“ถ้ามึงกล้าเหยียบเข้ามาในห้องนี้อีกก้าวเดียว กูจะเรียกเจ้าหน้าที่ลากคอไปขังคุกฐานบุกรุก”
เสียงของรณภพสั่นพร่า ทว่าดวงตายังคงจ้องเขม็งไปที่ร่างสูงโปร่งตรงหน้า— 'ภีม' ชายผู้เป็นดั่งบาดแผลฉกรรจ์ในความทรงจำ ผู้นำพาความตายมาสู่พ่อของเขาเมื่อสิบห้าปีก่อน ภีมไม่ได้สะทกสะท้าน เขาเพียงแค่มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ พลางขยับเนกไทให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปโค้งคำนับต่อหน้าบัลลังก์ศาลราวกับนักแสดงที่กำลังรอเวลาเปิดม่าน
“ทนายรณภพครับ...” เสียงทุ้มต่ำของอัยการวิชาญดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ “กรุณารักษาความสงบในห้องพิจารณาคดีด้วย คุณกำลังทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลแปดเปื้อนด้วยอารมณ์ชั่ววูบส่วนตัว”
รณภพกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับวิชาญ ที่นั่งฝั่งตรงข้ามในชุดครุยสีดำสนิท สายตาของอัยการเฒ่าเจ้าเล่ห์บ่งบอกชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือ 'กับดัก' ที่ถูกขุดเตรียมไว้เพื่อฝังเขาให้ตายทั้งเป็นตั้งแต่นัดแรก
“นัดแรกแห่งโชคชะตาเริ่มขึ้นแล้ว” ผู้พิพากษาเคาะค้อนลงบนฐานไม้ เสียงปังที่ดังสนั่นนั้นเปรียบเสมือนปืนสตาร์ทในการแข่งขันที่เดิมพันด้วยชีวิต
“อัยการ เสนอพยานปากแรก”
วิชาญลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสอดประสานมือไว้ด้านหลัง เดินวนเวียนรอบห้องพิจารณาคดีราวกับฉลามที่กำลังวนรอบเหยื่อ “ท่านครับ ในคดีฆาตกรรมท่านรัฐมนตรี อัยการมีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในคืนเกิดเหตุ พยานผู้นี้อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึงสิบเมตร และเห็นมือสังหารชัดเจน... ขอเชิญ คุณธนา ขึ้นให้การครับ”
รณภพหรี่ตาลง ภีมเดินถอยไปนั่งในมุมมืดของห้องพิจารณาคดี สายตาของเขายังคงจับจ้องมาที่รณภพไม่วางตา ราวกับกำลังรอคอยชมโชว์การสังหารทางกฎหมายที่กำลังจะเกิดขึ้น
ชายวัยกลางคนรูปร่างซูบผอม สวมเสื้อเชิ้ตเก่าๆ เดินกะเผลกขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์พยาน ท่าทางของเขาดูประหม่าจนผิดสังเกต มือไม้สั่นเทาขณะสาบานตน
“คุณธนาครับ” วิชาญเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับครูใจดี “ในคืนวันที่ 15 คุณอยู่ที่ไหน และเห็นอะไร”
“ผม... ผมไปส่งของที่โกดังท้ายเมืองครับ” ธนาเริ่มด้วยเสียงแหบพร่า สายตาหลุบต่ำ “ตอนเดินกลับมา ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่ง สวมชุดสีเทา เขากำลังถือมีดที่เปื้อนเลือดเดินออกมาจากห้องทำงานของรัฐมนตรี... ผมจำหน้าเขาได้แม่น เพราะแสงไฟจากโคมข้างทางส่องกระทบใบหน้าเขาพอดี”
“คุณช่วยชี้ตัวได้ไหมครับ ว่าเขาอยู่ในห้องนี้หรือไม่?”
ธนาเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่วิชาญส่งให้พยานคนนี้มีนัยยะบางอย่างที่ทำให้รณภพเย็นวาบไปถึงสันหลัง พยานกวาดสายตาผ่านที่นั่งทนายความ ก่อนจะหยุดกึกที่รณภพ แล้วยกนิ้วสั่นๆ ชี้มาที่เขา
“คนคนนั้น... คือลูกน้องของจำเลยที่นั่งอยู่ตรงนั้นครับ เขาเป็นคนยื่นเงินให้ผมเพื่อปิดปาก แต่ผมทนความผิดในใจไม่ไหว!”
ทั้งห้องพิจารณาคดีฮือฮาทันที เสียงกระซิบกระซาบดังเหมือนฝูงผึ้งแตกรัง รณภพไม่ได้โวยวาย เขายืนขึ้นช้าๆ จัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย ลมหายใจเข้าลึกๆ ช่วยให้เขากลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง เขาเดินไปที่แผงพยานด้วยจังหวะที่มั่นคงและทรงพลัง
“คุณธนาครับ” รณภพเริ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณบอกว่าคุณเห็นคนร้ายชัดเจนเพราะแสงไฟจากโคมข้างทางใช่ไหมครับ?”
“ใช่... ใช่ครับ”
“แล้วคุณทราบไหมครับว่า คืนวันที่ 15 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองหนักในย่านนั้น จนการไฟฟ้าต้องตัดกระแสไฟทั้งโซนตั้งแต่สามทุ่มเป็นต้นไป?”
ธนาชะงัก สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเผือด “ผม... ผมอาจจะจำวันผิด... หรืออาจจะเป็นไฟฉาย...”
“จำวันผิดงั้นหรือครับ?” รณภพเดินเข้าไปประชิดตัวพยาน “ในคำให้การชั้นสอบสวน คุณยืนยันวันและเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นคืนนั้น ถ้าคุณจำวันไม่ได้ แล้วคุณจะจำใบหน้าคนร้ายได้อย่างไร? หรือว่า... มีใครบางคน 'ยัดบท' ให้คุณท่องจำจนจำผิดจำถูกแบบนี้!”
“คัดค้านครับ!” วิชาญตะโกนขัด “ทนายจำเลยกำลังกดดันพยาน!”
“ผมไม่ได้กดดัน แต่ผมกำลังทดสอบความน่าเชื่อถือของพยานที่อัยการนำมากล่าวอ้างครับท่าน!” รณภพหันไปเผชิญหน้ากับผู้พิพากษาด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับใบมีด “ถ้าพยานคนนี้โกหกเรื่องแสงสว่าง ความน่าเชื่อถือของพยานปากนี้ก็เท่ากับศูนย์!”
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ภีมที่นั่งอยู่ในเงามืดก็ลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้เดินออกจากห้อง แต่กลับก้าวออกมาตรงกลางโถงทางเดิน ทุกสายตาหันไปมองเขา
“ทนายรณภพครับ...” ภีมเอ่ยด้วยเสียงที่ดังฟังชัดก้องไปทั่วห้อง “ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังความตายของรัฐมนตรี ทำไมไม่ลองถามพยานของคุณดูเสียหน่อยล่ะ ว่าทำไมคืนนั้น... พ่อของคุณถึงได้โทรหาผมก่อนตายเพียงห้านาที?”
โลกทั้งใบของรณภพเหมือนหยุดหมุน วินาทีนั้นเขาไม่ได้ยินเสียงคัดค้านของอัยการ ไม่ได้ยินเสียงค้อนของผู้พิพากษา ในหัวของเขามีเพียงคำถามเดียว—พ่อของเขาเกี่ยวข้องอะไรกับไอ้คนที่เขาสาบานว่าจะทำลายให้สิ้นซากคนนี้?
ธนาบนบัลลังก์พยานเริ่มตัวสั่นงันงก ก่อนจะค่อยๆ หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้ววางลงบนโต๊ะไม้ด้วยมือที่สั่นเทา “ผมไม่ได้อยากโกหก... แต่ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ คนที่อยู่ในเครื่องนี้... จะต้องตาย”
ภาพบนหน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น เผยให้เห็นภาพที่ทำให้รณภพต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ภาพของสารวัตรศิรินทร์ที่ถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ในห้องมืดมิด โดยมีเงาของใครบางคนถืออาวุธจ่ออยู่ที่ขมับของเธอ!
“เกมนี้คุณไม่ได้กำลังเล่นกับกฎหมายอยู่หรอกรณภพ” วิชาญยิ้มเหี้ยม พลางขยับแว่นสายตา “คุณกำลังเล่นกับชีวิตของคนที่คุณไว้ใจที่สุด... จะเลือกความยุติธรรมในศาล หรือจะเลือกชีวิตเพื่อนรักของคุณ... ตัดสินใจเดี๋ยวนี้!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในคดีสุดระทึกนี้ด้วยกันครับ... พยานปากเอก
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 3
นัดแรกแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!