กลิ่นดินปืนอบอวลจนแสบจมูกคละคลุ้งไปกับกลิ่นฝุ่นปูนที่ฟุ้งกระจายในความมืดมิด เสียงกรีดร้องของพยานในห้องพิจารณาคดีเลือนหายกลายเป็นเสียงอื้ออึงในหูผม รณภพ... ตั้งสติไว้ ผมสั่งตัวเองพลางเอื้อมมือไปคว้าขอบโต๊ะทนายที่โยกคลอน แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ไม่ใช่แค่ระเบิดธรรมดา แต่มันคือการทำลายรากฐานของความยุติธรรมที่ผมกำลังพยายามกอบกู้
"หมอบลง! อย่าขยับ!" เสียงตะโกนของสารวัตรศิรินทร์ดังขึ้นทางขวา เธอหายใจหอบถี่ ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของเหล็กที่เธอคว้าออกมาจากซองปืนข้างเอว
เสียงฝีเท้าหนักๆ นับสิบคู่ย่ำลงบนพื้นไม้ที่แตกละเอียด พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อเก็บกวาด ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยจังหวะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่ใช่โจรทั่วไป แต่นี่คือหน่วยที่ถูกส่งมาจาก ‘ใครบางคน’ ที่มีอำนาจล้นฟ้าในกระทรวงยุติธรรม
"ศิรินทร์... ฟังผมนะ" ผมกระซิบข้างหูเธอในความมืด "ถ้าพวกมันเข้ามาถึงตัว เราต้องแยกกัน ประตูด้านหลังห้องพิจารณาคดีมีทางระบายอากาศอยู่"
"คุณจะให้ฉันทิ้งคุณไว้ที่นี่หรือไง รณภพ? ลืมไปแล้วหรือว่าเรากำลังทำคดีอะไรอยู่?" เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว
"เพราะคดีนี้แหละ ผมถึงต้องให้คุณออกไป" ผมคว้าแฟ้มเอกสารสำคัญที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อสูทส่งให้เธอ "หลักฐานชิ้นนี้... คำให้การของพยานลับที่อัยการวิชาญพยายามฆ่าปิดปาก ถ้าเอกสารนี้ไม่ถึงมือสื่อมวลชนก่อนรุ่งสาง พ่อของผมจะตายฟรี และความจริงทั้งหมดจะถูกฝังไว้ใต้ศาลแห่งนี้ตลอดกาล"
แสงไฟฉายจากอาวุธปืนกวาดผ่านความมืดเข้ามาทางหน้าประตู เสียงหักลำกล้องปืนลูกซองดัง 'กริ๊ก' สะท้อนก้องห้องพิจารณาคดีที่เคยศักดิ์สิทธิ์ เงาของชายฉกรรจ์ในชุดดำเริ่มปรากฏชัดขึ้นท่ามกลางฝุ่นละออง
"ทนายรณภพ... ออกมาเถอะครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น มันคือเสียงของคนที่ผมคุ้นเคยที่สุดคนหนึ่งในวงการกฎหมาย "อย่าให้เรื่องมันยากกว่าที่เป็นอยู่เลย กฎหมายมีไว้คุ้มครองคนที่มีอำนาจจะใช้มัน ส่วนคนที่ขวางทาง... มักจะจบลงด้วยอุบัติเหตุเสมอ"
อัยการวิชาญ... เขายืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในชุดสูทเนี้ยบกริบ ผิดกับความโกลาหลที่เขาสร้างขึ้น เขาไม่ได้มาเพื่อสั่งการ แต่เขามาเพื่อ 'ชม' ฉากจบด้วยตัวเอง
ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นออกจากสูทอย่างใจเย็น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบระเบิด มือผมกุมหลักฐานจำลองไว้แน่น ในขณะที่ศิรินทร์กำลังถอยร่นเข้าไปในความมืดตามแผนที่วางไว้ ผมก้าวออกมาเผชิญหน้ากับแสงไฟฉายที่ส่องเข้าตากระทบคั้นจนต้องหรี่ลง
"คุณวิชาญครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ "การระเบิดศาลเพื่อทำลายหลักฐาน นี่คือกลยุทธ์ล่าสุดในตำรากฎหมายที่คุณเขียนขึ้นเองหรือครับ? น่าเสียดายที่ในตำราเล่มนั้น... คุณลืมเขียนบทลงโทษสำหรับอาชญากรที่สวมชุดอัยการไว้ด้วย"
วิชาญหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่ารังเกียจ เขาเดินเข้ามาใกล้จนผมเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแว่นสายตาของเขา "ความยุติธรรมคือความเห็นของคนหมู่มากที่ถูกจัดตั้งขึ้นต่างหากรณภพ นายคิดว่าคนอย่างนายจะสู้กับระบบที่วางรากฐานมาเป็นร้อยปีได้งั้นรึ?"
"คนอย่างผม... อาจจะทำไม่ได้" ผมเว้นจังหวะ สายตาเหลือบไปเห็นเงาของศิรินทร์ที่เคลื่อนที่ผ่านเพดานห้องไปยังทางออก "แต่คนอย่างพ่อผม... สอนให้ผมรู้ว่า ต่อให้ศาลพังทลายลงมา ความจริงก็ยังเป็นความจริงวันยังค่ำ"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณไซเรนของรถตำรวจดังกึกก้องขึ้นมาจากภายนอก พร้อมกับแสงไฟสีน้ำเงินแดงที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ที่แตกละเอียด รอยยิ้มบนใบหน้าของวิชาญแข็งค้าง
"คุณคิดว่าเรียกตำรวจมาแล้วคุณจะรอดเหรอ?" เขาคำราม พยักหน้าให้ลูกน้องที่ยืนล้อมรอบ
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า เปิดหน้าจอที่แสดงการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งตอนนี้มีผู้เข้าชมสดหลายหมื่นคน "ผมไม่ได้เรียกแค่ตำรวจครับวิชาญ ผมถ่ายทอดสดตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว ทุกคำพูด ทุกท่าทางของคุณ... ตอนนี้คนทั้งประเทศกำลังเป็นพยานปากเอกแทนผมอยู่"
วิชาญหน้าถอดสี มือสั่นระริกขณะที่พยายามจะคว้าโทรศัพท์จากมือผม แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะกระชากตัวผม เสียงฝีเท้าหนักๆ อีกชุดหนึ่งดังขึ้นจากทางเข้าหลักไม่ใช่ทางที่พวกชุดดำเฝ้าอยู่ แต่เป็นทางเข้าที่เชื่อมกับห้องโถงใหญ่
ชายในชุดเครื่องแบบเต็มยศเดินเข้ามาพร้อมกองกำลังติดอาวุธที่ดูเหนือกว่าพวกของวิชาญหลายเท่า ผู้นำกลุ่มก้าวออกมา เขาไม่ใช่ตำรวจ... แต่เป็นผู้พิพากษาอาวุโสที่ใครๆ ต่างคิดว่าเกษียณไปแล้ว และข้างๆ เขาคือบุคคลที่ผมไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
ชายที่ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรตัวจริงในคดีที่พ่อผมถูกใส่ร้ายเมื่อยี่สิบปีก่อน... เขายังมีชีวิตอยู่ และเขากำลังเดินตรงมาทางผมพร้อมกับกุญแจมือในมือ
"คดีนี้ยังไม่จบหรอกครับรณภพ" ผู้พิพากษาพูดพลางมองไปที่วิชาญด้วยแววตาเย็นชา "เพราะคนที่คุณตามหามาทั้งชีวิต... นั่งอยู่ในที่นั่งพยานคนสุดท้ายตลอดเวลา"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขคดีไปกับผมจนถึงบรรทัดนี้ พยานปากเอกทุกคนครับนะครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 32
บทที่ 32
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!