เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 4

ช่องโหว่ที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย พยานปากเอก
“คุณบอกว่าศพถูกพบตอนสี่ทุ่มสิบห้านาที แต่รายงานการตรวจชันสูตรที่อยู่ในมือผมตอนนี้กลับระบุว่า อุณหภูมิในตับของผู้ตายลดลงถึงระดับที่สอดคล้องกับการเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมง... นายแพทย์ครับ ช่วยอธิบายให้ศาลฟังหน่อยว่า คนตายสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึงสามชั่วโมงหลังจากหัวใจหยุดเต้นด้วยเหรอครับ?” ความเงียบงันในห้องพิจารณาคดีกดทับจนแทบหยุดหายใจ รณภพยืนตระหง่านอยู่หลังแท่นทนายความ มือที่ถือแฟ้มข้อมูลสั่นเพียงเล็กน้อย แต่สายตาของเขากลับนิ่งสนิทราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาสบตากับวิชาญที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม—รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของอัยการคนนั้นยังคงติดอยู่ที่มุมปาก ราวกับกำลังรอคอยให้เขาเดินตกลงไปในกับดัก วิชาญจงใจขยับแว่นสายตาช้าๆ ในจังหวะที่รณภพกำลังรุกคืบ มันคือสัญญาณเตือน... *ชีวิตของศิรินทร์* “ผม... ผมอาจจะประเมินเวลาผิดพลาดเล็กน้อยครับทนายรณภพ” นายแพทย์นิติเวชพยานผู้เชี่ยวชาญเหงื่อซึมที่ไรผม เขากระแอมไอด้วยความประหม่า ขณะที่อัยการวิชาญเริ่มขยับตัวลุกขึ้นยืน “คัดค้านครับท่านประธาน! ทนายรณภพกำลังพยายามต้อนพยานด้วยคำถามที่อาศัยการตั้งสมมติฐานเพียงฝ่ายเดียว” วิชาญเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ผู้ตายอาจเสียชีวิตจากสภาวะแวดล้อมที่ห้องเย็นจัด ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย การตั้งคำถามแบบนี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสำนวนครับ” รณภพหันไปมองท่านผู้พิพากษาที่เริ่มขมวดคิ้ว เขาไม่ได้หวั่นเกรง วิชาญต้องการบีบให้เขาถอย แต่ทุกวินาทีที่ล่วงเลยไปคือความปลอดภัยของศิรินทร์... เพื่อนรักของเขาที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากออกไปตามหาหลักฐานชิ้นสุดท้าย “ผมไม่ได้บิดเบือนครับท่าน” รณภพหันกลับมาเผชิญหน้ากับพยานด้วยแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นเยียบ “ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า ‘ช่องโหว่’ ในรายงานฉบับนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของมนุษย์ แต่มันคือการ ‘จงใจ’ ปลอมแปลงเวลาเสียชีวิตเพื่อสร้างพยานหลักฐานเท็จ นายแพทย์ครับ... ท่านได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งเมื่อบ่ายวานนี้ใช่ไหม? สายที่สั่งให้ท่านแก้ตัวเลขเวลาในรายงาน เพื่อให้สอดคล้องกับกล้องวงจรปิดที่อัยการวิชาญเป็นคนส่งมอบให้ศาล!” “ทนายรณภพ! โปรดควบคุมคำพูดของคุณด้วย!” ผู้พิพากษาเคาะค้อนลงทันที รณภพกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับไฟ แต่ถ้าเขาไม่พังกำแพงนี้ลง ศิรินทร์จะไม่มีวันรอด เขาหันไปสบตากับวิชาญอีกครั้ง คราวนี้อัยการร้ายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาวางบนโต๊ะ หน้าจอที่สว่างวาบเผยให้เห็นภาพวิดีโอสด: ศิรินทร์ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ในห้องมืดที่ไหนสักแห่ง ปากของเธอถูกปิดด้วยเทปกาว สายตาของเธอยังคงดุดัน แม้จะมีรอยฟกช้ำที่โหนกแก้ม รณภพแทบหยุดหายใจ แต่นาทีนี้คือการแสดงละครที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตทนายความของเขา เขาแสร้งทำเป็นเมินเฉยต่อภาพนั้นแล้วหันกลับมาที่พยานด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นกว่าเดิม “ผมขอเปลี่ยนประเด็นครับท่าน” รณภพผายมือไปทางรูปถ่ายที่เกิดเหตุ “ในเมื่อพยานไม่มั่นใจเรื่องเวลา ผมขอยื่นหลักฐานชิ้นใหม่... รอยคราบไวน์บนพรมที่ปรากฏในรูปถ่ายหน้า 45 ของสำนวนชุดแรก แต่กลับหายไปในรูปถ่ายชุดที่สองที่อัยการส่งมาให้ศาลในวันนี้” เขาเดินไปที่หน้าบัลลังก์ วางรูปถ่ายสองใบเคียงกัน “คนตายฆ่าตัวตายในสภาพที่ไม่มีใครเข้าใกล้ แต่คราบไวน์ที่ควรจะแห้งกรังกลับเปลี่ยนตำแหน่งไปราวกับมีคนมาเดินผ่าน นี่คือช่องโหว่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันบอกผมว่า ‘ฆาตกร’ อยู่ในที่เกิดเหตุตอนที่ท่านพยานกำลังเก็บหลักฐาน!” อากาศในห้องพิจารณาคดีเบาบางลง รณภพสังเกตเห็นมือของนายแพทย์นิติเวชที่สั่นเทาขณะมองไปที่อัยการวิชาญ วิชาญพยายามส่งซิกด้วยสายตาที่เย็นชา แต่อำนาจของความจริงที่รณภพขุดขึ้นมาเริ่มทำให้พยานหลุดจากการควบคุม “ใคร...” รณภพกระซิบเสียงต่ำแต่ก้องกังวานไปทั่วห้อง “ใครเป็นคนบอกให้ท่านทำความสะอาดที่เกิดเหตุหลังการตาย?” พยานหน้าซีดเผือด “ผม... ผมไม่...” “ตอบมา!” รณภพตวาดกร้าว นี่ไม่ใช่ทนายผู้สุขุม แต่คือลูกชายของทนายที่ถูกใส่ร้ายที่กำลังทวงแค้นคืนจากระบบที่โสมม “ท่านกำลังเอาอนาคตตัวเองไปทิ้งเพื่อปกป้องคนที่แม้แต่ชื่อของท่าน เขายังไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ!” “คือ... คือคุณอัยการวิชาญครับ!” พยานตะโกนออกมาท่ามกลางเสียงฮือฮาทั้งห้องพิจารณาคดี วิชาญลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาดุจงูพิษที่พร้อมจะฉกกัด เขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก แต่กลับเดินตรงมาหารณภพจนเกือบชิด ร่างกายของเขาส่งกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่รณภพเกลียดชัง “เก่งมากรณภพ” วิชาญกระซิบผ่านไรฟัน ในขณะที่คนทั้งศาลกำลังโกลาหล “แต่น่าเสียดาย ที่กฎหมายไม่ได้วัดกันที่ความจริง แต่วัดกันที่ใครมีหลักฐานที่ ‘นิ่ง’ กว่ากัน” วิชาญเดินกลับไปที่โต๊ะ หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินขึ้นมาหนึ่งฉบับแล้วยื่นให้ผู้พิพากษา “ท่านครับ ผมมีหลักฐานอีกชิ้นที่อาจเปลี่ยนทิศทางของคดีนี้อย่างสิ้นเชิง เป็นบันทึกเสียงที่ระบุว่าทนายรณภพเองนั่นแหละที่เป็นคนว่าจ้างให้พยานคนนี้มาให้การเท็จ เพื่อใส่ร้ายผมในฐานะคู่ปรับทางการเมือง” หัวใจของรณภพหล่นวูบ เขาไม่เคยทำเช่นนั้น แต่มันคือการหักหลังที่สมบูรณ์แบบ วิชาญไม่ได้แค่ปัดตกข้อกล่าวหา แต่เขากำลังเปลี่ยนรณภพให้กลายเป็นอาชญากรเสียเอง ในขณะที่ทุกคนกำลังหันไปสนใจเสียงเคาะค้อนของผู้พิพากษาที่สั่งให้สงบสติอารมณ์ โทรศัพท์ของรณภพในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมาเป็นจังหวะ ข้อความจากเบอร์แปลกส่งเข้ามา: *“ศิรินทร์ไม่ได้อยู่ที่ที่ผมขังเธอไว้... เธออยู่ที่ไหนสักที่ที่แม้แต่คุณก็คิดไม่ถึง และตอนนี้ เธอเหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาที”* รณภพเบิกตากว้างเมื่อเห็นรูปแนบในข้อความ มันไม่ใช่ห้องมืด แต่เป็นห้องเก็บหลักฐานของศาลที่เขายืนอยู่... และพื้นห้องใต้เท้าของเขากำลังสั่นสะเทือนด้วยจังหวะที่ผิดปกติ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเป็นพยานในความมืดมิดนี้ครับ - พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%