“ถ้าคุณจะให้ผมเดินเข้าสู่ความตายด้วยการถามคำถามที่ไม่มีคำตอบ ผมขอแนะนำให้คุณเก็บพยานปากสุดท้ายไว้ในหลุมศพจะดีกว่าครับ”
เสียงของผมดังก้องอยู่ในห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ผมยืนนิ่งอยู่หลังแท่นทนาย สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาคู่คมของอัยการวิชาญที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะ ชัยชนะที่ปูทางมาด้วยเลือดของพยานสำคัญที่ผมเพิ่งได้รับข่าวร้ายเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ความตายของเขาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างถูกวางแผนไว้อย่างแยบยลเพื่อปิดปากความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย มือของผมที่วางอยู่บนแฟ้มคดีสั่นเล็กน้อยจนต้องกำแน่นเพื่อระงับความสั่นไหว สารวัตรศิรินทร์ที่นั่งอยู่ด้านหลังผมเอื้อมมือมาแตะไหล่แผ่วเบา สัมผัสของเธอมั่นคงและหนักแน่น แต่มันก็ไม่อาจลบความรู้สึกที่ว่าผมกำลังยืนอยู่บนหน้าผาชันได้
“ท่านประธานครับ” ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากังวานด้วยแรงกดดัน “ในเมื่อพยานปากสำคัญของทางฝ่ายจำเลยถูกทำให้หายสาบสูญไปก่อนการให้การเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผมขอเปลี่ยนกลยุทธ์ในการนำสืบพยานใหม่”
อัยการวิชาญหัวเราะในลำคอเบาๆ แว่วมาถึงหูผม “ทนายรณภพครับ กฎหมายไม่ได้มีไว้สำหรับนักมายากลนะครับ ถ้าคุณไม่มีพยาน คุณก็แค่แพ้... ยอมรับความจริงเถอะ”
ผมหันไปมองเขา แววตาของผมในยามนี้คงเย็นเยียบพอที่จะแช่แข็งบรรยากาศในห้องศาลได้ “ชัยชนะที่ได้มาจากการทำลายชีวิตคนอื่น มันหอมหวานขนาดนั้นเลยหรือครับ คุณอัยการ?”
ผมหันกลับมาเผชิญหน้ากับคณะลูกขุนทั้งสิบสองท่าน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความสงสัย บางคนเริ่มหันไปกระซิบกระซาบ นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด หากผมพลาด ทุกอย่างที่พ่อเคยเสียสละไปจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน
ผมสูดหายใจลึก ก้าวเดินออกจากแท่นทนายไปยืนอยู่กลางห้องโถงกว้าง แสงไฟสีนวลในศาลส่องลงมาที่ตัวผม ความเงียบเริ่มกดทับจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแค่ปกป้องจำเลยที่ถูกใส่ร้าย” ผมเริ่มพูด น้ำเสียงของผมเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่มีความลังเลเหลืออยู่อีกต่อไป “แต่ผมมาที่นี่เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับใครบางคนที่ไม่มีโอกาสได้พูด... คนที่ถูกตีตราว่าเป็นคนทรยศต่อกฎหมายเพียงเพราะเขาเลือกยืนข้างความจริง”
“คัดค้านครับท่านประธาน! ทนายกำลังนอกประเด็น” เสียงอัยการวิชาญตวาดขึ้น
ผมไม่สนใจ ผมยังคงจ้องมองไปยังหัวหน้าคณะลูกขุน “เมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อของผมเป็นทนายความที่พยายามเปิดโปงเครือข่ายคอร์รัปชันในกระบวนการยุติธรรมชุดเดียวกับที่คุณกำลังเห็นอยู่ในคดีนี้ และสิ่งที่ท่านได้รับคือการถูกใส่ร้ายว่ารับสินบน จนสุดท้าย... ท่านเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องพิจารณาคดี สารวัตรศิรินทร์เบิกตากว้าง เธอคงไม่คิดว่าผมจะใช้ไพ่ตายใบนี้ในจังหวะนี้
“ผมไม่ได้เอาเรื่องส่วนตัวมาตัดสินคดี” ผมพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือแต่ยังหนักแน่น “แต่ผมกำลังบอกว่า หากกระบวนการยุติธรรมนี้ถูกบิดเบือนโดยคนบางกลุ่มที่ใช้อำนาจมืดเหมือนที่เคยทำกับพ่อผม ความตายของพยานในวันนี้จะไม่ใช่ศพสุดท้าย พวกคุณจะปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีกหรือครับ?”
อัยการวิชาญลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “นั่นมันเรื่องส่วนตัวของคุณ! อย่าเอาอดีตที่เน่าเฟะของพ่อคุณมาสร้างสถานการณ์เรียกคะแนนสงสารในศาลนี้!”
“อดีตมันไม่ได้เน่าเฟะหรอกครับ...” ผมเว้นจังหวะ สายตาจดจ้องไปที่อัยการวิชาญอย่างไม่ลดละ “...เพราะหลักฐานที่พ่อผมทิ้งไว้ ก่อนที่ท่านจะจากไป มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด... ที่ที่คนอย่างคุณไม่มีวันนึกถึง”
ผมหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่เตรียมไว้ออกมา แววตาของอัยการวิชาญเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความหวาดหวั่นชั่วขณะ แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“หลักฐาน? คุณโกหก” อัยการวิชาญท้าทาย
ผมยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความว่างเปล่าที่เพิ่งถูกเติมเต็มด้วยความหวัง “อยากรู้นักหรือครับว่ามันคืออะไร?”
ขณะที่ผมกำลังจะก้าวไปยื่นเอกสารนั้นต่อหน้าท่านผู้พิพากษา ประตูบานใหญ่ท้ายห้องศาลก็เปิดผางออกอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ศาลเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขารีบก้าวตรงมายังอัยการวิชาญและกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู
อัยการวิชาญหน้าซีดเผือดทันที เขาหันมามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความหวาดกลัวอย่างที่สุด
เขากระซิบเบาๆ ที่ได้ยินเพียงผมคนเดียว “แกคิดว่าแกคุมเกมอยู่หรือไง รณภพ... หันไปดูหลังคุณสิ”
ผมค่อยๆ หันไปตามแรงดึงดูดของความกังวลใจ และสิ่งที่ผมเห็นก็ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ...
สารวัตรศิรินทร์ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว แต่เธอกำลังถูกชายชุดดำสองคนขนาบข้างอยู่ตรงทางออก พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตจ่อเข้าที่สีข้างของเธอ และในมือของชายคนหนึ่ง คือโทรศัพท์ที่กำลังเปิดวิดีโอคอล... ซึ่งคนที่อยู่ในสายนั้น กำลังโบกมือให้ผมด้วยรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคย รอยยิ้มของคนที่ไม่น่าจะยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
“พ่อ?” ผมอุทานออกมาแทบไม่เป็นเสียง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบหาความจริงไปกับผมนะครับ ทุกการสนับสนุนคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพยานปากเอกครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 14
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!