"คุณกำลังโกหก อัยการวิชาญ และที่เลวร้ายกว่านั้น คือคุณกำลังพยายามเล่นตลกกับกระบวนการยุติธรรมด้วยหลักฐานที่กลิ่นคาวเลือดมันฟุ้งกระจายจนคนตาบอดก็ยังได้กลิ่น"
เสียงของรณภพก้องกังวานอยู่ในห้องพิจารณาคดีที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง เขาไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบดั่งผิวน้ำที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำเอาไว้นั้นกลับบาดลึกยิ่งกว่าใบมีดโกน รณภพก้าวเข้าไปใกล้แท่นพยาน ขยับเนคไทสีเข้มของตนเองเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่งเกินควร
อัยการวิชาญหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก "ทนายรณภพครับ... ความเร่าร้อนของคุณมันเป็นเรื่องดีสำหรับการแสดงละครเวที แต่ในศาลแห่งนี้ เราพูดกันด้วยหลักฐาน ไม่ใช่จินตนาการเพ้อเจ้อจากปมด้อยในอดีตของคุณ"
คำว่า 'ปมด้อย' กระตุกคิ้วของรณภพเพียงเล็กน้อย แต่เขายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ดั่งก้อนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา วางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กที่ขัดเงาวับจนสะท้อนภาพใบหน้าของวิชาญที่เริ่มเปลี่ยนสี
"หลักฐานน่ะหรือครับ?" รณภพย้อนถามพลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว "รายงานฉบับนี้ลงวันที่ 14 เดือนที่แล้ว แต่รอยนิ้วมือบนซองปืนที่สารวัตรศิรินทร์เพิ่งได้รับมาเมื่อคืน... มันถูกประทับไว้ทับรอยเลือดที่แห้งกรังไปก่อนหน้านั้นสองวัน ถ้าจำเลยเป็นคนลงมือจริง ตามทฤษฎีของคุณ เขาจะเอานิ้วไปแตะซองปืนหลังจากที่เลือดแห้งไปแล้วทำไมครับ? หรือว่าเขาเป็นวิญญาณที่กลับมาจัดฉากให้คุณเพื่อให้คดีมันสมบูรณ์แบบ?"
ห้องพิจารณาคดีเริ่มมีเสียงกระซิบกระซาบ ผู้พิพากษาเคาะค้อนไม้ดั่งสัญญาณเตือนภัย ทว่าในใจของรณภพกลับจดจ่ออยู่กับการสังเกตมือที่สั่นน้อยๆ ใต้โต๊ะของวิชาญ
เขารู้ดีว่านี่คือ 'เงื่อนตาย' ที่เขาตามหามาตลอดตั้งแต่พ่อของเขาถูกกล่าวหาในคดีทำนองเดียวกันนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อของเขาไม่เคยได้รับโอกาสที่จะตั้งคำถามแบบนี้ เพราะท่านยอมจำนนต่ออคติของสังคม แต่สำหรับรณภพ... เขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด
"ผมขอเวลาสิบนาทีครับท่านประธาน" รณภพหันไปทางผู้พิพากษา "ผมต้องการนำเสนอพยานปากสำคัญที่จะยืนยันว่า เหตุการณ์ในคืนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในที่เกิดเหตุอย่างที่อัยการวิชาญพยายามชี้นำ"
อัยการวิชาญหน้าถอดสีทันที เขาพยายามจะคัดค้าน แต่ผู้พิพากษาโบกมือห้าม "อนุญาตครับทนายรณภพ เชิญพยานของคุณเข้ามาได้"
ประตูห้องพิจารณาคดีค่อยๆ แง้มออก รณภพสูดลมหายใจลึก เขาไม่ได้หวังให้มันง่ายดาย แต่เขาหวังว่าการเดินหมากครั้งนี้จะพลิกกระดานที่เสียเปรียบมาโดยตลอดได้ ทว่าสิ่งที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่สารวัตรศิรินทร์ตามที่เขานัดหมายไว้ แต่เป็นชายร่างท้วมในชุดสูทสีเทาหม่นที่รณภพไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
ชายคนนั้นถือแฟ้มสีดำสนิทเดินตรงมาที่โต๊ะพยาน เขาไม่ได้มองหน้าใครเลยนอกจากผู้พิพากษา ก่อนจะวางแฟ้มเล่มนั้นลงและเปิดมันออกช้าๆ
รณภพชะงัก สายตาเขาสะดุดเข้ากับตราประทับสีแดงฉานบนกระดาษแผ่นแรก มันไม่ใช่หลักฐานของคดีนี้ แต่มันคือคำสั่งรื้อฟื้นคดีเก่า... คดีของพ่อเขา
"ทนายรณภพครับ" ชายแปลกหน้าพูดด้วยเสียงแหบพร่า "คุณกำลังตามหาฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมครั้งนี้ใช่ไหม... แต่บางที คุณอาจจะต้องหันกลับไปดูว่าคนคนเดียวกันนั้น นั่งอยู่ข้างหลังคุณมาตลอดทั้งบทเรียนชีวิตที่ผ่านมาหรือเปล่า"
รณภพหันขวับไปทางด้านหลัง ในขณะที่อัยการวิชาญเริ่มหัวเราะร่วนออกมาอย่างบ้าคลั่ง สารวัตรศิรินทร์ผลักประตูห้องพิจารณาเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือของเธอถือโทรศัพท์ที่สั่นไม่หยุด "รณภพ! อย่าเพิ่งฟังมัน! สิ่งที่อยู่ในแฟ้มนั่น... มันคือกับดักที่ออกแบบมาเพื่อทำลายชีวิตคุณโดยเฉพาะ!"
ทว่ากระดาษแผ่นสุดท้ายในแฟ้มถูกเปิดออก มันคือภาพถ่ายของรณภพเองในคืนที่พ่อของเขาเสียชีวิต ในภาพนั้น... รณภพที่ยังเป็นเด็ก กำลังยืนถือปืนกระบอกเดียวกับที่เป็นของกลางในคดีนี้ ท่ามกลางกองเลือดของผู้เป็นพ่อ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความจริงที่เริ่มบิดเบี้ยวนี้ พยานปากเอกขอขอบคุณจากใจครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 21
บทที่ 21
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!