เสียงตบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดีที่เงียบงัด จนคล้ายเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน อัยการวิชาญยืนขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่บนมุมปากที่ขยับได้รูปอย่างสมบูรณ์แบบ สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบยาพิษ จ้องมองตรงมายังผมด้วยความกระหายในชัยชนะที่อยู่เอื้อมมือ
"ท่านผู้พิพากษาครับ ประจักษ์พยานและสำนวนหลักฐานทั้งหมดที่โจทก์นำเสนอมาตลอดสี่สิบสี่บทพิจารณาคดี ได้ชี้ชัดแล้วว่าจำเลยคือผู้บงการฆาตกรรมอำพรางในคดีบัลลังก์เลือดนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ การดิ้นรนหาช่องโหว่ทางกฎหมายโดยทนายความฝ่ายจำเลยเป็นเพียงการซื้อเวลาที่น่าสมเพชเท่านั้นครับ"
ผม—รณภพ—นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทนายจำเลย ปลายเล็บกดลงบนเนื้อไม้ใต้โต๊ะจนรู้สึกชาเบา ๆ ความเย็นเฉียบจากเหล็กกล้าแห่งความจริงกำลังวิ่งพล่านไปทั่วกระแสเลือด ภาพเงาของพ่อที่เคยยืนอยู่ ณ จุดนี้เมื่อหลายปีก่อน ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงราวกับจะเตือนสติว่า "ความยุติธรรมไม่ได้มีไว้ให้คนอ่อนแอ" ผมสูดลมหายใจเข้าลึก กวาดสายตามองหน้าผู้พิพากษาที่เริ่มแสดงสีหน้าลังเลตามแรงกดดันของอัยการมือหนึ่งแห่งรัฐ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ อย่างสง่างาม ปลดกระดุมสูทตัวนอกออกหนึ่งเม็ดเพื่อแสดงถึงความผ่อนคลายที่ซ่อนความดุดันเอาไว้
"ท่านผู้พิพากษาที่เคารพครับ..." น้ำเสียงของผมทุบทำลายความเงียบลงทีละพยางค์ ช้า ชัดเจน และทรงพลัง "ท่านอัยการวิชาญกล่าวว่าหลักฐานชี้ชัด... แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่งครับว่า แสงสว่างที่ส่องกระทบผิวน้ำไม่ได้หมายความว่าก้นบึ้งนั้นไม่มีโคลนตม"
ผมก้าวเดินช้า ๆ ไปยังกลางห้องพิจารณา สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอัยการวิชาญที่เริ่มไหววับชั่วขณะ
"ท่านอัยการอ้างถึงบันทึกการโทรศัพท์ในคืนเกิดเหตุว่า จำเลยเป็นผู้โทรสั่งการฆาตกรรม แต่ท่านครับ... บันทึกการโทรฉบับนั้นที่ท่านนำมาแสดงต่อศาล เป็นฉบับจริง... หรือฉบับที่ถูกตัดต่อด้วยเทคโนโลยี Deepfake เสียงที่ศาลได้ยินเมื่อสัปดาห์ก่อน แท้จริงแล้วไม่ใช่เสียงของลูกความผม แต่มันคือเสียงที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นจากห้องปฏิบัติการใต้ดินของกรมตำรวจโดยคำสั่งของใครบางคน ที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของห้องพิจารณาคดีนี้ต่างหากครับ!"
สิ้นเสียงของผม ทั้งห้องพิจารณาคดีพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที ผู้สื่อข่าวต่างพากันจดบันทึกยิก ๆ แฟลชกล้องถ่ายรูปสว่างวาบจนแสบตา อัยการวิชาญหน้าถอดสีไปชั่วขณะ ก่อนจะกัดฟันกรอดแล้วตะโกนแทรกขึ้นมาเสียงดัง
"คัดค้านครับท่านผู้พิพากษา! ทนายรณภพกำลังกล่าวหาลอย ๆ โดยไม่มีพยานวัตถุมายืนยัน เป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของจำเลยที่หมดหนทาง!"
"ผมไม่ได้กล่าวหาลอย ๆ ครับท่านอัยการ..." ผมหันกลับไปสบตาเขาด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบยิ่งกว่า "เพราะพยานปากเอกที่สามารถยืนยันความจริงทั้งหมดนี้ได้... กำลังก้าวเข้ามาในห้องพิจารณาคดีนี้ ณวินาทีนี้แล้วครับ"
ประตูไม้บานใหญ่ด้านหลังห้องพิจารณาคดีค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมอีกครั้ง สารวัตรศิรินทร์ก้าวเข้ามาในชุดนอกเครื่องแบบ ใบหน้าของเธอเหนื่อยล้าแต่แววตากล้าหาญเด็ดเดี่ยว ในมือของเธอถือแฟ้มหนังสีดำเก่า ๆ แฟ้มเดียวกับที่พ่อของผมเคยถือในคดีสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกใส่ร้ายจนต้องจบชีวิตลงด้วยมือของคนมีอำนาจในกระบวนการยุติธรรม
สารวัตรศิรินทร์หยุดยืนเคียงข้างผม เธอส่งแฟ้มในมือให้ผมช้า ๆ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคนว่า "ตัวจริง เสียงจริง และต้นฉบับสำนวนลับที่นายแกแกะรอยหามาตลอดสามเดือน... อยู่ที่นี่แล้ว รณภพ"
หัวใจของผมเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความจริงที่ถูกฝังกลบมานานกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพิสูจน์บนบัลลังก์เลือดแห่งนี้ และคนที่ต้องชดใช้... ไม่ใช่ลูกความของผมอย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมเสมอมา พยานปากเอกจะพาคดีนี้ไปสู่ความจริงที่สะเทือนทุกบัลลังก์ในตอนหน้าอย่างแน่นอนครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 45
บทที่ 45
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!