"พยานปากเอกคนนั้น... คือใครกันแน่ รณภพ?"
เสียงของอัยการวิชาญไม่ได้ดัง แต่กลับหนักแน่นจนแทรกผ่านความโกลาหลในห้องพิจารณาคดีที่ 8 ร่างสูงใหญ่ในชุดครุยสีดำของอัยการก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทนายจำเลย สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงมวลความลับที่ผมเก็บงำไว้
ผมไม่ได้ตอบในทันที ผมแค่ขยับเนกไทให้เข้าที่ ปรับลมหายใจให้เป็นจังหวะที่มั่นคงที่สุดก่อนจะหันไปสบตาเขา "รอให้ถึงเวลาคุณจะทราบเองครับท่านอัยการ แต่ผมเกรงว่าวันนั้น... ต่อให้ท่านมีอำนาจล้นฟ้าในสำนักงานอัยการ ก็คงช่วยอะไรใครไม่ได้แล้ว"
วิชาญแสยะยิ้ม มุมปากของเขาขยับเพียงเล็กน้อยแต่น่ารังเกียจเป็นที่สุด "งั้นเหรอ? หวังว่า 'พยาน' ของคุณจะไม่หายตัวไปกลางทางเหมือนพยานปากก่อนๆ ของคุณนะ ทนายรณภพ"
เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ความกดดันมหาศาลหนักอึ้งอยู่ในอากาศ ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แข็งๆ ฝ่ามือที่วางอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริกโดยที่ผมไม่อาจควบคุมได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคืออะดรีนาลีนที่กำลังสูบฉีดจนถึงขีดสุด—นี่คือเกมที่เดิมพันด้วยเกียรติยศและชีวิตของพ่อผมที่ตายไปโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผมหยิบโทรศัพท์เครื่องที่สองในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา ข้อความจาก 'ริณ' เพิ่งเด้งขึ้นมา
*‘ศิรินทร์: ฉันถูกสั่งพักงานอย่างไม่มีกำหนด... พวกข้างบนรู้เรื่องที่ฉันแอบเจาะข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์หลักแล้ว รณภพ พรุ่งนี้ฉันจะเอาเอกสารชุดสุดท้ายไปทิ้งไว้ที่จุดนัดพบเดิม ถ้าฉันไม่กลับมา... ถือว่านี่คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะเอาผิดมันได้’*
หน้าจอโทรศัพท์ดับลง หัวใจผมกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ศิรินทร์เป็นคนเดียวที่ยืนหยัดข้างผมในกรมตำรวจ เธอเอาตำแหน่ง หน้าที่การงาน และความปลอดภัยของตัวเองมาวางเดิมพันเพียงเพราะเชื่อในสิ่งที่ผมพิสูจน์
...
สองชั่วโมงต่อมา ณ มุมมืดของร้านกาแฟร้างย่านชานเมือง เสียงฝนโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสีดังกลบเสียงคำรามของรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมา ศิรินทร์นั่งอยู่ตรงข้ามผม เธอเปลี่ยนไปจากสารวัตรหญิงผู้สง่างามเหลือเพียงหญิงสาวที่ขอบตาดำคล้ำด้วยความอ่อนล้า
"ถอนตัวเถอะศิรินทร์" ผมพูดเสียงต่ำ "เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ตำรวจเพียงคนเดียวจะรับมือไหว วิชาญไม่ใช่แค่คนที่มีอำนาจในศาล เขาคือรากเหง้าของวงจรนี้"
ศิรินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววความกลัว แต่เป็นความแน่วแน่ที่น่าเกรงขาม "ถ้าฉันถอนตัว ใครจะยืนอยู่ข้างนาย? ใครจะคอยดึงนายออกมาจากเหวเวลาที่นายทำพลาด? นายแบกรับความแค้นของพ่อไว้จนมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าแล้ว รณภพ... หลักฐานนี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้ระบบพังทลายลงมา"
เธอผลักแฟ้มเอกสารบางๆ มาให้ผม มือของเธอสั่นเล็กน้อยก่อนจะดึงกลับไปกุมไว้แน่น "ฉันถูกจับตาดูทุกฝีก้าว พวกเขาคิดว่าฉันจะเข้าหาเจ้าพ่อค้ายาคนไหนสักคนเพื่อหาทางรอด แต่พวกเขาไม่รู้... ว่าฉันกำลังเดินเกมเพื่อลากคอ 'พวกมัน' ทั้งหมดลงนรก"
"เธอจะไปไหน?" ผมถามเมื่อเห็นเธอลุกขึ้นเตรียมตัวจะเดินออกไปท่ามกลางสายฝน
"ไปทำในสิ่งที่ตำรวจควรทำ... ไปรับโทษในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เพื่อให้เรื่องราวนี้มันถึงหูสาธารณชน" เธอหยุดเดินแล้วหันกลับมามอง "ถ้ารุ่งเช้าฉันไม่ไปปรากฏตัวที่ศาล... จงใช้ข้อมูลในแฟ้มนั้นเปิดโปงมันกลางศาลซะ อย่าได้ปรานี"
เธอก้าวหายออกไปในความมืด เหลือเพียงกลิ่นไอฝนและความเงียบงันที่น่าใจหาย ผมเปิดแฟ้มเอกสารออก สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้ลมหายใจผมสะดุดไปชั่วขณะ—ไม่ใช่แค่รายการโอนเงิน ไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่เป็นชื่อของผู้พิพากษาและรายชื่อพยานที่ถูกฆ่าปิดปากตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ห้องพิจารณาคดีคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แสงไฟในห้องดูสว่างจ้าจนแสบตา อัยการวิชาญนั่งสงบนิ่งราวกับผู้ชนะที่รอเวลารับถ้วยรางวัล ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่นั่งของผู้สังเกตการณ์ไม่มีเงาของศิรินทร์ เธอไม่มา
"ทนายรณภพ" ผู้พิพากษาเรียกชื่อผมเสียงเย็น "คุณบอกว่าจะมีพยานปากเอกมาให้การในวันนี้ ขณะนี้เลยเวลามาสิบนาทีแล้ว คุณจะดำเนินกระบวนการอย่างไรต่อ?"
วิชาญหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ถ้าพยานไม่มา ก็ขอให้ตัดสิทธิ์พยานปากนี้ และสรุปปิดคดีเถอะครับท่านผู้พิพากษา จำเลยมีความผิดชัดเจนขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องยื้อเวลาให้เสียระบบศาลอีกต่อไป"
มือผมกำหลักฐานในแฟ้มจนยับย่น ความล้มเหลวครั้งนี้อาจหมายถึงการปิดฉากชีวิตทนายของผมไปตลอดกาล ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงราวกับจะเดินเข้าสู่ลานประหาร
"ศาลที่เคารพ" ผมเริ่มพูด เสียงผมก้องกังวานไปทั่วห้อง "ผมไม่จำเป็นต้องเรียกพยานคนไหนมาแล้ว... เพราะพยานปากเอกของผม คือหลักฐานชิ้นนี้ที่เปิดเผยให้เห็นว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการบงการกระบวนการยุติธรรมในคดีนี้"
ผมวางแฟ้มเอกสารลงบนแท่นหลักฐาน แต่ก่อนที่ผมจะได้เปิดมันออก ประตูห้องพิจารณาคดีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!
ร่างของชายชุดสูทสีดำกลุ่มใหญ่เดินกรูกันเข้ามา พร้อมกับคนๆ หนึ่งที่ก้าวออกมาข้างหน้า... คนที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับนิ่งอึ้งจนลืมหายใจ
ศิรินทร์ถูกใส่กุญแจมือเดินเข้ามาโดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยสอบสวนพิเศษคุมตัวมา แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชายที่เดินขนาบข้างเธอ... คืออดีตพยานปากเอกที่ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน!
"ผมขอคัดค้านครับท่าน" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเฉียบ สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ผม "เพราะพยานปากเอกที่แท้จริง... ไม่ได้ชื่อศิรินทร์ แต่คือผมเอง"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนสำคัญนี้ครับ ผมสัญญาว่าความจริงจะเปิดเผยในตอนหน้าอย่างสาสม!
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 9
รอยร้าวในทีม
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!