เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 13

กลลวงของอัยการ

ผลงานโดย พยานปากเอก
"ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่านั่นเป็นการคุกคามทนายความในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และผมจะไม่รับรองความปลอดภัยของตัวเอง... หรือของคุณ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่อัดแน่นด้วยแรงกดดัน มือขวาของผมกระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ท่ามกลางความมืดมิดของทางด่วนที่เสียงรถยนต์วิ่งผ่านไปมาเบื้องหลังกลับดูห่างไกลราวกับอยู่คนละโลก ร่างที่ก้าวออกมาจากมุมมืดคือ 'อัยการวิชาญ' เขาสวมสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ผิดกับบรรยากาศอันไม่น่าอภิรมย์ของสถานที่นัดพบนี้อย่างสิ้นเชิง เขายกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ผมเห็นแล้วต้องขมวดคิ้ว มันไม่ใช่ยิ้มของผู้ชนะ แต่เป็นยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่เขาสร้างกฎขึ้นมาเอง "ใจเย็นก่อนสิคุณรณภพ" วิชาญเอ่ยพลางล้วงมือเข้าในกระเป๋าเสื้อสูท ท่าทางของเขาเยือกเย็นราวกับกำลังจิบชาในห้องทำงาน มากกว่าที่จะมาเผชิญหน้ากันในที่เปลี่ยว "ผมไม่ได้มาเพื่อแลกหมัด ผมมาเพื่อจะบอกคุณว่า ในวันพรุ่งนี้... ศาลจะปิดฉากคดีนี้ด้วยคำพิพากษาที่ไม่มีใครคาดคิด" "หลักฐานชิ้นใหม่ที่คุณอ้างว่ามี มันก็แค่เศษกระดาษที่ถูกตกแต่งขึ้นมาเพื่อปิดปากความจริงเหมือนคดีของพ่อผม" ผมสวนกลับทันควัน ความโกรธเคืองที่ถูกฝังไว้ลึกๆ ในอกเริ่มเดือดพล่าน วิชาญหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาแล้วโยนลงบนพื้นห่างจากเท้าผมเพียงไม่กี่นิ้ว "พ่อคุณเป็นทนายที่ตงฉินเกินไปจนลืมดูว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยอะไร ส่วนคุณ... คุณยังอ่อนหัดเกินกว่าจะเข้าใจว่าความยุติธรรมที่แท้จริง คือสิ่งที่คนมีอำนาจเป็นคนขีดเขียน พรุ่งนี้ในศาล ผมจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ผมถืออยู่ในมือนี้ จะส่งให้จำเลยของคุณไปอยู่ในที่ที่เขาควรอยู่... ตลอดกาล" เขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ผมยืนอยู่ตรงนั้นกับซองเอกสารในความมืด ผมสูดหายใจลึก กลิ่นไอของถนนและควันรถทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียน ผมก้มลงหยิบซองนั้นขึ้นมา หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวล นี่ไม่ใช่แค่เกมทางกฎหมาย แต่มันคือการเดิมพันด้วยชีวิต *** เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 4 บรรยากาศภายในห้องดูหนักอึ้งและเย็นเฉียบ เสียงค้อนของผู้พิพากษาดังขึ้นเป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ช่วงสำคัญที่สุดของคดี "อัยการวิชาญ ท่านมีหลักฐานใหม่ที่จะนำเสนอใช่หรือไม่?" ผู้พิพากษาถามด้วยสายตาเข้มงวด วิชาญลุกขึ้นยืน เขาจัดเนคไทให้เข้าที่ก่อนจะก้าวไปยังแท่นพยานด้วยท่วงท่าสง่างาม "ใช่ครับท่านประธาน ผมได้มาซึ่งหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่าจำเลยไม่ได้เพียงแค่มีส่วนรู้เห็น แต่เป็นผู้วางแผนการทั้งหมดเพียงผู้เดียว" เขาส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์บางอย่างขึ้นมาบนบัลลังก์ มันคือแท็บเล็ตที่ฉายภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ในภาพนั้นเห็นจำเลยของผมเดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้ตายในช่วงเวลาที่เกิดเหตุพอดี แต่ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ... ในมือของเขาถือวัตถุบางอย่างที่ดูเหมือนหลักฐานมัดตัว ผมลุกขึ้นยืนทันที "ขอคัดค้านครับท่าน! วิดีโอนี้ไม่มีที่มาที่ไปแน่ชัด และดูเหมือนจะมีการตัดต่อ!" "ทนายรณภพ นั่งลง!" เสียงผู้พิพากษาตวาดกลับมา "เราจะดูหลักฐานให้จบก่อน" ผมมองไปที่สารวัตรศิรินทร์ที่นั่งอยู่แถวหลัง เธอส่ายหน้าช้าๆ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น ผมรู้ทันทีว่าหลักฐานนี้ไม่ได้อยู่ในรายงานการสืบสวนของเธอเลยแม้แต่น้อย วิชาญเล่นตุกติกนอกระบบอีกแล้ว เขาไปเอาไฟล์นี้มาจากไหน? หรือว่าเขามีหนอนบ่อนไส้ในทีมตำรวจ? วิชาญหันมามองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม ขณะที่เขาบรรยายภาพในวิดีโออย่างเป็นฉากเป็นตอนราวกับเขาเป็นคนถือกล้องถ่ายเอง ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะหาช่องโหว่ในคำให้การ สายตาผมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติในภาพ... ตรงขอบหน้าต่างบานเล็กๆ ในภาพวิดีโอ มีเงาสะท้อนของนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มนาฬิกาชี้เวลา 14.30 น. แต่ในคำให้การก่อนหน้านี้ วิชาญระบุว่าเหตุเกิดตอน 16.00 น. 'กลลวงนี้... มันไม่ได้มีไว้เพื่อมัดตัวจำเลย แต่มันมีไว้เพื่อล่อให้ผมคัดค้านอย่างสติแตก' ผมพยายามควบคุมลมหายใจ ผมต้องไม่เตะตัดขาตัวเองด้วยการโวยวาย ผมก้มลงจดบันทึกย่อๆ ในสมุดโน้ต สายตาจ้องเขม็งไปยังมือของวิชาญที่สั่นเล็กน้อยขณะถือพอยน์เตอร์ชี้ไปบนจอ "อัยการวิชาญครับ" ผมเอ่ยขึ้นเมื่อเขาจบการนำเสนอ เสียงของผมเรียบสงบจนน่าประหลาดใจ "ก่อนที่ผมจะคัดค้าน... ผมขอถามเพียงข้อเดียว ในภาพวิดีโอนี้... คุณแน่ใจใช่ไหมว่ามันคือ 'กล้องวงจรปิด' จริงๆ ไม่ใช่ 'การจำลองเหตุการณ์' ที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเอง?" วิชาญชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มมั่นใจของเขาเลือนหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากดวงตา "คุณกำลังกล่าวหาผมนะ ทนายรณภพ" "ผมไม่ได้กล่าวหาครับ ผมแค่กำลังตั้งข้อสังเกต... ในฐานะพยานปากเอกของความจริง" ผมเดินเข้าไปใกล้แท่นอัยการ ระยะห่างระหว่างเราเพียงไม่กี่เซนติเมตร "และถ้าหากผมพิสูจน์ได้ว่าวิดีโอนี้คือของปลอม อัยการที่ยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่ใช่คนชนะคดี... แต่จะเป็นคนที่จะต้องเดินเข้าคุกในฐานะผู้กระทำความผิดเสียเอง" ในจังหวะที่ผมกำลังจะหยิบหลักฐานโต้กลับออกมาจากแฟ้ม จู่ๆ ประตูห้องพิจารณาคดีก็เปิดผางออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของชายในชุดเครื่องแบบเต็มยศเดินตรงมายังบัลลังก์ เขาไม่ได้มาเพื่อฟังการพิจารณา แต่เขาเดินตรงมาหาอัยการวิชาญพร้อมกับเอกสารในมือที่ทำให้สีหน้าของวิชาญเปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ชายคนนั้นโน้มตัวลงกระซิบข้างหูวิชาญเพียงสั้นๆ ทว่าในห้องที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ผมกลับได้ยินคำพูดนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง... "อัยการครับ... พบศพของ 'พยานปากเอกตัวจริง' ที่คุณอ้างว่าเขากำลังจะมาให้การแล้วครับ" ผมตัวชาวาบไปทั้งร่าง เพราะนั่นหมายความว่าพยานที่ผมเตรียมไว้เพื่อพลิกคดีนี้... ได้จากโลกนี้ไปแล้วตลอดกาล ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขเงื่อนงำไปพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ พยานปากเอกจะขอนำทุกท่านไปสู่บทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%