เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 6

คำเตือนจากเงามืด

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นออนแชมของกาแฟดำที่เยียบเย็นจนจืดชืด ไม่ได้ช่วยให้สมองของรณภพปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะทำงานรกเรื้อในสำนักงานทนายความย่านเก่า แฟงสำนวนคดีฆาตกรรมของประธานบริษัท "สยามโภคภัณฑ์" ถูกกางทับด้วยเอกสารทางการเงินอีกชุดที่เพิ่งมีคนแอบสอดไว้ใต้ประตูเมื่อตอนตีสาม กระดาษแผ่นนั้นไม่มีหัวจดหมาย ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงข้อความสั้นๆ ด้วยลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉาน—*“อยากจบแบบพ่อ แกก็ลองสืบต่อดูสิ ทนายรณภพ”* ปลายนิ้วเรียวยาวของรณภพชะงักค้างอยู่เหนือกระดาษแผ่นนั้น ความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว—ภาพร่างไร้วิญญาณของพ่อ ทนายความน้ำดีผู้ถูกปรักว่ารับสินบนจนต้องจบชีวิตตัวเองในห้องทำงานแคաբๆ นี้ แรงกดดันชนิดเดียวกันกำลังบีบรัดขั้วหัวใจของเขาอีกครั้ง แต่นี่ไม่ใช่ความกลัว... มันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายไฟแห่งความโกรธแค้นในดวงตาคมกริบ แกร็ก! เสียงบานประตูไม้เนื้อแข็งถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ สารวัตรศิรินทร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือบางถือแฟ้มสีน้ำตาลยับยู่ยี่ เธอไม่ต้องเสียเวลาทักทาย เพราะรู้ดีว่าเวลานี้มีความหมายเท่ากับลมหายใจ "นายเห็นแฟ้มนี้หรือยัง?" ศิรินทร์โยนแฟ้มลงบนโต๊ะ เสียงกระแทกเบาๆ ดึงรณภพออกจากภวังค์ "ฉันเพิ่งไปคุยกับแผนกบัญชีลับของสยามโภคภัณฑ์มา ทางนั้นบอกว่าก่อนตาย ประธานธนาธรพยายามจะเซ็นอนุมัติโอนเงินก้อนโตสี่ร้อยล้านบาทเข้าบัญชีปริศนาในต่างประเทศ แต่ถูกยับยั้งไว้เสียก่อน... และคนที่ถืออำนาจอนุมัติรองลงมา ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอัยการวิชาญ" รณภพเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะเล็กน้อย "หมากตัวใหญ่เริ่มขยับแล้วสินะ... อัยการวิชาญไม่ได้แค่ต้องการชนะคดีนี้เพื่อความก้าวหน้า แต่เขากลัวว่าถ้าเราขุดลึกลงไป เส้นทางการเงินที่โยงใยกับผลประโยชน์มหาศาลจะลากคอเขาขึ้นมาบนเขียงด้วย" "แต่นายกำลังเอาชีวิตเข้าแลกนะรณภพ" ศิรินทร์โน้มตัวลงมา ใช้สองมือยันขอบโต๊ะ สายตาจริงจังมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "เช้าวันนี้ฉันเพิ่งโดations คำสั่งย้ายด่วนจากเบื้องบน เหตุผลคือ ‘ออกนอกลู่นอกทางในการสืบสวน’ มีคนระดับสูงพยายามปิดปากพวกเรา นายปฏิเสธคดีนี้ตอนนี้ยังทัน... ฉันไม่อยากเห็นใครต้องตายเพราะความยุติธรรมบ้าๆ นี่อีก" รณภพเงียบไปอึดใจหนึ่ง เขาเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามเก่งของพ่อ หมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาตำรวจสาวนัยน์ตากลมโตอย่างไร้ความหวั่นเกรง "ศิรินทร์... เธอจำหน้าที่ของทนายความบนบัลลังก์ได้ไหม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นและหนักแน่น "หน้าที่ของเราไม่ใช่การวิ่งหนีเมื่อกระสุนพุ่งมาทางเรา แต่คือการยืนหยัดแล้วใช้ข้อเท็จจริงเป็นโล่กำบัง ถ้าฉันถอยวันนี้ พ่อฉันจะตายฟรี และความจริงก็จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับศพของประธานธนาธร" คำพูดนั้นเฉียบคมดั่งใบมีดโกน ศิรินทร์ถอนหายใจยาวเหยียด เธอรู้ดีว่าไม่มีคำพูดใดในโลกที่จะเปลี่ยนใจผู้ชายคนนี้ได้อีกแล้ว "ตกลง... ถ้านายไม่ยอมถอย ฉันก็จะลุยกับนายให้ถึงที่สุด" ศิรินทร์ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของทนายหนุ่ม "ข้อมูลที่ฉันหามาได้ล่าสุดระบุว่า คืนนี้จะมีการประชุมลับระหว่างบอร์ดบริหารของสยามโภคภัณฑ์กับบุคคลปริศนาที่โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าเราเข้าไปหาหลักฐานในห้องนั้นได้ เราอาจจะได้บัญชีลับฉบับจริงมามัดตัวพวกมันทั้งหมด" รณภพพยักหน้ารับช้าๆ "ดี คืนนี้เราจะไป ‘เยี่ยม’ พวกเขาด้วยกัน" บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ รณภพหันกลับไปมองเอกสารข่มขู่บนโต๊ะอีกครั้ง ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาขยำเป็นก้อนแล้วโยンลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ความกลัวถูกแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เขารู้ดีว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนามและกับระเบิดที่พร้อมจะคร่าชีวิต แต่ในฐานะทนายความ พลิกคดีนาทีสุดท้ายคือเกมที่เขาถนัดที่สุด ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังวางแผนขั้นเด็ดขาด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ศิรินทร์ชักมือลงไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ตโดยสัญชาตญาณ รณภพส่งสัญญาณมือให้เธอเงียบ แล้วค่อยๆ เดินไปที่ประตู บิดลูกบิดช้าๆ เพื่อเปิดรับแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญ ทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเปียกโชกไปด้วยหยาดฝนก็เซถลาเข้ามาข้างใน ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก และที่กลางหลังของเขามีรอยมีดปักคาอยู่ เลือดสีแดงฉานไหลทะลักย้อมเสื้อสูทสีเทาจนน่ากลัว ชายปริศนาล้มลงแทบเท้าของรณภพ มือที่เย็นเฉียบเอื้อมขึ้นมาคว้าชายกางเกงของทนายหนุ่มไว้แน่น ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบาและขาดห้วงราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย *"พวกมัน... รู้ตัวแล้ว... และคนที่สั่งเก็บ... ไม่ใช่อัยการวิชาญ... แต่คือ..."* ยังไม่ทันที่คำพูดจะสิ้นสุด ดวงตาของชายปริศนาก็เบิกโพลง ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลุดลอยออกไป ร่างกายไร้ซึ่งวิญญาณล้มพับลงกับพื้นห้องต่อหน้าต่อตาทั้งสองคน รณภพก้มมองศพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่ทาบทับอยู่บนกระจกหน้าต่างบานเกล็ดด้านนอก... มีใครบางคนกำลังยืนมองพวกเขากลับมาจากความมืดมิดในยามวิกาล --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบหาความจริงไปกับทนายรณภพครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า—พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%