกว่าการแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น”
ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ ลมหายใจของเราใกล้กันจนผมสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในจิตวิญญาณของเธอ ผมไม่ใช่นักกฎหมายที่เพิ่งหัดว่าความ ผมรู้ดีว่าอาการแบบนี้หมายความว่าอย่างไร—มันคืออาการของผู้สมรู้ร่วมคิด หรือไม่ก็ผู้ตกเป็นตัวประกันทางความรู้สึก
“คนรัก?” ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก “คุณกำลังหมายถึงใคร? ตัวคุณ หรือใครบางคนที่คุณกำลังซ่อนไว้ใต้ร่มเงาของเครื่องแบบตำรวจนั่น?”
“อย่าบีบคั้นฉันในฐานะทนายความเลยนะ รณภพ” เธอผลักอกผมเบาๆ แต่แรงพอที่จะสร้างระยะห่างระหว่างเรา “อัยการวิชาญไม่ได้ทำหน้าที่แค่ในศาล เขาชักใยคนรอบตัวคุณทั้งหมด แม้แต่คนที่คุณคิดว่าไม่มีทางทรยศคุณ”
ผมชะงัก คำพูดของเธอกระตุกหัวใจผมอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำเกี่ยวกับพ่อที่เคยถูกใส่ร้ายจนต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวแล่นเข้ามาในหัว หากศิรินทร์กำลังจะบอกว่า 'คนรัก' ของผม—ผู้หญิงที่เคียงข้างผมตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้—มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของพยานในห้องนั้น ผมจะรับมือกับมันได้อย่างไร?
ผมหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าสูท เปิดไปหน้าที่ผมจดรหัสผ่านที่พยานคนนั้นกระซิบไว้ก่อนสิ้นลม แต่ตัวอักษรเหล่านั้นกลับพร่ามัวในสายตาผม ผมไม่ได้สงสัยแค่ศิรินทร์แล้ว แต่ผมเริ่มสงสัยถึง 'ความเงียบ' ของคนรักผมที่ดูผิดปกติมาตลอดทั้งสัปดาห์
“คุณบอกว่าวิชาญชักใยคนรอบตัวผม” ผมรวบรวมสมาธิ พยายามรักษาความเยือกเย็นในฐานะทนายความ “ถ้าอย่างนั้น หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ผมมีคืออะไร บอกผมมาสิ ศิรินทร์... หรือว่าคุณเองก็มีส่วนในการเก็บกวาดแฟลชไดรฟ์นั่นไป?”
เธอนิ่งไปครู่ใหญ่ ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนสะอื้นคอ “ฉันไม่ได้เป็นคนเอาไป... แต่ฉันรู้ว่าใครเป็นคนส่งซิกให้คนในห้องพิจารณาคดีลงมือสังหารพยาน”
“ใคร?” ผมเค้นถาม น้ำเสียงต่ำลงจนเกือบเป็นคำสั่ง
“คนที่คุณเพิ่งกอดก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีเมื่อเช้านี้ไงล่ะ”
คำพูดนั้นประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ ผมก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง คนที่ผมเชื่อใจที่สุด คนที่ผมตั้งใจจะสร้างอนาคตด้วยหลังจากปิดคดีนี้ได้—เธอน่ะหรือที่เกี่ยวข้องกับความตายบนแท่นเบิกความ?
ความสงสัยที่เคยเป็นเพียงเมฆหมอกเล็กๆ ในใจ บัดนี้ก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างมาตลอดชีวิต ในวินาทีที่ผมกำลังจะซักไซ้ต่อ ประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระแทกกับผนังห้อง
ร่างของ 'นรี' คนรักของผมก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉยผิดปกติ ในมือของเธอถือถุงแฟ้มเอกสารบางอย่าง แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายวาบไม่ใช่เอกสารนั่น หากแต่เป็นรอยเลือดจางๆ ที่เปื้อนอยู่บนชายแขนเสื้อของเธอ
“รณภพคะ...” เธอกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่นิ่งสงบ ก่อนจะปรายตามองไปยังสารวัตรศิรินทร์ด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก “ฉันว่าเราควรคุยกันเรื่องคดี... ก่อนที่ทนายความอย่างคุณจะทำลายทุกอย่างที่คุณอุตส่าห์สร้างมาด้วยความระแวงที่ไม่เข้าเรื่องนะคะ”
ผมยืนนิ่งเหมือนหินสลัก มองดูหญิงสาวที่ผมรักกับตำรวจที่ผมไว้ใจยืนเผชิญหน้ากัน ราวกับกำลังรอคอยให้ผมตัดสินใจว่าจะเลือกเชื่อใคร ในขณะที่แฟลชไดรฟ์ที่หายไปอาจจะอยู่ในกระเป๋าใบที่นรีถืออยู่ และความตายของพยานคดีนี้กำลังจะกลายเป็นตราบาปชิ้นใหม่ของผม
ผมขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมสืบหาความจริงในบัลลังก์เลือดนี้กับผมนะครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 11
ศาลเตี้ยในใจคน
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!