เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 15

กุญแจสำคัญ

ผลงานโดย พยานปากเอก
"คุณกำลังบอกผมว่า พยานปากเอกอย่างผมต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเศษเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะเนี่ยนะ ศิรินทร์?" ผมวางรูปถ่ายหลักฐานลงบนโต๊ะไม้โอ๊คในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและแฟ้มคดีที่วางเรียงรายราวกับป้อมปราการ สารวัตรศิรินทร์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาของเธอคมกริบไม่ต่างจากปืนพกคู่ใจที่เหน็บอยู่ข้างเอว เธอไม่ได้ตอบผมในทันที แต่หยิบแฟ้มคดีขึ้นมาเปิดหน้าสุดท้าย—ภาพถ่ายตู้เซฟว่างเปล่าในคฤหาสน์ของท่านประธานผู้ล่วงลับที่อัยการวิชาญยืนกรานในศาลว่ามันไม่มีอะไรอยู่ข้างในนอกจากฝุ่น "รณภพ กฎหมายไม่ได้ตัดสินกันที่ความรู้สึก แต่มันตัดสินที่ว่าใครถือไพ่เหนือกว่า" ศิรินทร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ น้ำเสียงเธอเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "วิชาญทำลายหลักฐานทุกอย่างที่โยงเข้าหาตัวเขา แต่มันมีหนึ่งสิ่งที่เขา 'ลืม' เพราะเขามัวแต่ยึดติดกับหลักฐานทางดิจิทัลที่เขาแก้ไของค์ประกอบมันได้หมด" "เขาคิดว่าเขารู้จักคนตายดีพอ" ผมแค่นหัวเราะ พลางหมุนปากกาในมือ "แต่เขาลืมไปว่านักธุรกิจระดับนั้น ไม่เคยไว้ใจระบบคลาวด์หรือรหัสผ่านที่แฮกได้ง่ายๆ" "ใช่ และนี่คือเหตุผลที่ฉันส่งสิ่งนี้ให้คุณ" ศิรินทร์วางวัตถุชิ้นหนึ่งลงบนโต๊ะ มันเป็นกุญแจดอกเล็กที่ดูธรรมดาจนน่าตกใจ หัวกุญแจทำจากทองเหลืองเก่าคร่ำคร่า สลักสัญลักษณ์รูปตาชั่งที่แตกหักไว้ด้านข้าง ผมหยิบมันขึ้นมาจ้องมอง ความเย็นของโลหะสัมผัสกับปลายนิ้ว มันไม่ใช่แค่กุญแจ แต่มันคือน้ำหนักของชีวิตใครหลายคนที่ถูกฝังไว้ใต้พรม "ฉันเจอที่ขอบหน้าต่างห้องสมุดคฤหาสน์หลังเก่าที่พ่อของเขาเคยอาศัยอยู่ก่อนจะถูกเนรเทศ" ศิรินทร์กระซิบ "มันไม่ได้อยู่ในเซฟ แต่มันถูกซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มที่ไม่มีใครเปิดอ่านเลยมาตลอดสามสิบปี" ผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก พ่อของผมเคยพูดเสมอว่า 'ในศาล ความจริงคือสิ่งที่ถูกจัดวาง' หากกุญแจดอกนี้ไขไปสู่ที่ที่เก็บหลักฐานตัวจริงไว้ อัยการวิชาญที่กำลังยิ้มร่าอยู่บนบัลลังก์ศาลในวันพรุ่งนี้ จะต้องเป็นฝ่ายก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ "คุณรู้ไหมศิรินทร์ ถ้ากุญแจดอกนี้ไขได้จริง สิ่งที่จะอยู่ข้างในไม่ใช่แค่เอกสาร... แต่มันคือทะเบียนการเงินทั้งหมดที่เชื่อมโยงวิชาญกับคดีค้ายาข้ามชาติ" ผมลุกขึ้นยืน แววตาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาของทนายที่พร้อมจะเชือดเฉือน "เราต้องไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่วิชาญจะรู้ตัวว่าเขากำลังถูกต้อนเข้ามุม" เราเดินทางไปยังห้องเก็บของใต้ดินของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งตามพิกัดที่ระบุไว้ในจดหมายลับที่พบพร้อมกุญแจ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ผมเสียบกุญแจดอกเล็กเข้ากับช่องเซฟส่วนตัวที่ดูเหมือนถูกลืมเลือนไปจากสารบบ มือของผมสั่นเล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปีจากการตายของพ่อที่ผมรอคอยที่จะสะสาง *แกร๊ก* เสียงกลไกเฟืองเหล็กหมุนวนดังสนั่นในความเงียบ ประตูตู้เซฟเหล็กกล้าค่อยๆ แง้มออก ผมดึงเอกสารปึกหนาออกมา มันไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือ 'ตั๋วเดินทางไปนรก' ของอัยการวิชาญ "นี่ไง... ศิรินทร์" ผมพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยชัยชนะ "รายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบน และรายเซ็นของวิชาญที่อนุมัติให้มีการฆาตกรรมพยานในคดีนั้น" ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะพลิกอ่านหน้าถัดไป ไฟในห้องนิรภัยกลับดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่หนักแน่นและคุ้นเคยดังสะท้อนผ่านความเงียบเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ทำให้ผมต้องชะงัก "เสียดายจริงๆ รณภพ ที่คุณอุตส่าห์หาเจอก่อนกำหนดไปหนึ่งวัน" เสียงของอัยการวิชาญดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟจากปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของศิรินทร์ที่เพิ่งจะก้าวตามเข้ามา เขายืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มละไมราวกับคนเป็นมิตร แต่ดวงตาของเขากลับไร้ซึ่งความปรานี "กุญแจดอกนั้นน่ะ... ผมเป็นคนวางมันไว้ให้คุณไปเจอเอง" ความหวังที่เพิ่งจุดติดขึ้นในใจผมแตกสลายราวกับกระจกที่ถูกกระแทกจนละเอียด นี่ไม่ใช่กุญแจที่ไขไปสู่ความยุติธรรม แต่มันคือกับดักที่ผมเดินเข้าไปติดเองโดยสมบูรณ์ และดูเหมือนว่า... สิ่งที่อยู่ในตู้เซฟนี้ อาจไม่ใช่หลักฐานเอาผิดเขา แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะส่งผมเข้าตารางในฐานะ 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' แทน ผมมองไปยังศิรินทร์ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ก่อนจะหันไปสบตากับวิชาญที่ค่อยๆ ยื่นมือมาหยิบเอกสารในมือผมไปอย่างใจเย็น ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบหาความจริงไปกับผมนะครับ ทุกการสนับสนุนคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพยานปากเอกครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%