เสียงกระแทกของค้อนไม้ประจำบัลลังก์ผู้พิพากษาดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสุนีบาต มันไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณเตือนให้ห้องพิจารณาคดีกลับมาสู่ความสงบเรียบร้อย แต่มันคือเสียงเคาะระฆังยกสุดท้ายของสังเวียนเลือดที่ไม่มีใครยอมถอย
เอกสารสำนวนคดีนับร้อยหน้าในมือของผมยับยู่ยี่จากการถูกบีบด้วยปลายนิ้วที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ หัวใจของผมเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความจริงที่ถูกฝังกลบมานานกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพิสูจน์บนบัลลังก์เลือดแห่งนี้ และคนที่ต้องชดใช้... ไม่ใช่ลูกความของผมอย่างแน่นอนครับ
"ท่านผู้พิพากษาครับ ทางฝ่ายจำเลยขอใช้สิทธิยื่นพยานวัตถุปิดคดีชิ้นสุดท้าย พยานชิ้นนี้จะทำให้เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ศาลอันทรงเกียรติแห่งนี้กำลังถูกตบตาด้วยภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นโดยกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยว"
ผมกวาดสายตาคมกริบไปยังที่นั่งของผู้ฟ้องคดี อัยการวิชาญนั่งนิ่งสนิท ใบหน้าที่มักจะแย้มยิ้มด้วยความเย่อหยิ่งในทุกนัดพิจารณาบัดนี้กลับตึงเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน มือของเขากำปากกาหมึกซึมจนข้อนิ้วขาวซีด เขารู้ดีว่าหากพยานชิ้นนี้ถูกเปิดเผย เกมที่เขาถือไพ่เหนือกว่ามาตลอดจะพังทลายลงในพริบตา
"คัดค้านครับท่านผู้พิพากษา!" อัยการวิชาญดีดตัวลุกขึ้นยืน เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด "พยานวัตถุปิดคดีควรถูกยื่นล่วงหน้าตามขั้นตอนทางกฎหมาย การนำเสนอในนาทีสุดท้ายแบบนี้ถือเป็นการประวิงเวลาและไม่เป็นธรรมต่อรูปคดี!"
ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่มีความหวาดหวั่นใดๆ ปรากฏในแววตาของผม ผมหันไปสบตากับอัยการวิชาญด้วยสายตาที่ผ่านการฝึกฝนมาจากการเผชิญหน้ากับความตายและความอยุติธรรมมานับครั้งไม่ถ้วน
"ท่านครับ กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อปิดกั้นความจริง แต่มีไว้เพื่อค้นหาความจริง" ผมหันไปทางผู้พิพากษาด้วยท่าทีสุภาพแต่หนักแน่น "หากสิ่งที่ผมกำลังจะนำเสนอเป็นเพียงการประวิงเวลาจริง ทำไมท่านอัยการถึงต้องแสดงอาการร้อนรนจนเก็บอาการไม่อยู่ล่ะครับ หรือเพราะท่านกลัวว่าความลับที่ซ่อนอยู่ใต้พรมตลอดสิบปี... กำลังจะถูกแสงสว่างแผดเผาจนหมดสิ้น"
เสียงซุบซิบดังระเบ็งเซ็งแซ่ขึ้นทั่วห้องพิจารณาคดี ผู้พิพากษาชราบนบัลลังก์ถอนหายใจยาวนานก่อนจะใช้สายตาพิจารณาผมอย่างลึกซึ้ง ท่านผ่านคดีมามากจนมองออกว่าเกมนี้ใครกำลังถือไพ่ตาย
"อนุญาตให้ทางฝ่ายจำเลยยื่นพยานวัตถุได้ครับทนายรณภพ แต่อย่าทำให้ศาลผิดหวังในความน่าเชื่อถือของพยานชิ้นนี้"
ผมโค้งศีรษะรับคำสั่งด้วยความเคารพ ก่อนจะก้าวเดินไปยังโต๊ะพยานชิ้นเอก สารวัตรศิรินทร์ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดส่งสายตาให้กำลังใจ เธอพยักหน้าน้อยๆ เป็นสัญญาณว่าหลักฐานนอกศาลที่เธอเสี่ยงชีวิตไปเอามาเมื่อคืนนี้พร้อมแล้ว
ผมหยิบกล่องโลหะสีดำสนิทขึ้นมา มันคือฮาร์ดดิสก์นิรภัยที่บรรจุดิจิทัลฟุตพรินต์ทั้งหมดของการปลอมแปลงหลักฐานในคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน คดีที่พรากชีวิตพ่อของผมไป และเป็นคดีเดียวกันกับที่กำลังถูกใช้เล่นงานลูกความของผมในวันนี้
ผมเสียบฮาร์ดดิสก์เข้ากับจอภาพกลางห้องพิจารณาคดี แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนใบหน้าของทุกคนในห้อง ความเงียบสงบเข้าปกคลุมราวกับไม่มีใครกล้าหายใจ
"ภาพและเสียงที่คุณกำลังจะได้เห็นต่อไปนี้..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานไปทั่วห้อง "ไม่ใช่ภาพตัดต่อ ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่มันคือภาพบันทึกกล้องวงจรปิดตัวจริงในคืนเกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน... คืนที่อัยการวิชาญยังเป็นแค่รองอัยการผู้ทะเยอทะยาน และเป็นคืนที่หลักฐานชิ้นสำคัญถูกสับเปลี่ยนเพื่อโยนความผิดให้ผู้บริสุทธิ์"
หน้าจอปรากฏภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูง ภาพของชายสองคนกำลังยืนคุยกันในห้องทำงานลับของสถานีตำรวจ หนึ่งในนั้นคือพ่อของผม... และอีกคนคืออัยการวิชาญที่กำลังยื่นข้อเสนออันโสมม
อัยการวิชาญหน้าถอดสี สีหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคน ฃไม่มีเลือดฝาด เขาหันรีหันขวางราวกับสัตว์ป่าที่จนมุม มือที่สั่นเทาพยายามควAคว้าเอกสารบนโต๊ะเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่สายตาของทุกคนในห้องพิจารณาคดีรวมถึงผู้พิพากษาต่างจดจ่ออยู่บนจอภาพนั้นอย่างไม่กะพริบตา
"ดูให้ดีๆ นะครับท่านผู้พิพากษา" ผมเดินเข้าไปใกล้แท่นอัยการ ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน "เกมการแก้แค้นที่ท่านวางแผนไว้ มันจบลงแล้วครับ"
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ภาพบนจอกำลังจะเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ เสียงสัญญาณเตือนภัยเพลิงไหม้ของศาลก็ดังสนั่นขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ไฟฟ้าภายในห้องพิจารณาคดีดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในชั่วพริบตา
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังมาจากทางประόตูด้านหลังห้องพิจารณาคดี พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ผมหันขวับกลับไปมอง ท่าท่ามกลางความมืดสลัวและแสงไฟสีแดงที่สาดส่อง ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทคนหนึ่งกำลังเดินแหวกฝูงชนเข้ามา รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเขาทำให้สันหลังของผมเย็นวาบ
ไม่ใช่แค่ความลับเรื่องคดีเมื่อสิบปีก่อน... แต่ดูเหมือนว่าพวกมันยังมีไพ่ใบสุดท้ายที่น่ากลัวกว่านั้นรออยู่
"ขออภัยที่ขัดจังหวะครับทนายรณภพ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับร่างของชายผู้ทรงอิทธิพลที่ควรจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด กลับก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องพิจารณาคดีอย่างอุกอาจ "พอดีผมมีพยานปากสำคัญอีกคน... ที่จะบอกว่าพ่อของคุณไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆาตกรรมโดยใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหากล่ะครับ"
หัวใจของผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อคนที่เดินตามหลังชายคนนั้นออกมาจากเงาสืดคือ... แม่ของผมเอง
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและยืนหยัดเคียงข้างความยุติธรรมมาจนถึงบทนี้ครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 46
บทที่ 46
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!