เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 31

บทที่ 31

ผลงานโดย พยานปากเอก
"วางปืนลงซะ ศิรินทร์... คุณไม่ได้กำลังเล็งไปที่คนร้าย แต่คุณกำลังเล็งไปที่คนเดียวที่จะช่วยให้คุณพ้นจากบ่วงกรรมนี้ได้" เสียงของผมดังก้องในโถงศาลที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ผมยืนนิ่ง ร่างกายไม่ขยับแม้แต่เซนติเมตรเดียว ไม่ใช่เพราะความกล้าหาญบ้าบิ่น แต่เพราะผมรู้ดีว่าหากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว กระสุนนัดนั้นจะพุ่งทะลุขั้วหัวใจของผมทันที ดวงตาของศิรินทร์แดงก่ำ มือที่กุมปืนสั่นเทาอย่างรุนแรง เธอไม่ได้มองหน้าผม เธอจ้องเขม็งไปที่ชายที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่... ชายผู้ที่รอยยิ้มมุมปากของเขากำลังบอกผมว่า นี่คือฉากจบที่เขาเขียนไว้ล่วงหน้า อัยการวิชาญยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อสูทราคาแพงไร้รอยยับย่น เขามองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนกำลังดูละครเวทีที่เขาสั่งให้ตัวละครเล่นตามบทบาท "ใจเย็นๆ นะครับคุณสารวัตร" วิชาญเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหยียดหยาม "ความแค้นมันทำให้คนเรามองเห็นภาพลวงตาได้ง่ายเหลือเกิน คุณคิดว่าทนายรณภพคือคนทรยศงั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี" ศิรินทร์แค่นหัวเราะออกมา เสียงของเธอกร้าวและแหบพร่า "หุบปาก... แกนั่นแหละวิชาญ แกเป็นคนส่งไฟล์นั่นให้ฉัน แกเป็นคนบอกว่ารณภพคือหนอนบ่อนไส้ที่ขายข้อมูลให้มาเฟีย! แล้วทำไม... ทำไมตอนนี้แกถึงยืนอยู่ข้างๆ คนพวกนั้น!" เธอกวาดสายตาไปยังชายชุดดำสองคนที่ยืนขนาบข้างอัยการวิชาญ นี่ไม่ใช่ห้องพิจารณาคดีแล้ว แต่มันคือกับดักที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยประณีต ความจริงในหัวของศิรินทร์เริ่มพังทลายลงในวินาทีนั้น ผมค่อยๆ ขยับมือขึ้นช้าๆ ไม่ได้ขยับเพื่อต่อสู้ แต่ขยับเพื่อเปิดสูทด้านในออก แสดงให้เห็นว่าผมไม่มีอาวุธ "ศิรินทร์ ฟังผมนะ หลักฐานที่คุณถืออยู่... ไฟล์เสียงที่คุณได้รับมา มันถูกตัดต่อ" "ไม่จริง!" เธอตะโกนแทรก ความเปราะบางในใจที่สะสมมานานดูเหมือนจะแตกสลาย "มันคือของจริงครับ" วิชาญพูดแทรกขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลัง "รณภพ คุณลองสารภาพออกมาเถอะว่าคืนที่พ่อของคุณตาย คุณทำอะไรไว้บ้าง ความจริงมันซ่อนไม่ได้ตลอดไปหรอกนะ" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่ทิ่มแทงเข้าที่กลางอกผม พ่อของผม... เรื่องที่ผมปิดตายไว้ กลับถูกขุดขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างในวินาทีที่วิกฤตที่สุด ผมเห็นสายตาของศิรินทร์วูบไหว เธอสับสนระหว่างมิตรภาพกับความเชื่อที่ถูกป้อนให้จนเต็มสมอง ผมตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้ปืนจะจ่อที่หน้าผาก แต่สายตาผมไม่ได้มองที่ปากกระบอกปืน ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของศิรินทร์ "ศิรินทร์ ผมทำคดีนี้มาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อผม และผมไม่มีทางทำลายความเชื่อใจที่คุณมีให้ผมด้วยการทรยศหักหลัง คุณรู้ดีกว่าใครว่าผมเป็นคนยังไง" "รณภพ... หยุดพูดเถอะ" เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ "ถ้าคุณบริสุทธิ์จริงๆ ทำไมหลักฐานในมือฉันถึงระบุชื่อคุณเป็นผู้บงการแผนฆาตกรรมครั้งนี้!" บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก วิชาญก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด เขากำลังสนุกกับเกมนี้ "คุณทนายครับ เกมมันจบแล้วล่ะ ความจริงในศาลนี้ไม่ได้ตัดสินด้วยความถูกต้อง แต่มันตัดสินด้วยหลักฐานที่ใครกุมอำนาจไว้มากกว่า" ผมอมยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้วิชาญชะงักไปครู่หนึ่ง "คุณพูดถูกครับวิชาญ หลักฐานคือสิ่งสำคัญ... แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะ ในฐานะทนายความ ผมไม่เคยเดินเข้าสนามรบโดยไม่มีแผนสำรอง" ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มือของศิรินทร์กระชากปืนแน่นขึ้นพร้อมลั่นไก แต่ทันใดนั้น เสียงสัญญาณไฟแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะผู้พิพากษาที่อยู่ใกล้ๆ ก็ดังขึ้น ข้อมูลทั้งหมดที่ผมเตรียมไว้ถูกส่งเข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์ของศาลโดยอัตโนมัติ "ศิรินทร์... ดูหน้าจอที่นั่นสิครับ" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท "นั่นคือไฟล์ต้นฉบับที่คุณยังไม่เคยเห็น และเป็นสิ่งที่วิชาญพยายามปกปิดมาตลอดสามปี" ใบหน้าของอัยการวิชาญเปลี่ยนสีทันที เขาพุ่งตัวจะคว้าแท็บเล็ตเครื่องนั้น แต่ศิรินทร์ซึ่งยืนขวางอยู่กลับเปลี่ยนเป้าหมายจากหน้าอกของผม ไปที่ขมับของอัยการวิชาญในพริบตา "อย่าขยับ!" ศิรินทร์ตะคอก เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นตำรวจผู้เด็ดเดี่ยวอีกครั้ง "ฉันเพิ่งเห็นบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับของคุณ... วิชาญ" อัยการวิชาญนิ่งค้าง รอยยิ้มเย้ยหยันหายไปเหลือเพียงความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากาก เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "คุณคิดว่าแค่นี้จะจัดการผมได้เหรอ? คุณลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนคุมลูกขุนชุดนี้" ทว่าในตอนนั้นเอง ประตูห้องพิจารณาคดีก็ถูกผลักออกอย่างแรง ชายในชุดครุยสีดำก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่ใช่ผู้พิพากษาคนเดิมที่ผมคุ้นเคย แต่เป็นประธานศาลฎีกาที่ไม่ได้ปรากฏตัวในคดีระดับนี้มานานหลายทศวรรษ "อัยการวิชาญ..." เสียงทุ้มต่ำของประธานศาลดังขึ้น "ท่านถูกสั่งพักราชการทันที พร้อมกับการตรวจสอบกรณีทุจริตในศาลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" วิชาญหน้าถอดสี ร่างกายเขาสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว ศิรินทร์ค่อยๆ ลดปืนลง ความโล่งใจแผ่ซ่านในห้อง แต่ในวินาทีที่ผมคิดว่าทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย ผมกลับเห็นเงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังประธานศาลฎีกา เงาร่างหนึ่ง... ชายแก่ที่มีรอยแผลเป็นที่หางตา กำลังยืนจ้องมองผมมาจากมุมมืดของโถงทางเดิน มือของเขากำลังกดรีโมทบางอย่างในมือ และนั่นทำให้ผมตระหนักได้ว่า... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากใต้พื้นศาล แรงสั่นสะเทือนทำให้ทุกคนล้มลงกับพื้นพร้อมกัน ไฟฟ้าดับมืดสนิท ผมได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตรงเข้ามาทางนี้ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เป็นสิบ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมมาถึงจุดพลิกผันนี้นะครับ ครั้งหน้าเราจะไปดูกันว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงที่แม้แต่ศาลก็ยังคุกเข่าให้ครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%