คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ•ตอนที่ 9

เสียงกระซิบจากผนังปูน

ผลงานโดย นภากระซิบผี
เศษปูนเก่าแก่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์เสียงดัง *แกรก* ท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักร้างชั้นสี่ รณกรใช้ปลายนิ้วแตะลงบนรอยแยกของผนังห้องที่มีคราบสีน้ำตาลเข้มเกรอะกรัง กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวสนิมจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ แม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่าสิบปีแล้วก็ตาม "ระวังหน่อยนะคะ เจ้าของห้องเดิมเขาค่อนข้างหวงพื้นที่พอสมควรทีเดียวค่ะ" เสียงนุ่มนวลแต่เจือกระแสเตือนภัยของอาจารย์มินตราดังขึ้นจากมุมห้อง หญิงสาวในชุดสูทลำลองทะมัดทะแมงกำลังใช้ปลายพู่กันจุ่มหมึกอาคมสีชาด ลากเส้นยันต์คุ้ม กันเขตแดนลงบนพื้นคอนกรีตอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยความมั่นใจและระเบียบแบบแผนอันรัดกุมของนักวิชาการสายไสยเวทผู้เจนจัดสนาม รณกรพยักหน้ารับอย่างระมัดระวัง เขาดึงยันต์กระดาษสีเหลืองนวลออกจากกระเป๋าเสื้อมาถือไว้ในมือ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้ดวงชะตาของเขาจะพัวพันกับสิ่งลี้ลับมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งมาเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญตอนตีสามอยู่บ่อยครั้ง แต่การไขคดีฆาตกรรมอำพรางที่ซ่อนเร้นมานานนับทศวรรษผ่านความทรงจำของดวงวิญญาณเร่ร่อน ก็ยังคงสร้างความกดดันให้หัวใจเต้นระส่ำไม่น้อย "ผมสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตที่ถูกกดทับไว้ใต้โครงสร้างปูนนี่ค่ะ... ไม่ใช่สิครับ... เอ่อ หมายถึง ไม่ใช่ครับ... ไม่ใช่ค่ะอาจารย์" รณกรเผลอหลุดปากเกร็งเมื่อรู้ตัวว่าเกือบใช้สรรพนามผิดสำนวนประจำตัวของอาจารย์สาว มินตราปรายตามองลูกศิษย์หนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มบางๆ อย่างนึกเอ็นดูในความล่ำลั่กของเขา "ตั้งสติให้ดีค่ะคุณรณกร วิญญาณดวงนี้ไม่ได้ต้องการทำร้ายเรา แต่นางกำลังรอคอยความยุติธรรม ปูนแผ่นนี้ไม่ได้เป็นแค่สิ่งก่อสร้าง แต่มันคือหลุมศพที่ถูกปิดตายด้วยความลับของผู้มีอิทธิพลในอดีตค่ะ" ทันทีที่อาจารย์มินตราสะบัดพู่กันขีดเส้นยันต์บรรทัดสุดท้ายเสร็จสิ้น แสงสีทองเรืองรองก็วาบขึ้นชั่วพริบตา ก่อนจะจมหายลงไปในเนื้อปูน ทันใดนั้น อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงทันที ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ ผนังปูนที่เคยแห้งสนิทกลับเริ่มมีรอยร้าวขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังพยายามดันมันออกมาจากด้านหลัง เสียงกระซิบแผ่วเบา หอบกระเส่าด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดดังระงมขึ้นจากในเนื้อปูน *“ช่วย... ด้วย... ฉัน... เจ็บ...”* รณกรไม่รอช้า เขาหยิบเหรียญโบราณอาคมขึ้นมาขูดลงไปตามรอยแยกของปูนอย่างเป็นระบบ ตามตำรามานุษยวิทยาไสยเวทที่อาจารย์มินตราเคยถ่ายทอดให้ ทุกท่วงท่ามีความหมายและผ่านการคำนวณทิศทางพลังงานหยินหยางอย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้ดวงวิญญาณแตกสลายไปก่อนที่จะสื่อสารความจริง เศษปูนชิ้นใหญ่ก้อนสุดท้ายร่วงหล่นลงมา เผยให้เห็นโครงกระดูกมนุษย์ที่ถูกฝังอำพรางไว้อย่างแนบเนียนในผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมๆ กับร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดเดรสยุคเก่าที่ก้าวถอยหลังออกมาจากผนัง ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกทำร้าย "ไม่ต้องกลัวนะคะพวกเรามาที่นี่เพื่อฟังเสียงของคุณค่ะ" มินตราก้าวเข้าไปใกล้ร่างโปร่งแสงนั้นอย่างนุ่มนวล เธอคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อลดระดับสายตาให้เท่ากัน แสดงความจริงใจและให้เกียรติแก่วิญญาณผู้ล่วงลับ ปรากฏการณ์รอบตัวสงบลง ความเย็นยะเยือกเริ่มคลายตัวเมื่อความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความโหยหาการปลดปล่อย วิญญาณหญิงสาวหันมามองรณกรและมินตรา น้ำตาเลือดไหลอาบแก้ม ก่อนที่เธอจะยกมือสั่นเทาขึ้นชี้ไปยังโครงกระดูกในผนัง ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นในหัวของรณกรผ่านกระแสจิตที่เชื่อมโยงกัน—ภาพของชายผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งกำลังผลักเธอตกจากระเบียงชั้นนี้ลงมา ก่อนจะอำพรางคดีด้วยการโบกปูนทับศพ และใช้เส้นสายปิดข่าวเงียบเชียบ รณกรบันทึกรายละเอียดทุกอย่างลงในสมุดบันุดพกอย่างรวดเร็ว ทั้งชื่อย่อของคนร้าย วันเวลา และตำแหน่งที่ซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในตัวอาคารแห่งนี้ ไหวพริบและความรอบคอบของเขาทำงานประสานกับสัญชาตญาณได้อย่างไร้ที่ติ "หลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์แล้วค่ะอาจารย์ คนร้ายที่ลอยนวลมาสิบปี ไม่มีทางหนีพ้นกฎแห่งกรรมและกฎหมายบ้านเมืองไปได้แน่นอนค่ะ" รณกรเงยหน้าขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยุติธรรม มินตราแย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์หนุ่ม "ทำได้ดีมากค่ะคุณรณกร การเติบโตของคุณในเส้นทางนี้ ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจจริงๆ ค่ะ" ทว่า ในวินาทีที่ดวงวิญญาณหญิงสาวกำลังจะสลายตัวไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ บรรยากาศภายในห้องกลับพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างไร้สัญญาณเตือน! รอยยันต์คุ้มกันบนพื้นซีเมนต์ที่อาจารย์มินตราเพิ่งเขียนเสร็จ กลับถูกกรีดทับด้วยรอยเล็บสีดำสนิทที่โผล่ขึ้นมาจากใต้พื้นห้องอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นกลายสภาพเป็นกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง เสียงหัวเราะแหบพร่าและเย็นเยียบดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียดพร้อมกันโดยไม่มีลมพัด หน้าจอสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของรณกรสั่นสะเทือนรุนแรงจนเกิดเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ ตัวอักษรสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนหน้าจอโดยไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต: *[คำเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS กำลังตื่น, เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ดวงวิญญาณเร่ร่อน, แต่เป็น "ผู้บงการ" ที่ถูกผนึกไว้ใต้ตึกนี้มาสามร้อยปี—เริ่มนับถอยหลังการปลดผนึก: 10... 9...]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความระทึกขวัญและร่วมลุ้นไปกับพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ อย่าทักผีตอนตีสามสิครับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%